บทที่ 9 ตอนที่9
สี่วันเต็มที่หฤทัยได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้านพัก มีทีวีเป็นเพื่อน มีหนังและซีรีส์ต่างประเทศในแท็บเล็ตคลายเหงา แผลตกสะเก็ดที่ขากับหัวเข่าหลุดหมดแล้ว เหลือแค่รอยแดงๆ ที่เธอต้องทายาอยู่ทุกเช้าทุกเย็นเพื่อให้แผลเป็นเจือจาง ส่วนแผลเย็บที่ต้นแขนก็เริ่มแห้งแล้วเช่นกัน อีกสักอาทิตย์คงตัดไหมได้ เมื่อเดินเหินได้ปกติเธอก็เริ่มออกไปเดินเล่นเพื่อออกกำลังแข้งขาแถวรอบๆ บ้านพักบ้าง จึงได้เพื่อนใหม่อย่างน้องๆ นักศึกษาที่อยู่บ้านพักหลังถัดไปมาคุยด้วยอยู่เป็นระยะ แต่เธอยังไปไหนไกลๆ ไม่ได้เพราะไม่มีเงินติดตัวสักบาท
หากหฤทัยก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีความสุขดีในการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบเรียบง่ายและสมถะ เนื่องจากที่พึ่งพาหนึ่งเดียวของเธอถึงแม้เขาจะหายหน้าไปเลยทั้งสี่วันเหมือนกัน แต่อาหารทุกมื้อทั้งเช้า กลางวัน เย็น ยังถูกส่งมาครบทุกมื้อ บอกให้รู้ว่าเขายังไม่ได้ทิ้งเธอไปไหน และเธอก็ได้รู้จากปากป้าสมศรีผู้ช่างฝอยว่าช่วงนี้เขางานยุ่ง ตึกที่กำลังสร้างมีบางจุดที่ต้องรื้อทำใหม่ กลางคืนประชุมทีมงาน กลางวันก็ลงมือทำงาน ชายหนุ่มแทบจะกินนอนในห้องทำงานกับที่ไซต์งานก่อสร้างเลยด้วยซ้ำ
สี่ทุ่มกว่าๆ หฤทัยก็ต้องเด้งตัวลุกจากโซฟาที่ใช้ซุกร่างนอนดูทีวีอยู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านพัก เธอเดินไปแง้มม่านหน้าต่างที่อยู่ชิดกับประตูดูก่อน เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ที่มายืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านปากอิ่มก็ผุดอมยิ้มพร้อมตาเป็นประกายวาววับ และเดินไปเปิดประตูอย่างไม่รอช้า พอเขาเห็นหน้าเธอก็ชูของในมือให้ดู หฤทัยเบิกตาโต ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“พี่เอามาได้ไงคะ”
เอ่ยถามพร้อมกับตะครุบกระเป๋าในมือของเขาเอามาเปิดดู บัตรทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย
“ไอ้โจรที่มันย่องขึ้นบ้านคืนนั้นไง มันพวกเดียวกันกับไอ้คนกระชากกระเป๋า คืนนั้นมันก็ตั้งใจจะมาเอารหัสกดเงิน แต่เงินสดที่อยู่ในกระเป๋าไม่มีแล้วนะ พวกมันเอาไปใช้หมดแล้ว”
“ได้กระเป๋าคืนก็ดีแล้วค่ะ ยุ่งห่วงแค่บัตรในนี้ ขี้เกียจไปทำใหม่ เงินสดน่ะให้เขาไปเถอะ เขาคงเดือดร้อน ไม่งั้นคงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก”
นักรบเลิกคิ้วมองหน้าคนพูดนิ่งๆ เขาละอยากรู้นักว่าแม่คุณโกรธใครเป็นบ้างหรือเปล่า
“ความจริงตำรวจเอามาให้ตั้งแต่สองวันที่แล้ว แต่ผมยุ่ง ไม่มีเวลาเอามาให้”
‘ใช้ให้ใครเอามาให้ก็ได้ไหม’
หฤทัยคิด แต่ปากน่ะขอบคุณเสียงหวานจ๋อยพร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย
“ขอบคุณนะคะ”
และจากชุดที่เขาใส่อยู่ดูขะมุกขะมอมไปทั้งตัว หัวก็ยุ่งซะ ทำให้หฤทัยอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“พี่เพิ่งกลับมาจากไซต์งานเหรอคะ กินข้าวยัง”
นักรบพยักหน้าตอบคำถามแรกของเธอ ส่วนคำถามที่สองชายหนุ่มย้อนถามเสียงเรียบๆ
“จะเลี้ยงเหรอ”
“มีแต่มาม่านะคะ”
“ไหนวันนั้นบอกอาหารสำเร็จรูปหมดแล้ว”
“น้องๆ นักศึกษาที่อยู่บ้านพักหลังถัดไปนั่นแบ่งมาให้ค่ะ เขาคงสงสารผู้หญิงหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างยุ่งมั้งคะ จะลงขันเอาเงินให้ด้วย แต่ยุ่งไม่เอา ยังขอเงินพ่อแม่ใช้กันอยู่เลย แล้วยุ่งจะรับได้ยังไง รู้สึกผิดตายเลย”
นักรบหยักยิ้มน้อยๆ กับคำบอกเล่าแจ้วๆ นั้น
“ตกลงจะกินใช่ไหมคะ ยุ่งจะทำให้”
“ได้ก็ดี”
เมื่อเขาว่าดังนั้นหฤหัยก็หันหลังเดินเข้ามาในบ้าน ปล่อยให้คนมาเยือนถอดรองเท้าก้าวตามเข้ามา และเป็นฝ่ายปิดประตูบ้านให้ด้วย เธอเอากระเป๋าสะพายมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะก้าวเข้าไปในครัว ปล่อยให้คนที่เดินตามหลังมาทรุดลงนั่งรอตรงโซฟาหน้าทีวี นักรบถอดเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าที่รู้สึกจะเขลอะไปด้วยฝุ่นออกจากตัวแล้ววางพาดเอาไว้กับพนักโซฟา เหลือแค่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวที่เขาสวมเอาไว้ซับเหงื่ออีกชั้นแค่นั้น จากนั้นก็ดึงกุญแจรถจากกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์เอาออกมาวางไว้บนโต๊ะเพื่อที่จะนั่งได้สะดวกขึ้น
ไม่ถึงสิบนาทีต้มมาม่าร้อนๆ ก็ถูกเจ้าบ้านสาวยกเอาออกมาเสิร์ฟให้บนโต๊ะหน้าโซฟา และยังมีไข่ดาวโปะหน้าแถมมาให้ด้วยหนึ่งฟอง นักรบชะงักมือที่กำลังถือช้อนกับตะเกียบเตรียมจะกินค้างอยู่ชั่ววินาที เมื่อเห็นไข่ดาวที่ถูกตัดขอบเป็นรูปหัวใจเบี้ยวๆ วางโปะอยู่บนต้มมาม่าชามนั้น ก่อนชายหนุ่มจะใช้ช้อนตัดไข่ดาวเป็นสองซีกแล้วคนเส้นในชามด้วยตะเกียบให้คลายร้อน จากนั้นก็คีบเส้นเหลืองๆ ใส่ปากหน้าตาเฉย โดยไม่เหลือบแลคนทำมาให้แม้แต่หางตา หฤทัยจึงแอบค้อนให้วงใหญ่ ก็คนกินมาม่าไม่สนใจไข่ดาวที่เธออุตส่าห์บรรจงจัดมาให้ซะสวยนั้นเลยสักนิด แถมพ่อคุณยังคนไปอยู่ก้นชามอีก
นักรบใช้เวลาในการจัดการกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชามนั้นเพียงไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าเขากินเสร็จแล้วหฤทัยจึงลุกไปรินน้ำเปล่าในตู้เย็นใส่แก้วเอามาวางไว้ให้ ก่อนจะเก็บเอาชามเข้าไปล้างในครัว
พอออกจากครัวมาอีกทีเธอก็ไม่เห็นร่างสูงๆ นั่งอยู่ที่โซฟาแล้ว แต่เสียงคุยโทรศัพท์ที่ดังแว่วๆ มาจากระเบียงหน้าบ้านและซองบุหรี่กับไฟแช็กที่เขาเคยเอามาทิ้งไว้มันหายไปจากบนโต๊ะ เธอเดาว่าคงออกไปสูบบุหรี่แล้วมีโทรศัพท์เข้า ก่อนเรียวปากอิ่มจะผุดยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะ หฤทัยดึงพวงกุญแจที่เคยซื้อแถวข้างถนนออกจากซิปกระเป๋าสะพาย แล้วเอามาห้อยไว้กับห่วงกุญแจรถนั้นแทน
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแขกก็ยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จ แต่เจ้าบ้านสาวเริ่มตาปรือปรอยลงเรื่อยๆ ขยับเปลี่ยนท่านั่งก็แล้ว สะบัดคอก็แล้ว ความง่วงก็ยังไม่จางหายสักที ผลสุดท้ายเธอก็ซุกร่างหลับกับมุมโซฟานั่นเอง
นักรบก้าวเข้าบ้านมาอีกครั้งก็เห็นร่างเล็กหลับเฝ้าทีวีไปแล้ว ชายหนุ่มส่ายหัวให้และเดินไปคว้ารีโมตมากดปิดทีวี ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างๆ คนหลับ ผู้หญิงอะไร ห้าทุ่มปุ๊บเป็นหลับปั๊บเหมือนตั้งเวลาเอาไว้ แล้วเขาน่ะผู้ชายทั้งแท่งเลยนะ แม่คุณหลับใส่ได้ตลอด ไม่มีกลัวเกรงกันเลย คิดพลางก็ยกปลายนิ้วเขี่ยขนตาของคนหลับเล่นแผ่วๆ ได้เห็นขนตางอนงามเป็นแพนั้นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ
ชั่วครู่ชายหนุ่มถึงช้อนเอาร่างเล็กอุ้มพาเข้าไปนอนในห้อง จัดการคลี่ผ้านวมห่มให้จนเสร็จเรียบร้อย แล้วถึงเดินออกมาจากห้อง เตรียมตัวจะกลับบ้านพัก หากก็ไม่ลืมหยิบเสื้อเชิ้ตจากพนักโซฟามาพาดบ่า ก่อนจะรวบเอากุญแจรถบนโต๊ะเตรียมเก็บใส่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ตามเดิม ทว่าสีแดงๆ ที่ผ่านตาไปแวบหนึ่งทำให้เขาต้องคลี่กุญแจรถออกมาดูใหม่ นักรบโคลงศีรษะเบาๆ พร้อมกับกลอกตามองบนอย่างอ่อนอกอ่อนใจ คืนเดียวโดนปาหัวใจใส่มาสองดวงติดๆ แล้วเขาจะใจแข็งไปได้ตลอดรอดฝั่งไหมวะเนี่ย
