บทที่ 9 เหตุใดกัน

บทที่ 9 เหตุใดกัน

เช้าวันต่อมา ฮวาอิงหลงลืมตาตื่นขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างกายปวดร้าวไปแทบทุกส่วน นางเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบๆ ห้องก็ไม่พบฟางซินเย่ ฮวาอิงหลงรีบลุกขึ้น พร้อมใช้ความคิดอย่างหนัก

ฟางซินเย่ไม่พอใจอะไรในตัวนางกันแน่ หากเป็นคนปกติทั่วไปเจอมารยาที่นางงัดมาใช้แทบทุกเม็ด อย่างน้อยก็ย่อมต้องเอ็นดูนางบ้างเป็นแน่ ผิดกับท่าทีของฟางซินเย่ที่มีต่อนาง เขาสุขสมกับสิ่งที่นางปรนเปรอให้อย่างไม่อาจปฏิเสธ แต่ภายหลังกลับทำท่าทีบึ้งตึงราวกับคนที่มีความเคียดแค้นกันมายาวนานอย่างไรอย่างนั้นเชียว

ยังไม่ทันที่ฮวาอิงหลงจะได้คิดหาคำตอบ เจ้าหมัวมัวก็เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร “ท่านแม่ทัพให้เจ้าทานข้าวให้เรียบร้อย แล้วรีบกลับเรือนพักของเจ้าเสีย” น้ำเสียงที่ดูไม่เป็นมิตรมากนัก ทำเอาฮวาอิงหลงถึงกับขมวดคิ้วแน่น

เจ้าหมัวมัวรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก นางนึกว่าเช้านี้นายท่านจะเรียกให้ไปรับรางวัลใหญ่ แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นนายท่านกลับมีท่าทางเย็นชา พร้อมสั่งให้นางพาฮวาอิงหลงกลับเรือนพักเสียนี่ นี่ไม่เท่ากับท่านแม่ทัพไม่โปรดปรานฮวาอิงหลงหรอกหรือ เสียแรงที่นางทุ่มเทไปไม่น้อย นึกว่าจะได้ประจบเอาใจนายท่านเสียหน่อย

ฮวาอิงหลงเม้มปากแน่น ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาประคองร่างเจ้าหมัวมัวอย่างเอาใจ “ท่านหมัวมัวเจ้าขา ท่านแม่ทัพไม่พอใจสิ่งใดข้าหรือเจ้าคะ” นางพยายามเลียบๆ เคียงๆ ถามอย่างต้องการรู้สาเหตุ

“เหอะ...เจ้าปรนนิบัตินายท่านทั้งคืน พอใจหรือไม่พอใจเหตุใดต้องมาถามข้ากันเล่า รีบกินแล้วก็รีบกลับเรือนเจ้าได้แล้ว ไม่มีคำสั่งนายท่านก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาอีกเล่า” เจ้าหมัวมัวสะบัดเสียงใส่อย่างดูถูก ก่อนจะกระแทกถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

ฮวาอิงหลงมองตาค้าง นางข่มใจเอาไว้อย่างหนักที่จะไม่กรี๊ดออกมา ฟางซินเย่นะฟางซินเย่ ดาราตัวแม่อย่างเนตรดาวลงแรงแสดงถึงขนาดนี้ เจ้ายังกล้าบอกว่าไม่พอใจอีกหรือ เจ้าช่างดูถูกข้ามากเกินไปแล้วจริงๆ

ฮวาอิงหลงสะบัดตัวนั่งลง อาหารตรงหน้าถูกจัดเตรียมมาอย่างดี ทำเอาท้องนางร้องประท้วงขึ้นมาด้วยความหิว ฮวาอิงหลงไม่คิดอะไรอีกแล้ว นางรีบกินอาหารตรงหน้าราวกับจะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของนางทีเดียว

หลังจากจัดการตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ฮวาอิงหลงก็ไม่ลืมห่ออาหารบางส่วนเก็บกลับมาให้เสี่ยวม่านและเฉินเม่า ตั้งแต่พวกนางมาอยู่ที่จวนแห่งนี้ อาหารดีสุดที่ได้กินคงเป็นโจ๊กสีใสจนแทบมองเห็นก้นชามกระมัง

ฮวาอิงหลงรีบเร่งไปหาเสี่ยวม่านในทันที ขณะนั้นเสี่ยวม่านและเฉินเม่ากำลังนั่งรอฮวาอิงหลงอย่างใจจดใจจ่อ พอเสี่ยวม่านได้เห็นฮวาอิงหลง นางก็รีบวิ่งมาประคองฮวาอิงหลงด้วยความรู้สึกดีใจ

“คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านแม่ทัพเอ่อ...ทำให้ท่านลำบากหรือไม่” เสี่ยวม่านถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่เป็นอะไรหรอก มานี่สิข้านำอาหารกลับมาบางส่วน พวกเจ้ารีบกินเสียเถอะ” ฮวาอิงหลงพูดพร้อมยื่นกล่องอาหารให้เสี่ยวม่าน เฉินเม่ามองอย่างตาโตที่ได้เห็นอาหารดีๆ มากมายตรงหน้า

“อิงหลง เจ้ามีวาสนาแล้ว ต่อไปพวกเราไม่ต้องทนกินโจ๊กจืดชืดอีกแล้วใช่หรือไม่” เฉินเม่าหยิบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

“ข้าก็ยังไม่รู้เช่นกัน พวกเรารออีกหน่อยเถอะ” ฮวาอิงหลงตอบอย่างไม่เต็มเสียง นางจะพูดออกไปได้อย่างไรว่าพอเช้ามาฟางซินเย่ก็ทิ้งนางไปอย่างไม่ไยดี

เสี่ยวม่านสังเกตสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักของนายหญิง นางมองหน้าฮวาอิงหลงอย่างมีคำถามมากมาย

“เสี่ยวม่าน เจ้าพอจะรู้หรือไม่ ว่าเมื่อก่อนข้ากับแม่ทัพใหญ่เคยพบปะกันมาก่อนหรือไม่” ฮวาอิงหลงถามคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจออกมา 

เสี่ยวม่านพยายามนึกอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้าออกมา “เท่าที่ข้าจำได้ คุณหนูไม่น่าจะเคยพบท่านแม่ทัพนะเจ้าคะ”

ฮวาอิงหลงมองหน้าเสี่ยวม่านอีกครั้ง ในเมื่อเสี่ยวม่านพูดเช่นนี้ ทั้งนางเองก็จำไม่ได้เช่นกันว่าเคยเจอฟางซินเย่ในตอนไหน แล้วท่าทีขุ่นเคืองของเขาเกิดจากอะไรกันแน่

“เฉินเม่า ท่านแม่ทัพเคยมีคนรักหรือเพื่อนสนิทอะไรทำนองนี้หรือไม่” ฮวาอิงหลงหันไปถามเฉินเม่าที่เอาแต่เคี้ยวอาหารจนแก้มป่อง

“เท่าที่ข้ารู้เรื่องคนรัก ท่านแม่ทัพไม่น่าจะมี ส่วนเพื่อนสนิทอันนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน” เฉินเม่าตอบออกมาตามที่นางรู้เพียงเท่านั้น

ฮวาอิงหลงถึงกับถอนหายใจหนัก ข้อมูลของเสี่ยวม่านและเฉินเม่าไม่ได้ช่วยให้นางคิดหาวิธีจัดการปัญหาได้สักนิด

“เสี่ยวม่าน เช่นนั้นเจ้าลองทบทวนสิว่าข้าเคยล่วงเกินผู้ใดบ้าง” ฮวาอิงหลงหันไปถามเสี่ยวม่านอีกครั้ง

“คุณหนู....เอ่อ...” เสี่ยวม่านก้มหน้านิ่ง ไม่กล้วพูดสิ่งใดออกมา

“เสี่ยวม่าน เจ้าพูดมาเถอะน่า ไม่เช่นนั้นข้าจะคิดหาวิธีจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน” ฮวาอิงหลงรำคาญกับท่าทีอ้ำอึ้งของเสี่ยวม่านเต็มที

“คุณหนู หากจะพูดให้ถูก คงต้องบอกว่าให้ข้าตอบว่าท่านไม่เคยล่วงเกินใครบ้างยังจะดีกว่านะเจ้าคะ” เสี่ยวม่านพูดออกไป พร้อมเม้มปากแน่น

เฉินเม่าที่กำลังกินขนมอยู่ถึงกับพ่นอาหารออกไป พร้อมระเบิดหัวเราะเสียงดัง “อิงหลง เมื่อก่อนเจ้าคงเป็นหญิงที่ร้ายกาจมากทีเดียว”

ฮวาอิงหลงถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก สตรีนางนี้แต่ก่อนนิสัยเป็นเช่นใดกัน ถึงได้สร้างศัตรูไปทั่วเช่นนี้ นางถอนหายใจออกมาอย่างหนักด้วยความจนใจ

เสี่ยวม่านหยิบอาหารเข้าปากพร้อมเคี้ยวอย่างระวัง นางมองดูสีหน้าของฮวาอิงหลงที่มีท่าทีกลัดกลุ้มใจก็ยิ่งทำให้นางพลอยไม่สบายใจไปด้วย

“พี่เฉินเม่า เจ้าช่วยข้าสืบที ข้ามีความรู้สึกว่าท่านแม่ทัพต้องมีเรื่องบางอย่างกับข้าเป็นแน่” ฮวาอิงหลงหันไปบอกเฉินเม่าอย่างไม่ตั้งความหวังอีก

“ได้ๆ ข้าจะลองเลียบๆ เคียงๆ ถามเจ้าหมัวมัวกับพ่อบ้านดู ยังไงพวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นา” เฉินเม่าพยักหน้ารับด้วยท่าทางจริงจัง

ฮวาอิงหลงพยักหน้าพร้อมยิ้มให้กับเฉินเม่าอย่างรู้สึกขอบคุณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป