บทที่ 12 กำลังใจที่ดี

คุณหมอสาวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะประทับริมฝีปากนุ่มลงบนแก้มสากที่ชุ่มเหงื่อของเขา จูบนั้นไม่ได้มีเพียงความความเร่าร้อน หากแต่เปี่ยมด้วยกำลังใจและแรงปรารถนาที่เธอมอบให้เขาอย่างเปิดเผยมันคือการยอมรับในชะตากรรมอันตรายที่ต้องเผชิญร่วมกันอย่างแท้จริง

เฟลิกซ์โอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่นคงก่อนจะกระชับร่างระหงให้เข้าหาตัวเขา ตอบรับสัมผัสจากปากนุ่มด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนที่สุด ราวกับจะยืนยันว่าการกระทำของเธอช่วยเยียวยาความเจ็บปวดของเขาได้มากมายเพียงใด

“อดทนหน่อยนะคะ...” เจณิสากระซิบเสียงเบา ลมหายใจอุ่นผ่าวรดผ่านผิวแก้มเขา

“คุณขับรถไปคลินิกของฉันได้มั้ย มันอยู่ใกล้กว่าคอนโด และฉันคิดว่าคุณควรไปที่นั่นก่อน”

“ไปไม่ได้” เฟลิกซ์ปฏิเสธทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดเจือความห่วงใย

“ถ้าพวกมันรู้ว่าผมอยู่กับคุณ ต่อไปพวกมันจะตามล่าคุณ... หรือไม่ก็จับคุณไปเป็นเหยื่อล่อเพื่อลากผมออกมา ผมจะทำให้คุณเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้” เขาเว้นจังหวะ ถอนหายใจหนักหน่วงกลบความเจ็บปวด

“โชคยังดี ที่ไอ้พวกที่มันตามจัดการผมในคลับ มันตายหมดแล้ว ไม่งั้นพวกที่เหลือมันคงรู้ว่าผมอยู่กับคุณ”

เขาหลุดปากพูดความจริงอันโหดร้ายที่พยายามซ่อนไว้ แต่แทนที่จะหวาดกลัว นัยน์ตาของเจณิสากลับฉายแววเห็นอกเห็นใจมากกว่าเดิม

“งั้นก็ไปคอนโดฉันค่ะ... ที่นั่นมียาแก้อักเสบกับน้ำเกลือล้างแผลครบ” เธอรีบเสนออย่างร้อนรน เมื่อมองเห็นเลือดสดๆ ที่ยังคงซึมทะลักผ่านเสื้อเชิ้ตของเขาออกมาเรื่อยๆ ภายใต้ความแข็งกร้าวของมาเฟียหนุ่ม เธอสัมผัสได้ถึงความรวดรวดรวดแสนสาหัสที่เขาซ่อนไว้

“ถ้าคุณขับไม่ไหว ให้ฉันขับเองดีกว่า”

“ไม่เป็นไร... ผมยังไหว” เฟลิกซ์ตอบกลับทันที ก่อนจะเหยียบคันเร่งพารถทะยานออกไปทันทีที่สัญญาณไฟเขียวปรากฏ ความทะนงตนและสัญชาตญาณความเป็นผู้นำคือสิ่งที่หล่อหลอมอยู่ในสายเลือดมาเฟียอย่างเขาเกินกว่าจะยอมเผยความอ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆ

“อีกไกลไหม...กว่าจะถึงคอนโดคุณ” สุดท้ายเขาก็ต้องกัดฟันถาม พยายามสะกดกั้นความหมุนเคว้งในหัว

“อีกไม่ไกลแล้วค่ะ”

“มีที่อื่น... ที่ใกล้กว่านี้อีกไหม” น้ำเสียงของเขาเริ่มแหบพร่า

“นอกจากคลินิกก็ไม่มีแล้ว” เจณิสาเน้นเสียงหนักแน่น แววตาสั่นระริกด้วยความเค้นเครียด “คุณต้องรีบทำแผลให้เร็วที่สุดนะคะไม่งั้นได้ช็อกแน่ เพราะเลือดคุณไหลไม่หยุดเลย!”

“โอเค... งั้นคุณคอยบอกทางผมก็แล้วกัน” เฟลิกซ์ยอมจำนนต่อคำสั่งของคุณหมอสาวแต่โดยดี

ทันทีที่มาถึงคอนโด เฟลิกซ์เทียบรถเข้าซองจอดส่วนตัวตามที่คุณหมอบอก เจณิสารีบพยุงร่างสูงใหญ่ขึ้นไปยังห้องพักอย่างระมัดระวัง เธอประคองเขานั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวยาวภายในห้องรับแขก

สัญชาตญาณความเป็นแพทย์สั่งการให้เธอเร่งมือ เจณิสาสลัดความเหน็ดเหนื่อยทิ้งตรงไปหยิบกระเป๋าปฐมพยาบาลขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ในห้องนอนออกมาทันที อุปกรณ์ฉุกเฉินและยาหลากชนิดถูกรื้อวางเรียงอย่างคล่องแคล่ว

ชุดราตรีผ้าซาตินสีชมพูอ่อนทรงเพรียวบางที่เคยดูเย้ายวน กลับกลายเป็นชุดทำงานของเธอในยามนี้ เมื่อเธอนั่งลงข้างกายเฟลิกซ์บนโซฟาและเริ่มเตรียมเครื่องมือ ความเซ็กซี่ที่ผสมผสานกับความใส่ใจตามธรรมชาติของเธอแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ทุกการเคลื่อนไหวอันเร่งรีบส่งผลให้ผ้าซาตินลื่นไถลไปตามเรือนร่างอรชร เผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเอวและผิวนวลเนียนใต้แสงไฟสว่าง ตราตรึงสายตาของมาเฟียหนุ่มจนยากจะถอนตัว

เฟลิกซ์มองเรือนร่างของเธออย่างหลงใหล สายตาคมไล่ตามเรือนร่างแน่งน้อยที่กำลังก้มๆ เงยๆ จัดเตรียมน้ำเกลือและสำลีด้วยความเชี่ยวชาญ ความงามอันสดใสและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านตามบาดแผลไปชั่วขณะ นี่คือการบำบัดทางสายตาและอารมณ์ที่ทรงพลังยิ่งกว่ายาแก้ปวดชนิดใด

เขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่คุณหมอผู้ช่วยเหลืออีกต่อไป... แต่เห็นเธอเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กล้าก้าวเข้ามาในโลกอันมืดมนของเขา และทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาตายด้านกลับมาร้อนรุ่มและเต้นรัวอีกครั้ง

“อุปกรณ์พร้อมแล้วค่ะ... ถอดเสื้อของคุณออกสิคะ” เจณิสาเอ่ยเสียงนุ่มนวล แววตาจริงจังขณะหันมามองเขา

“คุณช่วยถอดให้ผมหน่อยสิ... แขนผมไม่มีแรงเลย”

แม้มือไม้และพละกำลังจะยังเหลือล้น แต่เขาเลือกที่จะส่งเสียงออดอ้อนเพราะอยากสัมผัสความใกล้ชิด สายตาคมกริบฉายแววเว้าวอนส่งตรงไปยังดวงตาคู่สวย จนใบหน้าของคุณหมอสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นัยน์ตาคู่ทรงเสน่ห์ของเขามันทรงอิทธิพลจนเธอไม่อาจปฏิเสธ

เจณิสาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับกายเข้ามาใกล้จนชิดอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรดผิวกายที่ร้อนระอุของเฟลิกซ์ กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นคาวเลือดเจือจางยิ่งปลุกกระแสความวาบหวิวให้แล่นปราดไปทั่วเรือนร่างของคุณหมอสาว

มือเรียวนุ่มสั่นระริกเล็กน้อย ขณะค่อยๆ เอื้อมไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มไปด้วยเลือดออกทีละเม็ด... ปลายสายนิ้วเรียวสัมผัสโดนแผงอกแนบแน่นและมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียงหัวใจของเฟลิกซ์ที่เต้นตึกตักอยู่ใต้ฝ่ามือเธอ ยิ่งขับให้บรรยากาศการทำแผลฉุกเฉินเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและบีบหัวใจเกินกว่าจะต้านทาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป