บทที่ 4 ข่าวซุบซิบ

รถซูเปอร์คาร์คันหรูของครินต์จอดอยู่ที่หน้าทางเข้าโรงแรมหรูซึ่งมายาวีกำลังยืนรอรับดาราสาวในสังกัดพวงตำแหน่งเพื่อนรักอยู่ที่หน้าโรงแรม เธอรู้เรื่องคร่าว ๆ มาว่าก่อนหน้านี้มีกลุ่มซาแซงที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับไปดักรอวิสกี้อยู่ที่คอนโดของครินต์ซึ่งครินต์ได้จัดการกับทางคอนโดไปแล้วในตอนนี้พวกเธอจึงกังวลว่าจะมีซาแซงในรูปแบบแฟนคลับตามมาจนถึงสถานที่ถ่ายงาน แต่เมื่อมาถึงก็ไม่เจอเหตุการณ์ที่ทำให้น่าอึดอัดขนลุกแบบนั้น ทุกคนจึงได้รู้สึกโล่งใจ มายาวีเห็นว่ารถของครินต์จอดอยู่นานแล้วที่หน้าโรงแรมแต่เธอจะยังไม่เดินไปทักทายเพราะเธอรู้ดีว่าทั้งสองคนจะต้องสวีตหวานกันก่อนที่จะจากลากัน

“ถ้ากี้เสร็จงานแล้วกี้ จะทักหาพี่ครินต์นะคะ”

“กี้ขอโทษนะคะที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อครู่”

“ขอโทษอะไร กี้ไม่ผิดสักหน่อย คนพวกนั้นต่างหากที่ไม่รู้จักมารยาท ไม่รู้จักเวลาส่วนตัว ไม่รู้จักเวลาที่อยากให้เปิดเผยกับเวลาที่ต้องการอยู่ตัวคนเดียว” วิสกี้กดยิ้มมุมปากที่เห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอบ่นงุบงิบเธอจึงหันหน้าไปแล้วใช้มือเรียวลูบไล้ใบหน้าของเขาก่อนจะเป็นฝ่ายสอดมือเข้าไปที่กลุ่มผมดำแล้วรั้งใบหน้าเขาให้เข้ามาใกล้เธอ

“กี้ต้องไปทำงานนานเลยนะคะ ไม่คิดจะทิ้งอะไรไว้ให้กี้หน่อยเหรอ” อย่างเช่น เงินติดกระเป๋านิด ๆ หน่อย ๆ หรืออาจจะเป็นหอมแก้มเธอสักเล็กน้อยก็ได้

“ที่ให้กี้ได้ตอนนี้ น่าจะเป็นน้ำเชื้อที่คลั่งอยู่ในนี้ละมั้ง”

ครินต์พูดจบก็จับมือของวิสกี้ให้ไปกอบกุมส่วนที่กำลังแข็งขืนในร่มผ้าของเขา ในตอนนี้วิสกี้หน้าแดงทั้งตีแขนของครินต์ไปด้วยความเขินอายแต่ทั้งสองคนก็หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข กระทั่งวิสกี้เผลอครินต์จึงถือโอกาสแนบปากของเขาลงไปที่ปากเธอ แต่เขาไม่เคยจบเท่านี้อยู่แล้ว เขาเลือกที่จะสอดแทรกลิ้นสากของเขาเข้าไปในโพรงปากหวานของเธอเพราะเขาเป็นคนที่พิเศษกว่าใคร เขาจะไม่ยอมจบแค่สัมผัสที่ริมฝีปากภายนอกอย่างแน่นอน

“อื้อ!” วิสกี้เริ่มหายใจไม่ออกเหมือนกับว่าครินต์ช่วงชิงลมหายใจของเธอมากจนเกินไปแต่เมื่อเขาผละปากออกเธอก็รีบกอบโกยอากาศเข้าปากเลยทันที และแทนที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับใรคราวนี้เธอเลือกเป็นฝ่ายรุกบ้างด้วยการแนบปากของเธอลงไปที่ปากของเขา

“ยังไม่หายคิดถึงเลย”

ครินต์พูดประชิดริมฝีปากบาง สิ่งที่เขาพูดออกไปมันเป็นความจริงเสมอ เขายังไม่หายคิดถึงเธอเลย การได้อยู่กับเธอเพียงแค่นี้เขารู้สึกว่าเขาเริ่มจะไม่เพียงพอเสียแล้วแต่เพราะความดังของวิสกี้ที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาต้องขยันทำงานมากขึ้น เขามีความคิดจะแต่งงานกับเธอ เขาจึงต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อให้เธอไม่ขายหน้าคนอื่น

“กี้ก็ยังไม่หายคิดถึงพี่ครินต์เหมือนกันค่ะ”

เธอตอบพร้อมช้อนสายตามองเขาเป็นคราวที่ครินต์เหลือบสายตามองดูนาฬิกาเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย เขาจึงตัดสินใจแนบปากของเขาไปที่ปากของเธออีกครั้ง รวบมือเรียวของเธอมากอบกุมความแข็งขืนของเขาที่กำลังโป่งพองอยู่ภายใต้ร่มผ้า ครินต์ใช้เวลาไม่นานในการปลดเปลื้องทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาปกปิดก็ออกมาโชว์ตัวให้วิสกี้ได้หัวใจเต้น

การกระทำของครินต์ทำให้วิสกี้รู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังต้องการอะไรหญิงสาวโน้มตัวลงไปที่ใจกลางความเป็นชายของเขา ใช้ลิ้นเรียวของเธอรูดเลียไปที่ความยาวใหญ่ของเขา หยอกล้อกับเขาจนกระทั่งได้ยินเสียงครางกระเส่าจากลำคอของหมอหนุ่ม

“อ่า!” วิสกี้จัดการเขาได้อย่างอยู่หมัดในตอนนี้ครินต์ไม่มีแม้แต่ความงอแงหลงเหลืออยู่เลย ไม่เพียงแต่แค่นั้น ตัวของวิสกี้เองก็เช่นกัน เพราะหลังจากที่เธอจัดการเขาไปแล้วก็ถึงคราวที่เขาจะจัดการเธอบ้าง ขณะที่ด้านนอก มายาวีเห็นรถขยับก็ทำเอามายาวีต้องยกมือขึ้นกุมขมับแม้เธอจะไม่รู้ว่าภายในรถหรูที่มีฟิล์มดำปิดกั้นเอาไว้ไม่ให้มองเห็นเกิดอะไรขึ้นแต่เพราะเป็นเพื่อนกับวิสกี้มานาน มายาวีจึงรู้ได้ว่าภายในรถนั้นน่าจะเกิดการสั่งลาแสนเร่าร้อนเกิดขึ้นแน่นอน

ปึง!

วิสกี้ลงจากรถด้วยอาการเข่าอ่อนในเวลาต่อมา เธอยังหันไปโบกมือลาแฟนหนุ่มของเธอก่อนที่จะหันมา และฉีกยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก

“เผื่อแกลืมนะยัยกี้ แกไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนะ ตอนนี้แกเป็นนางร้ายสาวชื่อดังพราวเสน่ห์ มีสินค้าวิ่งเข้ามาชนแกให้ไปเป็นพรีเซนเตอร์มากมาย เพราะฉะนั้น แกช่วยทำอะไรที่มันลับหูลับตาคนหน่อยได้ไหม”

“รถพี่ครินต์ฟิล์มดำนิ” วิสกี้พูดพร้อมกับจับผมของเธอปล่อยไปทางด้านหลังจากนั้นก็เดินไปโอบกอดมายาวีเพื่อนรักพากันเดินเข้าไปในโรงแรม ขณะที่กำลังเดินเข้าไปมายาวีกับวิสกี้ก็เดินผ่านคนคุ้นเคยที่อยู่กับพวกเธอมาตั้งแต่ที่พวกเธอยังไม่มีชื่อเสียง

“ไง”

“พริ้ม!”

“ยัยพริ้ม!” วิสกี้ และมายาวีพูดออกมาพร้อมกัน พวกเธอไม่คิดว่าจะเจอกับพริมมาที่นี่ ทั้งสองคนจะมองหน้ากันแล้วฉีกยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปโอบกอดพริมมาที่ตอนนี้กำลังยืนอ้าแขนกว้างเพราะความคิดถึงเพื่อนรัก

“แกกลับมาเมื่อไหร่น่ะพริ้ม”

“นั่นสิ กลับมาไม่เห็นบอกเลย พวกเราจะได้ไปรับไง”

“พูดเหมือนแก 2 คนว่างเลยนะ คนนึงก็เป็นดาราดัง อีกคนนึงก็เป็นถึงผู้จัดการดาราดัง นักปั้นมือทอง ที่ดาราในสังกัดล้วนแต่เป็นดาราแนวหน้าทั้งนั้น ส่วนฉันก็อยากจะเป็นนักปั้นมือทองด้วยเหมือนกันแนะนำงานให้ฉันมั่งสิ”

“เดี๋ยวไปคุยกันในห้องแต่งตัวยัยกี้ เดี๋ยวยัยกี้สาย ไม่ได้เจอกันตั้งนานคิดถึงแกจังเลย” มายาวีพูดขึ้นพร้อมกับยังโอบกอดพริมมาอยู่อย่างนั้น ส่วนวิสกี้เองก็เช่นกัน พวกเธอคิดถึงพริมมามากเหลือเกินเพราะว่าตั้งแต่เรียนจบพวกเธอก็ไม่ได้เจอกับพริมมาอีกเลย

“แกเลิกกับพี่ครินต์แล้วเหรอ”

ก่อนหน้านี้ครินต์กับวิสกี้ต่างก็เทียวไปเทียวมายังไม่มีการยอมรับว่าทั้งคู่คบหากัน กระทั่งวิสกี้เรียนจบเธอจึงเริ่มเข้าหาครินต์อย่างจริงจังจนได้คบหากันในที่สุด แต่ที่ทุกวันนี้ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าเธอกับครินต์เป็นอะไรกัน เพราะว่าพี่ชายของเธอยังไม่สามารถยอมรับครินต์ได้เหตุผลเพราะว่าพี่ชายของเธอเคยมีอาการหึงหวงอย่างหน้ามืดตามัวกับครินต์ และแฟนสาวของตัวเอง เป็นเพราะว่าครินต์กับน้ำมนต์นั้นเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่เพราะวีก้าพี่ชายของเธอรู้สึกไม่ชอบหน้าครินต์เพราะเป็นผู้ชายที่เข้าใกล้แฟนของเขาจึงทำให้เขาตะขิดตะขวงใจกับครินต์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อีกทั้งพักหลังมานี้ ครินต์เหมือนมีเรื่องเครียดสะสม เขาจึงกลายเป็นคนพูดน้อย นิ่งขรึมไปโดยปริยาย ส่วนวิสกี้เองก็อยากจะเป็นคนดูแล และสร้างความสดใสให้กับเขา เธอจึงยินยอมที่จะไม่เปิดเผยเรื่องราวของเราจนกว่าเขาจะพร้อม ส่วนตัวเธอนั้นไม่อยากปิดบังอะไรใครอยู่แล้วแต่แน่นอนว่าเพราะตอนนี้ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นดาราดังแล้ว และมีธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็ก ๆ แต่เชื่อไหมว่า เธอก็ยังคงอยู่ในความดูแลของวีก้าที่ชายของเธออยู่ดี

“เลิกอะไรกันล่ะ สองคนนี้รักกันปานจะแหกตูดดมเลยทีเดียว”

“เนี่ยแกมาช้าไปพี่ครินต์เพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง”

“อ้อ แล้วทำไมไม่เปิดตัวสักทีล่ะกลัวมีผลกับงานเหรอ”

“ก็มีเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยน่ะ” อาจเป็นเพราะว่าความห่างกันทำให้วิสกี้เริ่มไม่อยากบอกทุกเรื่องกับพริมมา ยกเว้นแต่มายาวีเท่านั้นเพราะว่ามายาวีกับวิสกี้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไรจนกระทั่งทุกวันนี้ทำให้ทั้งสองคนสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นราวกับเป็นพี่น้องที่คลานตามกันออกมา

“อ๋อ งั้นแกไปแต่งหน้าเถอะ ฉันขอคุยกับยัยวีก่อน”

“อือ” วิสกี้ตอบรับคำของพริมมาจากนั้นก็เดินไปประจำที่เพื่อให้ช่างแต่งหน้าฝีมือดีแต่งหน้าให้กับเธอ ขณะเดียวกันใบหูของเธอก็ได้ยินเสียงซุบซิบจากช่างแต่งหน้าคนอื่น

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะพี่ ๆ” วิสกี้ถามเพราะเธอไม่ชอบเรื่องอะไรที่มันค้างคาใจ

“มีข่าวหลุดมาค่ะน้องวิสกี้ พี่อยากจะถามแต่ก็กลัวเสียมารยาท”

“เรื่องอะไรเหรอคะ ถามกี้ได้เลยค่ะ”

“มีข่าวว่าน้องกี้มีคนที่คบหาแล้ว เป็นผู้ชายนอกวงการจริงหรือเปล่าคะ เห็นว่าเมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันดึกดื่นเพิ่งออกมาเมื่อเช้านี้เองวิสกี้ยังไม่ทันตอบแต่เสียงของมายาวีก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“แหมพี่ ๆ คะใคร ๆ ก็ต้องมีคนที่คุย ๆ ด้วยกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ อีกอย่างนึงนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยอ่ะค่ะ ขอสงวนสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวให้น้องกี้หน่อยนะ” เธอไม่อยากให้วิสกี้มีข่าวเสียหายเธอเป็นทั้งเพื่อน และผู้จัดการ เธอไม่อยากให้เพื่อนรัก และนักแสดงในการดูแลของเธอต้องเกิดความเสื่อมเสีย

“ก็จริงนะขนาดพวกพี่บางคืนยังหิ้วโฮสต์ไปนอนด้วยเลย ไอ้เราก็เป็นผู้หญิงมีเนื้อมีหนังเหมือนกันใช่ไหมล่ะ เราก็มีความต้องการอ่ะเนาะ แต่ว่าจะทำอะไรต้องป้องกันด้วยนะคะ”

“แหมกล้าพูดนะคะ เป็นผู้หญิงเต็มตัวเลยเหรอคะ”

พี่ช่างแต่งหน้าสาวสองหันไปหัวเราะคิกคักกับมายาวีตามประสาคนสนิทสนมคนเหล่านี้ใครหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่น่าเสวนาด้วยเพราะอาจจะเป็นพวกที่ปากสว่างแต่ความจริงแล้วเมื่อพวกเธอเอ็นดูใคร รักใคร หรืออยู่ข้างใคร พวกเธอก็จะคอยช่วยเหลือคนคนนั้นโดยไม่สนใจว่าผิดหรือถูก

“นี่เคยไปแถวทองหล่อยังมีบาร์โฮสต์เปิดใหม่ผู้งานดีทั้งนั้นเลย”

“กี้ยังไม่เคยไปเลยค่ะ คงไปไม่ได้ด้วยล่ะค่ะ เดี๋ยวคุณวีบ่นกี้ตายเลย” ด้วยภาพพจน์แรง ๆ ของเธอกับภาพความเป็นเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ ทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนที่รักสนุกแต่ไม่คิดผูกพันกับใคร

“แต่คนในวงการก็อย่างนี้แหละน้องกี้ อย่าไปใส่ใจเลยนะ มันมีข่าวซุบซิบ ๆ อย่างนี้ประจำอยู่แล้ว ดาราคนอื่น ๆ ก็มีกัน อย่าไปคิดมากเลย” วิสกี้ยิ้มผ่านกระจกเลื่อนสายตามองไปที่มายาวีที่แสดงอาการโล่งอกออกมาอย่างไม่ปิดบัง ขณะเดียวกันสายตาของเธอก็เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพริมมาที่กำลังมองมาที่เธอ และมายาวีราวกับว่ากำลังดูเรื่องสนุกสนานอยู่อย่างนั้นแหละ

“นี่ยัยวี สรุปแกจะสอนงานฉันไหมเนี่ย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป