บทที่ 11 ร้อนรน

บทที่ 11 ร้อนรน

ฟางซินเย่เดินจ้ำอ้าวอย่างเร่งร้อนมาจนถึงหน้าเรือนพักของฮวาอิงหลง เขากวาดสายตามองรอบๆ ด้วยความรู้สึกหดหู่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปภายในเรือน สภาพด้านในเก่าโทรมจนแทบจะไม่อาจป้องกันภัยอันใดได้ ลมหนาวพัดผ่านเข้ามายังช่องไม้ทำให้ด้านในเย็นยะเยือก กลิ่นอับชื้นแตะเข้าที่จมูกของเขาอย่างแรง จนเขานิ่วหน้าลง ยิ่งเมื่อได้เห็นฮวาอิงหลงที่นอนหลับใหลอย่างไม่ได้สติ ดวงตาของเขาก็ยิ่งหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ฟางซินเย่รู้สึกผิดในใจต่อร่างบางตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง

ฟางซินเย่ช้อนร่างบางขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะอุ้มฮวาอิงหลงเดินกลับไปที่เรือนนอนของเขาด้วยความเร่งรีบ

“ข้าคิดถึงบ้าน...ข้าอยากกลับบ้าน...ท่านแม่ทัพ...ท่านช่างใจร้ายกับข้าเหลือเกิน” ฮวาอิงหลงเพ้อออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ฟางซินเย่เหลือบมองฮวาอิงหลงด้วยความรู้สึกผิดระคนสงสาร ร่างบางยังคงสั่นเทาอยู่ใต้อ้อมกอดของเขาราวกับลูกนกที่พลัดหลงทาง

ร่างบางของฮวาอิงหลงที่ร้อนราวกับเปลวไฟแนบเข้ากับแผงอกหนา ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนเสื้อผ้า ความร้อนแผ่ซ่านแทรกลงไปยังเสื้อหนาจนร่างกายเขาสัมผัสถึงความร้อนผ่าว ฟางซินเย่ถึงกับตื่นตระหนกที่เห็นนางป่วยหนักเช่นนี้ เขาค่อยๆ บรรจงวางฮวาอิงหลงนอนราบบนเตียงนุ่มพร้อมหยิบผ้าห่มหนาห่มคลุมร่างกายนางไว้แน่น

“พ่อบ้าน ท่านหมอมาถึงหรือยัง” ฟางซินเย่ตะโกนออกมาด้วยความร้อนใจ

พ่อบ้านรีบนำทางหมอเข้ามาภายในเรือนนอนอย่างเร่งรีบ หมอรีบเข้าไปตรวจดูอาการของหญิงสาวบนเตียง ในขณะที่ฟางซินเย่เอาแต่เดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน

“ท่านหมอเป็นเช่นใดบ้าง” ฟางซินเย่รีบเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นหมอเริ่มขยับกายออก

“เรียนท่านแม่ทัพ แม่นางมีอาการจับไข้หนาวสั่น ทั้งยังร่างกายอ่อนแออยู่แต่ก่อนแล้ว ข้าน้อยจะให้คนต้มยาดื่มวันละสามหน และต้องนอนพักฟื้นอีกสักสี่ถึงห้าวัน อาการก็จะทุเลาลงขอรับ” หมอรีบรายงานพร้อมยื่นซองยาให้บ่าวรับใช้

“ดูแลนางให้ดี หากนางหายป่วย ข้าจะมีรางวัลให้” ฟางซินเย่ออกคำสั่งพร้อมเดินตรงไปนั่งตรงข้างเตียง เขายกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่ตอนนี้มีเหงื่อผุดขึ้นมาเป็นริ้วๆ อย่างอ่อนโยน

“คุณหนูฮวา เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ” ฟางซินเย่พึมพำออกมาราวกับขาดสติ เขาได้แต่มองใบหน้าขาวซีดที่ยังคงหลับใหลอย่างไม่ได้สติอยู่เป็นเวลาเนิ่นนาน

สักพักหนึ่ง เสี่ยวม่านรีบยกถ้วยยาเข้ามาในเรือนของฟางซินเย่ นางมองนายหญิงด้วยความรู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจอย่างยิ่ง

ฟางซินเย่หันมามองหน้าเสี่ยวม่าน “เจ้าคือสาวใช้ของคุณหนูฮวาสินะ” เสี่ยวม่านพยักหน้ารับด้วยสายตาหม่นหมอง

“เอายามานี่ ข้าจะป้อนนางเอง เจ้าออกไปก่อนเถอะ” ฟางซินเย่ยื่นมือออกมารอรับถ้วยยา ก่อนจะเอ่ยปากไล่ทุกคนออกจากห้องไป

เสี่ยวม่านเม้มปากแน่นก่อนจะยอมยกถ้วยยาให้แก่ฟางซินเย่แต่โดยดี ก่อนที่ทุกคนจะโค้งตัวและเดินออกจากห้องไปจนหมด

ฟางซินเย่ค่อยๆ ประคองร่างบางลุกขึ้นมาแนบอก ก่อนจะใช้ช้อนตักยาขึ้นเป่ารดให้บรรเทาความร้อน ช้อนหนาถูกจรดลงบนริมฝีปากบางเพื่อป้อนยาเข้าไปในปากของนาง แต่ทว่าฮวาอิงหลงกลับเม้มปากแน่น ร่างกายที่ยังคงหลับใหลทำให้ไม่ยอมรับยาร้อนเข้าปาก ยาหกไหลตามมุมปากก่อนจะตกกระทบลงบนผ้าห่มหนาอีกครั้ง

ฟางซินเย่นิ่วหน้าลง ก่อนจะหยิบผ้าสะอาดซับริมฝีปากฮวาอิงหลง จากนั้นเขาจึงยกถ้วยยาขึ้นดื่ม ก่อนจะบรรจงจรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากบาง ยาค่อยๆ ถูกถ่ายไหลซึมเข้าปากบางอย่างเชื่องช้า

ฮวาอิงหลงแง้มปากรับสัมผัสอ่อนโยนดังกล่าวอย่างว่าง่าย จนกระทั่งฟางซินเย่ป้อนยาจนหมด เขายังคงไม่ละจากสัมผัสอ่อนนุ่มตรงหน้า ลิ้นร้อนควานหาความหวานปนขมเฝื่อนจากรสชาติของยาอย่างหลงใหล

ฮวาอิงหลงเผลอตัวยกมือขึ้นกำชายเสื้อของฟางซินเย่ไว้แน่น ราวกลับกลัวจะตนเองจะร่วงหล่นลงไป ปากบางอ้ารับสัมผัสอย่างโหยหา นางตอบรับจุมพิตหวานอย่างไม่ขัดขืน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดใบหน้าของฟางซินเย่จนเขาต้องข่มใจถอนปากออกมาอย่างเสียดาย ก่อนจะพยุ่งฮวาอิงหลงกลับมานอนราบกับเตียงอีกครั้ง

ฮวาอิงหลงยื่นมือเข้าเกาะกุมมือหนาไว้แน่น พร้อมดึงมาแนบใบหน้าอย่างถวิลหา “อย่าทิ้งข้าไป” เสียงเพ้อออกมาดั่งกำลังฝันร้าย ทำให้ฟางซินเย่ยกมืออีกข้างขึ้นลูบไล้ใบหน้าขาวซีดอย่างปลอบโยน

ฟางซินเย่โน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากนูนมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงด้านข้างของเตียง เขาเฝ้ามองฮวาอิงหลงที่กำลังหลับสนิทด้วยใบหน้ายิ้มอ่อนโยน ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามา นางในตอนนี้ช่างดูบอบบางและน่าทะนุถนอมราวกับแก้วใสไร้ตำหนิ ทว่าหากไม่ระวังก็อาจจะทำให้แตกร้าวลงได้

ฟางซินเย่ได้แต่ครุ่นคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับหญิงสาวตรงหน้าดี ในค่ำคืนก่อนที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนางยังคงเป็นภาพที่ติดตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืม ท่าทางยั่วยวน น้ำเสียงหยอกเย้า ร่างบางอวบอิ่มที่บดเบียดเขาไม่หยุดทำให้ฟางซินเย่ถึงกับเหม่อลอยไปอยู่หลายครั้ง แต่เพราะความขุ่นเคืองที่ยังมีอยู่ในใจทำให้เขาไม่กล้ายอมรับฮวาอิงหลงได้ นางร้ายกาจเกินกว่าที่จะยอมอ่อนข้อให้เขาแต่โดยดีเช่นนี้ ฟางซินเย่ไม่ต้องการตกหลุมพรางของนางอีก จึงทำได้เพียงเมินเฉยและเย็นชาใส่นาง

ตั้งแต่คืนนั้นฟางซินเย่ก็เอาแต่ออกจากจวนเพื่อไปฝึกซ้อมที่ค่ายทหารแทบทุกวัน เขาออกแต่เช้าตรู่และกลับมาในตอนค่ำ จนทหารทั้งหลายในค่ายต่างพากันโอดครวญในความขยันขันแข็งของท่านแม่ทัพในช่วงนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยามที่ฟางซินเย่ต้องกลับมาอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง สัมผัสของฮวาอิงหลงที่ยังคงหลงเหลืออยู่กลับทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว

บัดนี้ฮวาอิงหลงกลับมานอนบนเตียงนอนเขาอีกครั้ง ฟางซินเย่ได้แต่นึกยอมแพ้ที่หัวใจเขาโอนอ่อนและปวกเปียกเมื่อได้สัมผัสนางอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป