บทที่ 9 สายฝนเป็นใจ
ท้องฟ้ายามเย็นแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนอย่างรวดเร็ว ก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ลมกรรโชกแรงจนกิ่งไม้ใหญ่รอบมหาวิทยาลัยไหวเอน หยาดฝนเม็ดโตสาดเข้ามาตามแรงลม ทำให้พื้นที่หลบฝนใต้อาคารคณะมนุษยศาสตร์เปียกชุ่มไปเกือบครึ่ง
จันทร์กระจ่างฟ้ายืนกอดอก ห่อไหล่เล็กน้อยเพราะความหนาวเย็น ดวงตาหลังกรอบแว่นมองร่มคันเก่งในมือที่บัดนี้โครงเหล็กหักงอเสียรูปจากการต้านแรงลมเมื่อครู่
หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบา ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความกังวล
อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลากะงานพิเศษของเธอแล้ว ฝนตกหนัก น้ำเริ่มท่วมขังแบบนี้ รถสาธารณะคงขาดระยะอย่างไม่ต้องสงสัย หากไปสายหรือไปทำงานไม่ได้ เงินค่าจ้างรายวันที่ตั้งใจรวบรวมไว้ซื้อยารักษาอาการป่วยของมารดาคงต้องขาดหายไป แต่นอกจากยืนรอให้พายุซาลง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ปริ๊น! ปริ๊น!
เสียงแตรรถดังแทรกเสียงฝน ทำให้จันทร์กระจ่างฟ้าสะดุ้ง เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนเห็นรถยุโรปคันหรูแสนคุ้นตาแล่นมาจอดเทียบตรงบันไดทางขึ้นอาคาร
กระจกฝั่งคนขับค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายของอัสวัสที่กำลังมองมาทางเธอ
“ฟ้า! ขึ้นรถเร็วเข้า ฝนสาดหมดแล้ว” เสียงทุ้มตะโกนแข่งกับเสียงพายุ
จันทร์กระจ่างฟ้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบก้าวเข้าไปใกล้ขอบบังฝนแล้วโบกมือปฏิเสธรัว ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่วัส ฟ้าเปียกฝนหมดแล้ว เดี๋ยวทำเบาะรถพี่วัสเปื้อนค่ะ”
เธอตะโกนตอบด้วยความเกรงใจอย่างที่สุด รถหรูราคาหลายล้านแบบนั้น เธอไม่กล้าเอาเนื้อตัวที่เปียกชื้นของตัวเองไปทำให้รถของเขาสกปรกแน่
อัสวัสขมวดคิ้ว สีหน้าดูดุขึ้นทันทีเมื่อเห็นความดื้อและความเกรงใจไม่เข้าเรื่องของเธอ
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารออกกว้าง
“พี่บอกให้ขึ้นมาไง อย่าดื้อสิฟ้า รถเปื้อนก็เช็ดได้ ซักได้ แต่ถ้าเรายืนอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวก็เป็นไข้ขึ้นมา ขึ้นมาเร็ว ๆ เข้า” น้ำเสียงเฉียบขาดแกมบังคับ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้คนฟังปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป
จันทร์กระจ่างฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนเพียงไม่กี่ก้าวแล้วรีบแทรกตัวขึ้นไปนั่งในรถหรูทันที
เธอปิดประตูอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ละอองฝนสาดเข้ามาด้านในมากไปกว่านี้
ภายในรถอบอุ่นและเงียบสงบ ตัดขาดจากเสียงพายุด้านนอกอย่างชัดเจน
อัสวัสเอื้อมมือไปปรับระบบทำความอุ่นในรถให้อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนหยิบผ้าเช็ดตัวผืนสะอาดสีเข้มจากเบาะหลังส่งให้เธอ
“ซับผมซับตัวก่อน เปียกหมดแล้วเห็นไหม”
“ขอบคุณค่ะพี่วัส ฟ้าขอโทษจริง ๆ นะคะที่ทำให้ลำบาก”
จันทร์กระจ่างฟ้ารับผ้ามาซับหยดน้ำบนใบหน้าและเส้นผมอย่างสุภาพ พยายามนั่งนิ่งที่สุด ไม่ให้เสื้อผ้าที่เปียกฝนไปสัมผัสเบาะหนังแท้ราคาแพงมากนัก
อัสวัสปรายตามองท่าทางเกร็ง ๆ ของเธอ แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“บอกแล้วไงว่าอย่าคิดมาก พี่ขับรถผ่านมาเห็นพอดี จะปล่อยให้เรายืนสั่นอยู่ตรงนั้นได้ยังไง” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก หลังเห็นว่าเธอเข้ามานั่งปลอดภัยในรถเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากหน้าอาคาร มุ่งหน้าไปยังประตูทางออกมหาวิทยาลัย
ทว่า... สภาพถนนด้านหน้ากลับเลวร้ายกว่าที่คิด
ทันทีที่พ้นประตูมหาวิทยาลัย รถทุกคันก็ติดนิ่งเป็นแพยาว แสงไฟท้ายสีแดงสะท้อนกับผืนน้ำที่เริ่มเอ่อท่วมผิวจราจรจนดูวุ่นวายไปหมด
จันทร์กระจ่างฟ้าก้มมองนาฬิกาข้อมือด้วยความกระสับกระส่าย ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร. ออกหาผู้จัดการร้านอาหาร
“สวัสดีค่ะพี่แอน ฟ้าเองนะคะ พอดีตอนนี้ฟ้าติดพายุฝนอยู่ที่หน้ามหา'ลัยค่ะ รถติดหนักมากและน้ำเริ่มท่วมแล้ว ฟ้าคงไปเข้ากะเลทแน่ ๆ เลยค่ะพี่แอน ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ ค่ะ ถ้าฝนซาแล้วฟ้าจะรีบไปให้เร็วที่สุดค่ะ สวัสดีค่ะ”
อัสวัสลอบมองเสี้ยวหน้าหวานขณะเธอคุยโทรศัพท์ แม้น้ำเสียงของเธอจะสุภาพและนิ่งสงบ แต่ดวงตากลับแฝงความกังวลเอาไว้ชัดเจน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่โวยวาย ไม่ฟูมฟาย ไม่เอาแต่บ่นอย่างที่เขาเคยเห็นจากใครหลายคน
เธอเพียงรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามแก้ปัญหาอย่างดีที่สุด
ยิ่งเห็น เขาก็ยิ่งนึกชื่นชมอยู่เงียบ ๆ เมื่อเธอวางสาย อัสวัสจึงเอ่ยถาม
“ต้องไปทำงานพิเศษเหรอฟ้า”
“ค่ะ แต่ดูท่าทางแล้ว วันนี้คงไปไม่ทันแน่เลยค่ะ”
หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว พลางทอดสายตามองม่านฝนด้านนอกที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง รถยุโรปคันหรูขยับไปได้เพียงไม่กี่เมตร ถนนเบื้องหน้ากลายสภาพเป็นคลองขนาดย่อม ส่วนเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังหอพักของจันทร์กระจ่างฟ้ายิ่งวิกฤตหนัก มีรายงานว่าน้ำท่วมสูงจนรถเล็กผ่านไม่ได้
อัสวัสมองสัญญาณไฟจราจรและสภาพถนน ก่อนประเมินสถานการณ์เงียบ ๆ
ไม่นานเขาก็เหลือบมองทางแยกฝั่งขวา ซึ่งเป็นเส้นทางลัดเข้าสู่คอนโดมิเนียมส่วนตัวของเขาที่อยู่ห่างไปไม่ถึงห้าร้อยเมตร
“ฟ้า...” น้ำเสียงจริงจังของชายหนุ่มทำลายความเงียบระหว่างกัน
จันทร์กระจ่างฟ้าหันมองเขา
“คะพี่วัส”
“ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขนาดนี้ ขืนดันทุรังไปก็คงไปไม่ถึงหอฟ้าแน่ ๆ และรถก็น่าจะติดอยู่บนถนนแบบนี้อีกนาน” หญิงสาวมองสายฝนด้านหน้า ก่อนถามอย่างกังวล
“แล้วจะทำยังไงดีคะพี่วัส”
อัสวัสสบตาเธออย่างตรงไปตรงมา
“ทางแยกข้างหน้านี่เป็นคอนโดส่วนตัวของพี่เอง พี่ว่าฟ้าขึ้นไปหลบฝน หาอะไรอุ่น ๆ รองท้องบนห้องพี่ก่อนเถอะ รอให้พายุซาลงและน้ำลดกว่านี้ พี่ค่อยขับรถไปส่งเราที่หอ ดีไหม”
จันทร์กระจ่างฟ้าชะงักไปทันที ดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่นเบิกกว้างเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
การขึ้นห้องผู้ชายสองต่อสองไม่ใช่เรื่องที่หญิงสาวอย่างเธอควรทำ โดยไม่คิดให้รอบคอบ สัญชาตญาณและศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงทำให้เธอลังเลอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อหันออกไปมองนอกกระจกรถ สายฝนยังคงตกหนัก ฟ้าร้องคำราม น้ำท่วมขังสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าหวาดหวั่น
แล้วเมื่อหันกลับมามองอัสวัส แววตาของเขาก็ยังสุภาพ นิ่ง และจริงใจ ไม่มีความคุกคามหรือเจตนาไม่ดีแม้แต่น้อย ตลอดเวลาที่รู้จักกัน เขาให้เกียรติเธอเสมอ ยื่นมือช่วยเหลืออย่างพอดี พูดจากับเธอด้วยความสุภาพ และไม่เคยทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยสักครั้ง
จันทร์กระจ่างฟ้าจึงค่อย ๆ พยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้น ฟ้าขอรบกวนไปหลบฝนสักพักนะคะพี่วัส”
รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นที่มุมปากของอัสวัส
“ยินดีครับ” ชายหนุ่มหักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางส่วนบุคคลของคอนโดฯ หรูทันที
โดยที่ทั้งสองคนต่างไม่รู้เลยว่า สายฝนในค่ำคืนนี้ไม่ได้เพียงพาพวกเขาไปหลบพายุ แต่มันกำลังพาหัวใจสองดวง ให้ก้าวเข้าสู่จุดเริ่มต้นของความผูกพันอันลึกซึ้งที่จะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
