บทที่ 3 ตอนที่3

“เป็นคุณครู?”

หน้าที่การงานที่ขัดแย้งกับหน้าตาของสาวเจ้าจนแทบไม่น่าเชื่อ ทำให้นักรบอดที่จะสนใจไม่ได้

“ว่างๆ ก็ช่วยดูแลเด็กบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะดูแลภาพรวมของโรงเรียน คุณแม่ท่านเกษียณตัวเองแล้วให้ยุ่งมาดูแลแทนได้เกือบครึ่งปีแล้วค่ะ”

คนฟังพยักหน้าช้าๆ เหมือนจะรับรู้ หรืออีกทีก็ทึ่งอะไรประมาณนั้น แล้วเขาก็เงียบไปเสียเฉยๆ หฤทัยจึงได้โอกาสซักเขาบ้าง

“พี่ไปทำอะไรที่ตึกนั้นคะ”

“ตรวจไซต์งาน”

“พี่สร้างตึกนั้นเหรอ”

“ครับ”

“เป็นสถาปนิกเหรอคะ”

“ครับ”

คำตอบรับสั้นๆ พร้อมหน้าตาเรียบเฉย ดวงตาคมๆ ก็มองแต่ถนนข้างหน้า ทำให้หฤทัยหันไปแอบย่นจมูกเอากับกระจกหน้าต่างรถ ตัวเองละถามเขาจัง พอไอ้เราซักกลับบ้างกลับตอบแต่ครับๆ เหมือนขี้เกียจคุยอย่างนั้นแหละ ไม่ถามแล้วก็ได้ หฤทัยจึงนั่งเงียบๆ พลางหันไปมองนั่นมองนี่นอกหน้าต่างรถอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่กล้าชวนเขาคุยต่อ กลัวจะได้คำตอบเป็นครับมาอีก และเขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีกเช่นกัน

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถเอสยูวีสมรรถนะเยี่ยมเหมาะแก่การขับขี่ในพื้นที่ที่เป็นภูเขาอย่างเช่นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็พาสองหนุ่มสาวมาถึงหน้าบ้านพักที่รีสอร์ต ซึ่งหฤทัยเป็นคนบอกว่าเธอพักอยู่บ้านหลังไหน พอเขาอุ้มพาเธอขึ้นไปนั่งตรงเก้าอี้บนระเบียงหน้าบ้านพักเสร็จก็เตรียมจะก้าวลงบันไดกลับไปขึ้นรถ ไม่คิดจะร่ำลาเธอเลยสักคำ หญิงสาวจึงรีบดึงชายเสื้อเชิ้ตด้านหลังเอาไว้อีกครั้ง นั่นแหละเขาถึงหันมาเลิกคิ้วให้เป็นเชิงถาม

“คือ...ยุ่งหิว ในบ้านอาหารสำเร็จรูปหมดเกลี้ยงเลย ยุ่งกำลังจะออกไปซื้อ แต่ถูกโจรกระชากกระเป๋าซะก่อนน่ะค่ะ แล้ว...ตอนนี้ยุ่งไม่มีเงินสดติดตัวเลย กุญแจบ้านพักก็อยู่ในกระเป๋าใบนั้นด้วย...”

เธอบอกเสียงอ่อยๆ พร้อมหลบตาคมๆ นั้นอย่างนึกเกรงใจ ก็ยังไม่รู้จักกันดีเลย แต่ต้องมาเอ่ยปากพึ่งพาเขามันก็น่าละอายใจอยู่นิดหนึ่ง ทว่าปลายนิ้วเล็กยังหนีบชายเสื้อสีเข้มเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะถ้าเธอมัวมาละอายใจอยู่ ด้วยสภาพไม่สมบูรณ์ของร่างกายเช่นนี้มีอดแน่ๆ

“แล้วเพื่อนคุณอยู่ไหน”

ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามเรียกเธอใหม่ เมื่อได้รู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กอย่างที่คิด หากเป็นสาววัยกำลังขบเผาะเลยต่างหาก

“เอ่อ...เพื่อนต้องทำงาน ก็เลยพากันกลับไปหมดแล้วค่ะ”

“ตกลงตอนนี้อยู่คนเดียว”

หฤทัยพยักหน้าหงึกๆ พลางคลี่ยิ้มแห้งๆ ส่งให้ ขณะที่ชายหนุ่มจ้องหน้าเธอมานิ่งมาก ชั่วครู่เขาถึงปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ

“นั่งรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมมา”

สั่งความแล้วชายหนุ่มก็หันหลังเดินลงบันไดเตี้ยๆ ของบ้านพักไป หากยังไม่ทันจะได้ก้าวขึ้นรถเสียงเรียกแผ่วๆ ของคนนั่งบนระเบียงก็ทำให้นักรบต้องชะงักเท้าอีกครั้ง

“พี่...”

พอเขาหันกลับไปมอง เธอถึงเอ่ยออกมาเสียงอ่อยเบา หน้าก็ละห้อยพอๆ กับสายตาของคุณเธอนั้นแหละ

“พี่จะไม่ทิ้งยุ่งใช่ไหม”

“ขึ้นอยู่กับคุณว่าทำตัวให้น่าทิ้งหรือเปล่า”

ตอบเสร็จนักรบก็ก้าวขึ้นรถพลางส่ายหัวเบาๆ อย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมสายตาเหมือนเด็กหลงทางคู่นั้นทำให้ปากมันพูดคำปฏิเสธไม่ออก และไอ้คำเรียกขานพี่อย่างโน้นพี่อย่างนี้ มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จิตใจที่เคยแข็งแกร่งจะอ่อนได้ตลอดเมื่อได้ยินคำว่าพี่นั้น ขนาดเขาใช้สรรพนามคุณกับผมเพื่อกันตัวเองออกห่าง แม่คุณก็ดูจะไม่สน ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเรียกพี่ต่อไป และดูทรงแล้วคงจะยุ่งไม่มีที่สิ้นสุดเสียด้วย

‘เอาวะ! ก็ในเมื่อยุ่งแล้ว ก็ยุ่งให้สุดแล้วกัน’

คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มก็ขับรถออกไปจากหน้าบ้านพัก ด้านคนโดนดักทางว่าห้ามทำตัวน่ารำคาญจึงได้แต่แอบย่นจมูกตามหลังรถเอสยูวีสีดำคันโตนั้นไป

เวลานี้หฤทัยก็ได้แต่นั่งคอยอย่างเดียว อยากจะเข้าบ้านพักก็ยังทำไม่ได้ เพราะโทรศัพท์มือถือตลอดจนกุญแจบ้านพักอยู่ในกระเป๋าที่ถูกโจรกระชากเอาไปอย่างที่บอกเขานั่นแหละ ตอนนี้เธอเหลือแต่ตัวจริงๆ ติดต่อใครก็ไม่ได้ด้วย คิดว่าเดี๋ยวพอเข้าบ้านพักได้ค่อยใช้โทรศัพท์ของรีสอร์ตโทร.ไปอายัดพวกบัตรเครดิต

ส่วนบัตรกดเงินสดนั้นไม่น่าห่วงเท่าไร โจรมันไม่รู้รหัสกดเงินคงกดเอาเงินสดออกไปไม่ได้ แต่เธอจะเอาเงินที่ไหนใช้ช่วงที่อยู่ที่นี่ นี่สิน่าห่วงกว่า ถ้าขอยืมเงินคุณพี่หน้าเข้มนั่นก่อน เขาจะให้ยืมไหมนะ แค่ถามอะไรนิดๆ หน่อยๆ พี่ท่านยังทำหน้านิ่งใส่ลูกเดียวเลย เต็มใจช่วยหรือเปล่าอันนี้เธอไม่รู้ แต่ที่รู้ก็คือเขายังไม่ปฏิเสธคำขอของเธอเลยสักคำ นี่ก็ดีที่สุดแล้ว ถึงจะทำหน้าเฉยเป็นอยู่หน้าเดียว หากก็ถือว่าเขาจิตใจดีในระดับหนึ่งละ แต่จะดีตลอดรอดฝั่งไหม ก็ต้องดูกันต่อไป

หฤทัยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่แบบนั้นจนผ่านไปพักใหญ่ กระทั่งความมืดเริ่มโรยตัวไปทั่วบริเวณ เพราะขณะนี้เกือบหนึ่งทุ่มเข้าไปแล้ว หญิงสาวก้มลงมองนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือสลับกับถนนหน้าบ้านพัก ก็ที่พึ่งพาหนึ่งเดียวของเธอหายไปครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย เขาคงไม่ทิ้งสาวน้อยไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีกำลังทรัพย์ หมดหนทางไปอย่างเธอได้ลงคอหรอกนะ คิดยังไม่ทันไรร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างก็ก้าวขึ้นบันไดบ้านพักมาเอื่อยๆ หากขณะนี้ชายหนุ่มเปลี่ยนจากสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มเป็นเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางแทน แต่กางเกงยังเป็นยีนส์สีเข้มตัวเดิม

คนกำลังวิตกไปสารพัดจึงฉีกยิ้มแฉ่งตาเป็นประกายอย่างดีใจ ขณะที่คนเพิ่งมาถึงก็ปั้นหน้านิ่งเข้าสู้ยิ้มสดใสของเธออยู่เช่นเคย และยังไม่เอ่ยปากอะไรกับเธอเลยสักคำ ชายหนุ่มวางตะกร้าที่ถือติดมือมาด้วยลงบนโต๊ะตรงระเบียงที่เธอกำลังนั่งอยู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านพักแล้วก้าวเข้าไปเอาจานกับช้อนจากในครัวออกมา และไม่ลืมหยิบเอาขวดน้ำดื่มในตู้เย็นพร้อมแก้วเปล่ามาด้วยสองใบ ดูเขาจะเข้าออกและหยิบจับข้าวของในบ้านพักของเธอคล่องจนน่าแปลกใจ เมื่อทรุดลงนั่งฝั่งตรงข้ามเสร็จ เขาก็วางกุญแจบ้านพักเอาไว้ให้บนโต๊ะ แล้วบอกเพียงสั้นๆ

“กุญแจสำรอง”

“ขอบคุณค่ะ พี่พักอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป