บทที่ 7 ตอนที่7

หากคราวนี้คนงงรีบแจ้นขึ้นบ้านไปว่องไว ถึงแม้ขาที่เจ็บจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยนัก แต่เธอก็พยายามทำอะไรให้ไวๆ เข้าไว้ หฤทัยรีบเข้าไปค้นหาเสื้อคลุมในกระเป๋าเสื้อผ้าอย่างด่วนจี๋ และคว้าเสื้อแขนยาวสีแดงแบบมีฮูดคอมาสวมลวกๆ ส่วนกางเกงมันเป็นผ้ายืดขายาวอยู่แล้วก็พอกล้อมแกล้มใส่ออกไปข้างนอกได้อยู่ จากนั้นก็ปิดประตูบ้านพักจนเรียบร้อย แล้วถึงลากแตะลงไปยืนรอหน้าบ้านตามคำสั่งของคนหน้านิ่งนั่น รออยู่แค่อึดใจเดียวรถเอสยูวีสีดำก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้า เธอจึงรีบเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของรถเชื้อเชิญ

รถคันโตมาจอดที่หน้าเรือนไทยชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่เปิดโล่งทั้งสามด้านในเวลาไม่ถึงห้านาที ซึ่งเป็นล็อบบีใช้เป็นสถานที่ด่านแรกเพื่อต้อนรับลูกค้าของทั้งรีสอร์ตและโรงแรมในเขาวงกต มีแค่บริเวณด้านหลังที่แบ่งเป็นห้องอยู่หลายสิบห้อง หฤทัยเดาว่าน่าจะเป็นห้องทำงานของเหล่าพนักงานและผู้บริหารของอาณาจักรแห่งนี้ ขณะนี้เธอมีหน้าที่แค่เดินตามคนตัวใหญ่ต้อยๆ เท่านั้น

หฤทัยพยายามเดินไม่กะเผลกมากเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของใคร และดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอยังเดินไม่ถนัดเขาจึงก้าวช้าๆ นักรบยังอยู่ในชุดเดิมคือเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงผ้ายืดสีเทาใส่สบายๆ รองเท้าผ้าใบถึงจะแบรนด์นอกแต่ก็สีมัวหมองเหลือเกิน หัวก็ยุ่งน้อยๆ เพราะเจ้าตัวชอบเสยลวกๆ อยู่บ่อยๆ เวลามีปอยผมมาปรกหน้า ลุคเหมือนพ่อบ้านเพิ่งตื่นนอนแล้วรีบไปซื้อกับข้าวที่ตลาดสดให้เมียประมาณนั้น แต่ร่างสูงๆ บวกกับอกผายไหล่ผึ่ง และหน้าตาคมสันอย่างหนุ่มลูกครึ่งนั้นช่วยเอาไว้ได้เยอะ เปลี่ยนพ่อบ้านให้กลายเป็นนายแบบมาดเซอร์ได้ชนิดไม่ขัดลูกตาเลยทีเดียว หญิงสาวลอบมองแผ่นหลังกว้างพลางอมยิ้มน้อยๆ แอบขำความคิดของตัวเอง

ตอนนี้จวนจะห้าทุ่มเข้าไปแล้ว มันก็จะง่วงนอนอยู่หน่อยๆ หฤทัยปิดปากหาวอยู่หลายรอบ จนครั้งสุดท้ายคนเดินอยู่ข้างหน้าหันมาเห็น เขาจึงพาเธอแวะเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่เธอมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นห้องทำงานของใครสักคน เนื่องจากมีทั้งแฟ้มงานทั้งตู้เอกสารเต็มไปหมด และมีโมเดลจำลองขนาดใหญ่ของตึกที่กำลังก่อสร้างตั้งอยู่บนโต๊ะตรงกลางห้อง

“นั่งรออยู่ตรงนี้ ง่วงก็นอนรอได้ เดี๋ยวผมกลับมา”

ตรงนี้ของเขาที่บุ้ยใบ้บอกคือโซฟาสีน้ำตาลชุดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องด้านหนึ่งนั่นเอง

“แล้วพี่จะไปไหนคะ”

“เอาไว้จะกลับมาบอก”

บอกทิ้งท้ายแค่นั้นเขาก็ก้าวออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูกดล็อกให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ หฤทัยจึงหันมากวาดตามองห้องทำงานกว้างขวางนั้นแบบไม่จริงจังนักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะทรุดนั่งตรงโซฟายาวด้านหนึ่ง และยกขาทั้งสองข้างขึ้นมานั่งพับเพียบ เธอดึงหมวกฮูดติดเสื้อขึ้นมาคลุมศีรษะพลางเอนร่างซุกลงกับมุมโซฟา แล้วหลับตาลงเริ่มเข้าสู่นิทรารมณ์อย่างง่ายดาย เพราะปกติเธอนอนไม่เคยเกินห้าทุ่ม ถ้าเกินห้าทุ่มเมื่อไรตาจะปิดได้ตลอดเวลา

ผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อนักรบไขกุญแจเปิดประตูกลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้งก็เห็นแม่หนูน้อยหมวกแดงหลับปุ๋ยไปแล้ว ชายหนุ่มก้าวมาทรุดนั่งบนส้นเท้าตรงหน้าโซฟาที่คนบางคนกำลังซุกร่างหลับใหลอยู่ แล้วสะกิดแขนเรียกเบาๆ

“ยุ่ง...”

หากคนกำลังหลับสบายได้แต่ครางฮือฮาในลำคอแล้วนิ่งเงียบไปเช่นเดิม นักรบจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ในการปลุกใหม่ โดยใช้ปลายนิ้วเขี่ยขนตาเป็นแพนั้นแผ่วๆ ตอนแรกก็ตั้งใจแค่กะจะปลุกเฉยๆ ถ้าหากสายตามันจะไม่เลื่อนลงมาตามผิวแก้มนวลลออชวนให้พิสูจน์ความนุ่มนั้นช้าๆ และปลายนิ้วแข็งแรงก็ลากตามสายตาลงมาแผ่วเบา ก่อนดวงตาสีอ่อนจะมาหยุดจ้องปากอิ่มนิ่งอยู่นาน พร้อมเริ่มขยับปลายนิ้วคลึงกลีบปากแดงเรื่อที่กำลังเผยอน้อยๆ น่า....

“พี่จะไม่ทิ้งยุ่งใช่ไหม”

นักรบชะงักทั้งมือและความคิดนิ่งค้างไปชั่ววินาที เมื่อได้ยินเรียวปากนุ่มที่ปลายนิ้วโป้งของเขากำลังลูบไล้ด้วยความเผลอไผลพึมพำออกมาเบาๆ หากคนพูดยังหลับตาพริ้มอยู่ดังเดิม บอกให้รู้ว่าเธอแค่ละเมอ ชายหนุ่มจึงปล่อยลมหายใจออกมาแผ่วเบาและยาวเหยียด ก่อนจะรีบผละลุกก้าวไปค้นเอาบุหรี่กับไฟแช็กในลิ้นชักที่โต๊ะทำงาน แล้วเดินออกไปจุดบุหรี่สูบที่นอกระเบียงห้องอยู่พักใหญ่

เมื่อคิดว่าดับความฟุ้งซ่านของตัวเองลงได้แล้ว นักรบก็กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง จัดการซุกซองบุหรี่กับไฟแช็กเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วช้อนเอาร่างเล็กขึ้นอุ้มโดยให้เธอซุกนวลแก้มเอาไว้กับบ่ากว้าง และช้อนใต้สะโพกอุ้มคนหลับเอาไว้ด้วยแขนข้างเดียว เพราะเขาต้องใช้มืออีกข้างเปิดปิดประตูห้อง

ทว่าขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวผ่านตรงล็อบบี ตั้งใจจะพาคนในอ้อมแขนเดินไปขึ้นรถ ก็มีป้าแม่บ้านร่างอวบที่อยู่เวรกะดึกเมียงมองมาอย่างสงสัยใคร่รู้ แล้วเอ่ยถามเป็นเชิงทักทายดังตามมา

“คุณรบ จะพาเด็กไปไหนคะนั่น”

“เขาหลับน่ะครับ จะพาไปส่งบ้านพัก”

ตอบเสร็จนักรบก็รีบเดินหนี เพราะถ้าถามลึกว่านี้เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป