บทที่ 8 ไปต่อกันมั้ย
เจณิสาคว้าแก้ว มาร์ตินีที่ถูกนำมาเสิร์ฟอีกเป็นครั้งที่สาม น้ำแข็งเย็นเฉียบถูกนิ้วเรียวหมุนวนอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่พร่ามัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องสบตาเฟลิกซ์อย่างเปิดเผยและเร่าร้อน ความดีงามและความระมัดระวังของศัลยแพทย์สาวได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่เท่าเทียมกับบุรุษตรงหน้า
“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงถูกยิงคะ” เจณิสาถามในที่สุด เสียงของเธอแหบพร่าและชัดเจนในความต้องการ ความอยากรู้อยากเห็นในโลกที่อันตรายของมาเฟียเข้าครอบงำเหนือความระมัดระวังใด ๆ
เฟลิกซ์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เขาจงใจสูดดมกลิ่นหอมของเธอที่แสนเย้ายวนจนเขาแทบคลั่ง
“คุณหมอ!!!... ชีวิตของผมมันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะรู้” เฟลิกซ์ตอบ ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่พร่ามัวของเธอ ราวกับพยายามให้เธอเห็นภาพความตายและคมมีดที่รายล้อมเขาอยู่ แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเพียงไฟตัณหาที่ลุกโชน
“ยังไงเหรอคะ” เจณิสาถามกลับอย่างไม่ลดละ เธอไม่กลัวแต่กลับยิ่งรู้สึกท้าทาย เขามีอะไรหลาย ๆ อย่าง มันเป็นความดิบเถื่อนเร่าร้อนที่ต่างจากแฟนหนุ่มของเธอและมันก็ทำให้เธออยากค้นหา
ในจังหวะที่คำถามอันตรายสิ้นสุดลง ความร้อนรุ่มที่แลกเปลี่ยนกันก็ไม่ได้บดบังสัญชาตญาณของแพทย์ มือของเจณิสาที่เลื่อนขึ้นไปสัมผัสแผงอกกว้างของเขาอย่างเปิดเผย แต่ไม่นานนิ้วเรียวก็ไล้ต่ำลงไปตามแนวเพื่อสัมผัส ผ้าก๊อซสีขาวที่เธอพันแผลของเขาเอาไว้ จากการผ่าตัดเมื่อไม่นานมานี้
เธอแตะลงบนผ้าก๊อซนั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความนุ่มนวลอย่างที่สุด ราวกับกลัวว่าน้ำหนักเพียงน้อยนิดจะทำให้อาการบาดเจ็บของเขาทรุดลง เธอกำลังตรวจสอบบาดแผลของเขาอย่างออกนอกหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจ มันผสมผสานกับความเร่าร้อนจนแยกไม่ออก
แววตาเฉียบคมของศัลยแพทย์สาวจ้องลึก เพื่อประเมินความเสียหายภายใต้เสื้อสูทนั้น เธอมองเขาในฐานะผู้ป่วยที่อยู่บนความเสี่ยง ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความบ้าบิ่นของการประชดรัก ทำให้สัมผัสของเธอแสนอ่อนโยนและลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ
เฟลิกซ์ไม่ได้ปฏิเสธการสัมผัสอ่อนโยนนั้น เขาฉวยโอกาสนี้ โอบกระชับเอวของเธอเข้ามาแนบชิด จนรู้สึกถึงความร้อนจากร่างของกันและกันผ่านเนื้อผ้าบางเบา บทสนทนาของทั้งคู่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการส่งผ่านความต้องการที่ถึงเนื้อถึงตัวอย่างโจ่งแจ้ง
“ชีวิตของผม...” เฟลิกซ์กระซิบ พลางใช้ริมฝีปากแตะเบา ๆ ที่ขมับของเธอ การกระทำที่แสนสุภาพและอ่อนโยน ที่เขาไม่เคยแสดงกับใคร
“มันคือการเดิมพันที่ไม่มีวันจบสิ้น และถ้าคุณหมอยังยุ่งเกี่ยวกับผม นั่นก็แปลว่าคุณกำลังจะลงเดิมพันด้วยชีวิตของคุณเองเช่นกัน”
“แต่ฉันไม่กลัว ขอเพียงคุณไม่ทอดทิ้งฉันก็พอ” เธอกล่าวอย่างท้าทาย ด้วยสติที่เหลือเพียงน้อยนิด เขารู้ดีว่านั่นคือคำพูดที่ไร้สติเมื่อเห็นความกระหายในดวงตาของเธอ
ทั้งคู่คุยกันอย่างออกรสและถึงเนื้อถึงตัวอย่างเปิดเผย ท่ามกลางเสียงเพลงดังกระหึ่มและสายตาของผู้คนที่จับจ้อง
“แต่ผมเป็นห่วงคุณ ที่ของผมมันอันตรายสำหรับคนดี ๆ อย่างคุณ” เฟลิกซ์กระซิบด้วยเสียงพร่า เขารู้ดีว่าการหลงใหลของเธอมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการประชดประชันที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นความปรารถนาเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น
“ตอนนี้คุณรู้แค่ว่า... ผมหลงใหลในตัวคุณก็พอ” เฟลิกซ์ตอบ ก่อนจะจ้องมองรอยยิ้มของเธอที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เสน่ห์ที่ทำให้มาเฟียผู้แข็งกร้าวอย่างเขาต้องยอมเปิดเผยความรู้สึก
“คุณหยุดดื่มเลย” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่รู้ตัว แต่ก็แฝงความห่วงใย
“ทำไมคะ” ดวงตาของเธอจ้องมองเขาอย่างเร่าร้อน ภายใต้แสงไฟสลัวของคลับ เฟลิกซ์ยอมรับความรู้สึกที่ถูกปลุกเร้าอย่างเปิดเผย
“ผมไม่อยากให้แอลกอฮอล์พวกนี้ทำลายชีวิตคุณ” เฟลิกซ์เตือนเธอด้วยความเป็นห่วง เขาต้องการให้เธอรับรู้ทุกสัมผัสอย่างมีสติ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เขาจะไม่แตะต้องผู้หญิงที่ขาดสติอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่เกียรติของเขา
“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ถ้าคุณห่วงเรื่องนั้น ฉันรู้ตัวว่าฉันกำลังทำอะไร” เจณิสาตอบอย่างมั่นใจ และพร้อมที่จะทำลายความเจ็บปวดนั้นด้วยการทำให้ตัวเองก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
“ถ้าคุณยืนยันเช่นนั้น ผมก็จะไม่ปฏิเสธคุณ” เฟลิกซ์ตอบรับอย่างหนักแน่น
“เราไปต่อกันมั้ยคะ” เจณิสาถามพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้ เธอโอบแขนรอบลำคอของเขาอย่างเปิดเผย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยเปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง
“ได้สิ...ถ้าคุณต้องการ” เฟลิกซ์ตอบรับอย่างรวดเร็ว การโอบกอดของเขาไม่ได้มีเจตนาเพื่อข่มขู่หรือบังคับ แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย มือแกร่งกระชับรอบเอวบางของเธอ ดึงร่างของเจณิสาให้แนบชิดติดกับตัวเขาอย่างอ่อนโยน จนแทบไม่เหลือช่องว่างใด ๆ
