บทที่ 11 ตอนที่11
“แล้ว...ตอนนี้คุณรบของป้าอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
“เมื่อกี้ก่อนป้าจะออกมาหาหนู เห็นนั่งรถออกไปกับวิศวกรที่มาสร้างโรงแรม น่าจะอยู่ที่ไซต์งานนะคะ”
“เอ่อ...ยุ่งขอยืมจักรยานของป้าศรีหน่อยได้ไหมคะ”
จากรีสอร์ตไปโรงแรมที่กำลังก่อสร้างนั่นระยะทางก็หลายกิโลเมตรอยู่ คาดว่าถ้าเดินไปคงมีขาลากกันบ้างละ เธอจึงจำต้องใช้ตัวช่วย ความจริงก็มีรถตู้ของทางรีสอร์ตคอยบริการสำหรับลูกค้าที่จะไปในตัวเมืองขับผ่านอยู่เหมือนกัน แต่จะไปและกลับเป็นเวลา คิดว่าเธอยืมจักรยานป้าสมศรีปั่นไปน่าจะสะดวกกว่า
“ได้สิคะ เดี๋ยวสักสิบเอ็ดโมงป้าก็ออกกะแล้ว หนูเอาไปใช้ได้เลย แต่มันเก่าแล้ว โซ่มันจะหลวมหน่อย ปั่นไปก็ระวังด้วยนะคะ”
“ขอบคุณนะคะป้าศรี”
หฤทัยขอบคุณเสียงหวานพร้อมกับคลี่ยิ้มจนตาหยีดีใจ
“ป้าจะจอดทิ้งเอาไว้ให้แถวหน้าล็อบบีนะคะ หนูแวะไปเอาแล้วกัน”
หญิงสาวก็ได้แต่แย้มยิ้มปริ่มเปรมอยู่ดังเดิม และมองตามหลังร่างอวบที่ก้าวลงจากบันไดไปขึ้นรถจักรยานแล้วปั่นออกไปจากหน้าบ้านพัก แถมยังไม่ลืมหันมาโบกมือให้เธอทิ้งท้ายอีกด้วย
สิบเอ็ดโมงครึ่ง คนที่กำลังอธิบายงานให้วิศวกรรุ่นน้องอยู่ข้างโรงแรมที่กำลังก่อสร้างก็ต้องเงยหน้าจากแบบแปลนในมือ เมื่อได้ยินเสียงกริ่งจักรยานดังรัวๆ มาแต่ไกล พอหันไปมองก็เห็นร่างเล็กปั่นจักรยานมาจอดลงตรงข้างทางใกล้ๆ กับที่เขายืนอยู่ พลางโปรยยิ้มสดใสแจกไปทั่วบริเวณ ไอแดดในยามใกล้เที่ยงทำเอาแก้มนวลแดงเรื่อไปหมดทั้งสองข้าง ทว่ามันกลับน่ามองมาก ทำให้หนุ่มๆ ที่ยืนอยู่แถวนั้นเหลียวมองกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่หนุ่มหน้ามนคนที่กำลังยืนคุยงานอยู่กับนักรบยังเปรยขึ้นมาอย่างยั้งปากเอาไว้ไม่อยู่
“เด็กที่ไหนวะพี่รบ น่ารักสุดๆ ผมจีบได้ไหมพี่”
เตโช หนุ่มรุ่นน้องที่เรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน ซึ่งเป็นวิศวกรที่นักรบดึงตัวมาช่วยงานเอ่ยถามพร้อมกับจ้องเด็กที่ว่าตาวาววับอย่างหมายมาด
“มึงอยากกินตีนกูเป็นมื้อเที่ยงไหมไอ้เต้”
ทว่าเจอรุ่นพี่ที่เคารพเบรกซะเกือบหัวทิ่ม
“แหม...เด็กลูกพี่ก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องโหดใส่น้องเลย ว่าแต่หน้าอ่อนๆ แบบนั้นน้องเขาถึงสิบแปดหรือยังล่ะ คุกนะโว้ย! ไอ้พี่รบ เดี๋ยวจะหาว่าไอ้เต้ไม่เตือน”
“มึงไปพักก่อนไป กูขอเบรกห้านาที”
นักรบตัดบท เพราะรู้ว่ามันตั้งใจแซวก็เลยขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด หากมันก็ไม่ยอมไปไหน ขยับห่างไปนิดหนึ่ง แล้วทำเป็นยืนชมนกชมไม้อยู่แถวนั้น แต่เขารู้ว่าหูของมันกำลังผึ่งอยู่แน่นอน
“พี่คะ ยุ่งเอากาแฟเย็นมาฝาก”
คนเพิ่งก้าวมาถึงเอ่ยบอกพร้อมกับหิ้วกระติกใบเล็กจากตะกร้าหน้ารถติดมือมาด้วย บอกเสร็จเธอก็เงยหน้าขึ้นมองตึกที่กำลังก่อสร้างอย่างสนใจใคร่รู้ ก่อนจะถูกฝ่ามือใหญ่กดศีรษะให้ก้มลงมาตามเดิม พลางเอ่ยเตือน
“อย่าเงย เดี๋ยวเศษปูนหล่นเข้าตา”
หฤทัยทำคอย่นอย่างหวาดเสียว เพราะวันนั้นเธอก็ได้แผลจากที่นี่แหละ และแผลเพิ่งแห้ง เธอยังไม่อยากได้แผลใหม่ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยบอกมาอีก
“เอาวางไว้ แล้วก็ไปได้แล้วไป ห้ามมาวิ่งเล่นแถวนี้”
คนมาเสิร์ฟกาแฟค้อนควัก ก็พูดอย่างกับเธอเป็นเด็กห้าขวบกระนั้นแหละ หากหญิงสาวก็เอากระติกใบเล็กที่มีกาแฟเย็นซึ่งเธอชงเองกับมืออยู่ในนั้นไปวางไว้ให้บนแท่นหินที่วางซ้อนๆ กันอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง ก่อนปากอิ่มจะหันมาฉีกยิ้มหวานหยดส่งให้พร้อมกับเอ่ยกำชับ
“พี่ต้องรีบกินนะคะ เดี๋ยวน้ำแข็งละลายมันจะไม่ชื่นใจ”
“ครับ”
รับปากอยู่ในลำคอแทบฟังไม่ได้ยินเสร็จ เขาก็กางแบบแปลนในมือ แล้วก้มหน้าจดจ่ออยู่ในนั้น คิ้วก็ขมวดมุ่นเหมือนกำลังยุ่งเสียเต็มประดา หฤทัยเห็นดังนั้นจึงไม่อยากกวนเขา เธอเดินไปขึ้นรถจักรยานแล้วปั่นออกไปอย่างไม่เรื่องมาก
พอคล้อยหลังเจ้าของกระติกสีบานเย็นนั้นนักรบถึงชำเลืองมองตามหลังไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปมองกระติกกาแฟเย็นสีหวานแหววนั่น และมือมันก็ยื่นไปคว้ามาแบบอัตโนมัติ ทว่าเปิดดูดไปอึกเดียวเบาหวานแทบขึ้น ก็กาแฟเย็นของแม่คุณหวานพอๆ กับรอยยิ้มของคุณเธอนั่นแหละ เขาส่ายหัวเบาๆ พอทำท่าจะเอากระติกวางที่เดิมก็เห็นตัวหนังสือที่ถูกเขียนหวัดๆ ด้วยปากกาเมจิกตรงด้านข้างกระติกผ่านตาแวบๆ ชายหนุ่มจึงหมุนกระติกดูให้ชัดๆ เมื่อได้เห็นประโยคเต็มๆ นักรบแทบสำลักลมหายใจ
‘คนให้ชื่นอก คนกินชื่นใจ’
ไม่พอยังวาดหัวใจดวงเล็กๆ แถมมาให้อีกตั้งสามดวง แม่ตัวยุ่งอัปเลเวลจากสองดวงมาเป็นสามดวงจนนักรบต้องโคลงศีรษะให้เบาๆ ทว่าปากได้รูปกลับแย้มออกน้อยๆ อย่างคนเก็บความขำเอาไว้ไม่ได้ หากก็ต้องหุบยิ้มฉับเมื่อได้ยินเสียงคนร้องเพลงดังมาจากในตึกที่กำลังก่อสร้าง และรู้สึกว่ามันจะกระแทกโสตประสาทของเขาเข้าอย่างจัง
“ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ
มันเอาแต่เพ้อไม่กินไม่นอน
อยากบอกเธอสักครั้ง โปรดเถอะนะขอวอน
หยุดน่ารักได้ไหม ใจฉันกำลังละลาย โอ๊ว โว โว...”
ในเมื่อไม่เห็นตัวคนร้องนักรบจึงหันเอาไปลงกับคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ไอ้เต้ มึงไปหาอะไรยัดปากลูกน้องมึงหน่อยสิ บอกมันด้วยว่าเวลางานห้ามแหกปาก”
พูดๆ เสร็จก็ก้าวหายเข้าไปในห้องพักชั่วคราวที่อยู่ใกล้ๆ นั้นเสียเฉยๆ แถมยังหนีบกระติกสีบานเย็นใบนั้นติดมือไปด้วย ทิ้งให้คนยังไม่รู้เรื่องรู้ราวถึงกับเกาหัวแกรกๆ พลางบ่นตามหลังไปอย่างคนงงสุดติ่ง
“อะไรของไอ้พี่รบมันวะเนี่ย คนจะอารมณ์ดีผิดด้วยหรือไง แล้วนี่มันจะเที่ยงอยู่แล้ว เวลาพักนะโว้ย! จิบกาแฟไปอึกเดียว ทำเอาคนเป็นบ้าได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ”
