บทที่ 5 กินข้าวกับลูกค้า

ถ่ายงานของวิสกี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแถมยังเป็นที่น่าพอใจของทั้งช่างภาพ และเจ้าของสินค้าถึงกับขณะที่ว่าเจ้าของสินค้าขอนัดพบวิสกี้เป็นการส่วนตัวเพื่อไปรับประทานอาหารกระชับความสัมพันธ์กันเลยทีเดียว แต่ว่าเรื่องนี้มายาวีก็อนุญาตเพียงแต่ข้อกำหนดคือมายาวีต้องไปด้วยส่วนเจ้าของสินค้าไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นผู้หญิงเธอเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำหอมชื่อดังขึ้นห้างไม่เพียงแค่นั้นเธอยังเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มารับช่วงต่อของธุรกิจครอบครัว เธอพูดอยู่เป็นประจำว่าเธอกับวิสกี้อายุไล่เลี่ยกันราวกับว่าน่าจะเป็นเพื่อนกันได้

“เลิกงานแล้วไปด้วยกันนะคะ ไปแฮงเอาต์กันหน่อยนะ”

“ก็ถ้าตามเงื่อนไขวีไปด้วยก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ยังไงคุณมัดมุกต้องเข้าใจหน่อยนะคะเพราะว่าน้องกี้ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียง”

“เข้าใจได้อยู่แล้วสบายมากขอแค่ไปก็พอ”

“ถ้ายังไงวีกับน้องกี้ก็ขอรบกวนคุณมัดมุกด้วยแล้วกันนะคะ”

วิสกี้หันไปมองหน้าของมายาวีโดยการส่งสายตาบอกว่าวันนี้เธอมีนัดกับครินต์หลังจากเลิกงานแต่เพราะมายาวีเป็นคนประสานงานเรื่องนี้ก็ต้องให้เกียรติมายาวีพร้อมกันกับมัดมุกเจ้าของแบรนด์น้ำหอมชื่อดังอีกด้วย เธอจึงตัดสินใจโทรไปหาครินต์ก่อนเพื่อให้เขาเข้าใจ และไม่ต้องรอเก้อ

“เดี๋ยวกี้ขอตัวไปโทรศัพท์สักครู่นะคะ”

“อย่าไปไกลนะกี้ ถ้าเจอนักข่าวให้วิ่งหนี หรือไม่ก็เดินออกมาออกมาเลย เข้าใจไหม” มายาวีไม่ค่อยอยากให้วิสกี้เผชิญหน้ากับนักข่าวสักเท่าไหร่ เพราะเพื่อนของเธอคนนี้ชอบตอบแบบไม่คิด โกหกไม่เป็น บางเรื่องตอบมาทีก็ทำเอานักข่าวหงายเงิบไปเลย

“เข้าใจแล้วค่ะ คุณวี” ต้องพูดสุภาพกับมายาวีที่อยู่ในโหมดผู้จัดการกับดาราสาวทั้งคู่จึงต้องให้เกียรติกันแบบนี้แต่หลังจากนี้หากอยู่ในโหมดเพื่อนก็จะใช้คำพูดแบบเป็นกันเอง วิสกี้เดินออกมาจากห้องของผู้บริหารจากนั้นเธอก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอต่อสายหาแฟนหนุ่มทันที

ครืด~ ครืด~

(ฮัลโหล) รอสายไม่นานปลายสายก็รับสายแต่ว่าเสียงที่รับสายกลับไม่ใช่เสียงของครินต์ วิสกี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นเพื่อเช็กให้ชัวร์ว่าคนที่รับสายของแฟนหนุ่มของเธอเป็นใคร

“นั่นใคร” เธอถามเสียงแข็งปกติแล้วครินต์ไม่ค่อยให้ใครยุ่งโทรศัพท์ของเขาสักเท่าไหร่

(น้องกี้หรอครับพี่เจย์เองนะ)

“อ๋อ พี่หมอเจย์แล้วพี่ครินต์ล่ะคะ”

(ไอ้ครินต์มีเคสผ่าตัดด่วน มันเลยฝากให้พี่เฝ้าโทรศัพท์ให้ ฝากบอกน้องกี้ว่ามันอาจจะกลับช้าหน่อยให้น้องกี้ไปทานข้าวก่อนได้เลย)

“อ๋อ ถ้าพี่ครินต์ออกมาแล้วกี้รบกวนพี่หมอเจย์ช่วยบอกพี่ครินต์หน่อยได้ไหมคะ ว่ากี้ไปต้องไปทานข้าวต่อกับลูกค้าแต่ว่ามียัยวีไปด้วยค่ะ”

(ได้ครับ เดี๋ยวพี่บอกให้ ว่าแต่ลายเซ็นของน้องกี้เมื่อไหร่พี่จะได้ครับเนี่ยน้องสาวของพี่จะเป็นจะตายแล้วครับ)

“เดี๋ยวเจอกันรอบหน้ากี้จัดการให้ค่ะ อย่าลืมทวงนะคะ”

(ครับพี่จะได้เอาไปให้น้องสาวขี้ตื๊อของพี่สักที)

“ไว้เจอกันคราวหน้ากี้จะเซ็นให้สด ๆ เลยค่ะ” เมื่อฝากบอกธุระเรียบร้อยวิสกี้กดวางสายจากนั้นก็จึงเดินกลับเข้าไปด้านในแต่ว่ายังเดินไม่ถึงด้านในดีก็เจอเข้ากับใครบางคน ซึ่งคนคนนี้ใครต่างก็รู้ว่าทั้งสองคนเคยมีข่าวเกาเหลากันมาก่อน

“จะไปกินข้าวต่อกับลูกค้าหรือไปขายตัวกันแน่จ๊ะน้องกี้”

“สวัสดีนะคะ พี่ปลาวาฬแต่วันนี้พี่ไม่มีงานพี่มาทำไมเหรอคะ”

วิสกี้กับปลาวาฬเคยแสดงละครเรื่องเดียวกัน แน่นอนว่าวิสกี้ได้รับบทเป็นนางร้าย ส่วนปลาวาฬได้รับบทเป็นเพื่อนของนางเอกซึ่งในตอนนั้นทั้งคู่เป็นดาราใหม่ วิสกี้ได้รับบทเป็นนางร้ายครั้งแรกหลังจากที่ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาจากตัวประกอบ เช่นเดียวกันกับปลาวาฬที่ได้รับบทเป็นเพื่อนสาวของนางเอกครั้งแรกที่ได้เลื่อนขั้นมาจากตัวประกอบเหมือนกัน ทั้งสองคนนี้ต่างกันแค่เพียงว่าปลาวาฬเป็นเด็กในสังกัดของบริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ส่วนวิสกี้เข้ามาในวงการโดยคำว่านักแสดงอิสระทำให้หลายคนจับตาดูทั้งสองคนเนื่องจากว่าเป็นคู่ที่มีความสามารถเหมือน ๆ กัน และเป็นคนรุ่นเดียวกัน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสามารถของปลาวาฬไม่ได้มาด้วยความสามารถที่แท้จริงของเธอ

“พี่ก็จะมาทานข้าวกับลูกค้าสิจ๊ะ” ที่จริงแล้วทั้ง 2 คนอายุรุ่นราวใกล้เคียงกันเพียงแต่ว่าในบทหนังเรื่องที่ทำให้ทั้งสองคนโด่งดังขึ้นมาปลาวาฬมีอายุมากกว่า และวิสกี้มีอายุน้อยกว่าจึงทำให้ทั้งสองคนติดเรียกแบบนี้ต่อจากนั้นมา

หลังจากเรื่องนั้นที่ทำให้คนทั้งคู่โด่งดังเป็นพลุแตก วิสกี้กับปลาวาฬก็จะมีงานที่ใกล้เคียงกัน บางทีก็เป็นงานเดียวกันทั้งคู่ได้มาเจอะเจอกันอยู่บ่อยครั้งกระทั่งเริ่มมีข่าวเกาเหลาเพราะว่าวิสกี้กับปลาวาฬถูกวางตัวให้แคสบทละครเรื่องหนึ่งซึ่งเรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่สร้างความโด่งดังขึ้นมาอีก และคนที่ได้บทนางร้ายตัวแม่ไปก็คือวิสกี้นั่นเองส่วนปลาวาฬได้รับเล่นเพื่อนสาวของนางเอกเหมือนเดิม

“อ้อ งั้นก็เชิญพี่ขาย อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ เชิญพี่กินข้าวกับลูกค้าให้มีความสุขนะคะ”

ปลาวาฬมองหน้าวิสกี้มือเรียวกำเอาไว้แน่นขณะที่วิสกี้ก็เบะปากใส่ปลาวาฬแล้วเดินเข้าไปในห้องของลูกค้า ปลาวาฬรีบใช้สายตาสอดส่องเข้าไปที่ด้านในห้องเพราะเธออยากจะรู้ว่าลูกค้าคนที่วิสกี้จะไปทานข้าวด้วยเป็นหนุ่มหล่อที่ไหนขณะที่เธอต้องไปทานข้าวกับลูกค้าหัวล้าน ตัวเหม็น แก่ และพุงพลุ้ย วิสกี้จะมาได้ดีกว่าเธอไปทุกเรื่องไม่ได้ เหตุฉนวนที่เธอวิสกี้ไม่ถูกกันมันเป็นเพราะว่าเธอกับวิสกี้เคยแคสบทเดียวกันแต่วิสกี้กลับได้รับบทนั้นไป ส่วนเธอไม่ได้รับบทนั้นและต้องไปเล่นบทอื่นของละครเรื่องอื่นแทน จากนั้นเธอกับวิสกี้ก็เหมือนกับว่าอยู่กันคนละระดับไปเลยเพราะเธอไม่ได้โด่งดังเพิ่มขึ้นส่วนวิสกี้ก็มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมากมายจนเธอไขว่คว้าตามแทบไม่ทัน

“มาแล้วเหรอจ๊ะหนูปลาวาฬ”

“สวัสดีค่ะป๋า วาฬมาช้าไปรึเปล่าคะ” ปลาวาฬรีบหันไปทันที เธอเห็นสภาพ ‘ลูกค้า’ แล้วเธอแทบอยากจะบ้าตาย แต่ก็ต้องทำเหมือนยินดีเพราะเธอต้องการสปอนเซอร์ไม่อย่างนั้นเธอได้หายไปจากวงการแน่

“ไม่หรอกจ้ะ งั้นเราไปกันเลยนะ ฉันหิวอยากกินปลาวาฬจะแย่อยู่แล้ว” ปลาวาฬพยายามขืนตัวเอาไว้ใจจริงแล้วเธอก็ไม่ได้อยากทำอย่างนี้แต่ว่าเพราะว่าเธอหมดสัญญากับต้นสังกัดเดิมไปแล้วทำให้เธอต้องเที่ยวรับงานเองเธอไม่มีผู้จัดการส่วนตัวเหมือนอย่างวิสกี้ทำให้เธอเดินเองไม่เป็นเพราะเธอเคยอยู่ในสังกัดมาโดยตลอด ส่วนเวสกี้นอกจากจะเป็นนักแสดงอิสระแล้วยังได้ข่าวแว่ว ๆ มาว่าพี่ชายของวิสกี้เหมือนจะออกเงินลงทุนสร้างบริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ให้วิสกี้เองด้วยซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

“ไปกันเลยไหมคะคุณมัดมุก”

“ไปเลย อย่าเรียกคุณสิเรารุ่นเดียวกัน เลิกงานแล้วก็เป็นเพื่อนกันเถอะ นะ” วิสกี้ระบายยิ้มให้สงสัยว่ามัดมุกถ้าจะเหงาจริง ๆ เธอไม่ติดขัดเรื่องนี้ ทันทีที่เปิดประตูออกมาเธอก็เจอเข้ากับพริมมา ปลาวาฬ และชายแก่หัวล้านพุงพลุ้ยที่กำลังโอบเอวของปลาวาฬอยู่นั้นดันเป็นคนที่มัดมุกรู้จัก

“หนูมัดมุก จะไปไหนเหรอ” มัดมุกมองชายคนนั้นด้วยสายตารังเกียจขยะแขยง

“มุกจะพาเพื่อนไปทานข้าวค่ะ” พูดจบสายตาของมัดมุกก็กวาดมองไปที่ปลาวาฬ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่ชายแก่คนนี้อีกครั้ง “ไปก่อนนะคะ ขอให้มีความสุขนะคะคุณลุง”

ดาราสาวคนนั้นไม่น่าคิดสั้นอย่างนี้เลย เธอห่วงก็แต่ว่าตาแก่นี้จะมาถูกใจวิสกี้เข้าน่ะสิ ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอไม่ยอมแน่

“ไปด้วยกันสิพริ้ม” วิสกี้กับมายาวีเอ่ยชวนเพราะตอนที่อยู่ในห้องวิสกี้กับมายาวีบอกมัดมุกเอาไว้แล้ว มัดมุกไม่ติดใจอะไรหากวิสกี้จะพาแฟนหนุ่มนอกวงการ หรือเพื่อนไปด้วย เพราะเธอมาอยู่ที่นี่เธอไม่มีเพื่อนเลยสักคนเธอเหงามากจริง ๆ

“ไม่ล่ะ ฉันมีธุระ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะเดี๋ยวฉันส่งข้อความหา”

“ได้ งั้นพวกเราก็ไปกันเลยเนาะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป