บทที่ 14 ขอกอดหน่อย
คุณหมอสาวทายาปฏิชีวนะและปิดแผลด้วยผ้าก๊อซอันใหม่ ความชำนาญของแพทย์ทำให้ทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจิตใจของเธอจะกำลังต่อสู้กับไฟปรารถนาที่เฟลิกซ์พยายามจุดขึ้นก็ตาม
“เสร็จแล้วค่ะ” เธอรีบถอยออกมาเล็กน้อย ให้หลุดพ้นจากมนตร์สะกดของเขา
เฟลิกซ์มองแผลที่ถูกปิดอย่างสวยงามด้วยความพึงพอใจ แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องเธออย่างไม่ลดละ
“ขอบคุณมากครับคุณหมอ...ถ้าไม่ได้คุณผมคงแย่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ซาบซึ้ง
ที่ไหล่ด้านซ้ายของเขามีรอยสักขนาดใหญ่ ลวดลายคล้ายอาวุธโบราณสีดำสนิท ดูน่าเกรงขาม แต่มันคือสิ่งดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดมอง
เฟลิกซ์เห็นสายตาของเจณิสาที่จ้องมองเรือนร่างของเขาอย่างเปิดเผย ทุกตารางนิ้วของกล้ามเนื้อและรอยสักถูกเธอสำรวจอย่างละเอียด ความเจ็บปวดที่บาดแผลถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจ
“มองอะไรเหรอ... คุณหมอ” เฟลิกซ์ถามยิ้ม ๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้าแหย่และแฝงความร้อนแรง ดวงตาคมกริบของเขาวาววับราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะลุกโชน เจณิสารีบละสายตาจากมัดกล้ามเนื้อเหล่านั้นด้วยความเขินอาย ใบหน้าของเธอแดงก่ำทันทีที่ถูกจับได้
“ปะ เปล่า ๆ ค่ะ” เธอรีบโต้กลับด้วยความลุกลี้ลุกลน ราวกับถูกจับได้ว่ากำลังสนใจในตัวของมาเฟียหนุ่ม
“อยากเห็นมากกว่านี้ ก็บอกสิครับ” เฟลิกซ์ยังคงเย้าแหย่อย่างเจ้าเล่ห์
“จะบ้าหรือไง!!!” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิวในลำคอ ความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้เธอแทบจะควบคุมสติตัวเองไม่อยู่
“ผมล้อเล่น!!” เขาหัวเราะในลำคอ แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความปรารถนา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงออดอ้อนที่แสนจะขี้โกง
“ขอกอดหน่อยสิ”
“แผลคุณไม่ควรขยับตัว” เจณิสารีบปฏิเสธในเชิงแพทย์ แต่หัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
“งั้นคุณก็กอดผมหน่อยสิ ผมจะได้หายเจ็บ”
“ถ้าแค่กอดแล้วหายเจ็บ งั้นต่อไปคงไม่ต้องทำแผลแล้วมั่ง ” น้ำเสียงดุ ๆ แต่ตอบด้วยความเขินอาย มันเจือไปด้วยความรู้สึกวาบหวาม
“เกี่ยวสิ...คุณหมอ มันคือการให้กำลังใจไงครับ” เฟลิกซ์ยืนยันด้วยรอยยิ้ม สายตาที่ออดอ้อนของเฟลิกซ์ ทำให้น้ำเธอใจอ่อน
เฟลิกซ์ออดอ้อนจนเจณิสายอมเอนตัวเข้าหาเขาเล็กน้อย เฟลิกซ์รีบกอดเธอราวกับลูกแมวที่ต้องการความรัก ทั้งที่เขาคือราชสีห์ที่เพิ่งผ่านการสู้รบมาหมาด ๆ
“ชื่อคุณเพราะจัง...ถ้าผมจำไม่ผิดมันเป็นชื่อเดียวกับคลินิกของคุณใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“แต่ผมขอเรียกคุณว่า เจนนี่ ได้มั้ย มันง่ายกว่า” เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เมื่อเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา แววตาคมกริบบ่งบอกว่าเขาต้องการเป็นมากกว่าคนแปลกหน้า
“ก็แล้วแต่คุณเลย” เจณิสาตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ในใจยังคงพยายามต่อสู้กับความรู้สึกหวั่นไหว
“แล้วเพื่อนสนิทล่ะ เรียกชื่อเล่นของคุณว่าอะไร”
“เรียก เจน เฉย ๆ ค่ะ”
“โอเค งั้นผมจะไม่เรียกตามเพื่อนคุณ” เฟลิกซ์กล่าวอย่างกวน ๆ ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้เธอ
“สรุปผมขอเรียกคุณว่า...เจนนี่ก็แล้วกัน...ถึงแม้ว่าใจจริง ผมอยากจะเรียกคุณว่า...ที่รักก็เหอะ” เฟลิกซ์เอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจในตัวเอง จนทำให้เจณิสาแอบเบ้ปาก แต่สิ่งที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงนั้นก็ได้จุดประกายบางอย่างขึ้นมาในใจของเธอแล้ว
มาเฟียหนุ่มจับมือของเธอไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือเขาทำให้ผิวของเธอสะท้านเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะ ยกมือเรียวของเธอขึ้นช้าๆ แล้วประทับจูบลงบนหลังมืออย่างอ่อนโยน จุมพิตนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เร่าร้อนและทรงอำนาจ ทำให้เจณิสารู้สึกเหมือนถูกสะกดไว้ในห้วงเวลาแห่งความใกล้ชิดนั้น
“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ...เจนนี่” เสียงทุ้มของเขากระซิบแผ่วเบา
“และขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตผมไว้”
“ผมเฟลิกซ์นะ... หรือคุณจะเรียกผมว่า ฟลิกซ์ ก็ได้... ชื่อเต็ม ๆ ผมของคือ เฟลิกซ์ มัทเธอุส” เขากล่าวพร้อมจ้องมองเธออย่างไม่วางตา และปรารถนาที่จะดึงดูดให้เธอสานสัมพันธ์ต่อในค่ำคืนนี้
เจณิสาพยายามที่จะไม่เคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดหวาน ๆ และการกระทำของเขา เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะหวั่นไหวไปกับความใกล้ชิดนี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องในทันที
“คุณเป็นคนประเทศอะไรคะ”
“เยมัน... เป็นไงน่าสนมั้ยครับ” เฟลิกซ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวน ๆ รอยยิ้มของเขาเจ้าเล่ห์อย่างไม่น่าไว้ใจ
“ไม่สน!!” เจณิสารีบปฏิเสธอย่างรวดเร็วและหันหน้าหนี แต่เขากลับกระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่น เธอรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะดูจากแววตาที่จ้องจะงาบเธอตั้งแต่อยู่ในคลับ มันยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยสักนิด เธอต้องพยายามหักห้ามใจ เจณิสาคิดในใจว่าเธอไม่น่าไปอ่อยเขาเลย
“แล้วถ้าเป็นเบิร์นเยี่ยมล่ะ คุณสนไหม” เฟลิกซ์จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่าเบิร์น เขายังคงหยอกเย้าเธออย่างไม่ลดละ ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอที่เริ่มแดงระเรื่อ
“ทีมุกพวกนี้ คุณเข้าใจง่ายเชียว” เจณิสากล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ในขณะที่ฉันอธิบายศัพท์ทางการแพทย์แทบตาย คุณก็ไม่เข้าใจ” เฟลิกซ์หัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มกังวานในห้อง
“ก็ผมไถฟีดดูพวกตลกบ่อย ๆ น่ะ แล้วก็อาศัยถามเพื่อนที่เป็นคนไทยเอาบ้าง...ก็เลยเข้าใจ”
“คุณมีเพื่อนเป็นคนไทยด้วยเหรอคะ” เจณิสาถามอย่างสงสัย
“มีสิ! แต่ไม่เชิงเพื่อนหรอก... เค้าทำงานให้ผม”
“ลูกน้องเหรอ”
“ก็ประมาณนั้น” เฟลิกซ์ตอบอย่างเรียบง่าย
“ปล่อยค่ะ ฉันจะเก็บอุปกรณ์”
“ไม่ปล่อย ขอหอมแก้มก่อน”
“หือ!!!..เอาเปรียบจัง”
“อะไรกัน ตอนอยู่ในคลับไม่เห็นคุณปฏิเสธผมเลยนี่” สิ้นเสียงของเขา ความคิดก็วิ่งวนอยู่ในหัวของคุณหมอสาวอย่างรวดเร็ว
