บทที่ 11 เพื่อนกัน
“ให้มันน้อยหน่อยเถอะย่ะพ่อคุณ เดี๋ยวแม่บี๋ก็จับนายแต่งงานหรอก” หญิงสาวรู้ว่าแม่ของเพื่อนอยากให้ลูกชายมีครอบครัวแต่ลูเซีโนไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ ขนาดขนาดโปรไฟล์เธอเริ่ดหรูเขายังไม่สนใจเลยและโชคดีที่เธอไม่ได้ชอบเขามากถึงขั้นอยากครอบครองเป็นเจ้าของจึงเลือกที่จะเป็นเพื่อนกับลูเซียโน เฮนดริกและดาวิเต้หน้าหม้อของเซเซียล่าและมิตรภาพก็งอกเงยออกมาอย่างสวยงามความเป็นเพื่อนมันดีกว่าที่เธอจะเป็นของเล่นให้ลูเซียโนและเธอก็มีแฟนแล้วด้วย
“แม่ฉันไม่ยุ่งหรอกนาต ว่าแต่เธอโทรมามีอะไรไหมหรือพี่หม่อมของเธอนอกใจล่ะ” ลูเซียโนแซวเพื่อนสาวที่มีแฟนแก่กว่าเกือบสิบปี
“ไอ้บ้าลูซอย่ามาแช่งนาตนะ แค่จะถามว่านายจะมาเมืองไทยเมื่อไหร่ทางเจ้าของโรงแรมเขาโทรมาเลื่อนนัดให้เร็วขึ้นเพราะทางแบงค์เร่งรัดมาเขากลัวว่าจะโดนดอกเบี้ยเพิ่มน่ะนายจะว่ายังไง” หญิงสาวพูดเป็นงานเป็นการ
“ไม่มีปัญหางั้นฉันจะให้ทีมกฎหมายไปดำเนินงานก่อนนะเสร็จงานที่นี่แล้วฉันจะตามไป”
“ได้ๆ นาตจะได้บอกเขา คุณลุงแกน่าสงสารมากเลยนะโดนคนสนิทที่ไว้ใจโกงไปจนแทบหมดตัวเลยยังดีที่ยังเหลือบ้านให้แกอยู่น่ะ” นาตาลีเล่าให้เพื่อนหนุ่มฟังเพราะสงสารเธอจึงต้องโทรหาเพื่อนตอนดึกอย่างนี้
“งั้นอาทิตย์หน้าเจอกันนะนาต”
“จ้า พ่อคาสโนว่าเชิญไปต่อกับสาวๆของนายเถอะย่ะ” ทั้งสองก็วางสายเมื่อคุยกันจบแล้ว
ลูเซียโนก็โทรบอกวาลิคจัดรถไปส่งนางแบบสาวและจัดการอย่าให้มายุ่งกับเขาอีกจากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนบนเตียงอันแสนอบอุ่นของเขาแล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเมื่อได้ออกแรงเสียเหงื่อไปเยอะเหมือนกันกว่าจะเสร็จกิจกรรมในร่มของเขา
ที่ไร่บงกช
มัสหยานั่งดื่มกาแฟที่ชานเรือนมองหมอกหนาที่ปกคลุมบริเวณไร่จนขาวโพลนเพราะตอนนี้มันออกพรรษาแล้ว กำลังจะเข้าหน้าหนาวแต่ยังมีฝนตกปะปรายที่เรียกกันว่า ปลายฝนต้นหนาว
“ไม่หนาวเหรอแม่หย๋า” เสียงแหบของแม่นายดังขึ้นด้านหลังของสาวสวยที่กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศยามเช้าด้วยไอหมอกปกคลุมไปทั่วไร่และภูเขา
“ไม่หนาวค่ะแม่นายอากาศกำลังดีเลยค่ะ” ร่างเล็กในชุดนอนตัวโคร่งเดินไปประคองแม่นายมานั่งเก้าอี้ประจำของท่านที่นั่งดื่มชาร้อนๆยามเช้าทุกวัน
“อืม..เวลามันก็ไวเหมือนกันนี่ก็ใกล้ปีใหม่อีกแล้ว” แม่นายพูดเบาๆคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาท่านชอบมานั่งดื่มชากับสามีทุกเช้าที่นี่ เป็นที่เดียวที่ท่านมีความรู้สึกว่าสามีไม่ได้ไปไหนยังอยู่ดูแลเป็นเพื่อนท่านอยู่เสมอ
“วันนี้หย๋าจะเข้าเมืองเหรอลูก” แม่นายถามผู้จัดการไร่ของท่านที่มาบอกท่านว่าจะหยุดงานเพื่อจะไปซื้อของในเมืองกับสุปรียา
“ใช่ค่ะแม่นาย ปรียามาชวนพอดีของใช้หมดด้วยค่ะ แม่นายจะเอาอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะหย๋าจะได้ซื้อมาให้ค่ะ” หญิงสาวผู้รอบคอบได้บอกพี่แตงไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าให้จดของที่ใกล้จะหมดแล้วมาให้เธอจะได้ซื้อเข้ามาให้เลย
“ไม่มีจ้ะ หย๋าไปเถอะขับรถก็ระวังด้วยนะลูก” หญิงชราบอกหลานสาวนอกใส้อย่างเป็นห่วงทุกครั้งที่เธอเดินทางไปไหนมาไหน
“ขอบคุณค่ะแม่นาย งั้นหย๋าไปอาบน้ำเตรียมตัวรอปรียาก่อนนะคะ” มัสหยาบอกแม่นายเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวรอเพื่อนรักที่นัดกันไว้
“หย๋าไม่ต้องเตรียมอะไรไปที่โน่นนะลูก แม่บี๋ย้ำนักย้ำหนาว่าเตรียมไว้ให้แล้ว” ท่านบอกเด็กในปกครองเพราะรู้ว่าลูกสาวของท่านรักหญิงสาวตรงหน้าเหมือนลูกคนหนึ่งยิ่งหลานสาวตัวดีของท่านก็สนิทติดกันเป็นตังเมคงจะเตรียมข้าวเตรียมของไว้ให้หมดแล้วถึงได้ย้ำกับท่าน
“ค่ะแม่นาย หย๋าไปตั้งหลายวันคงคิดถึงแม่นายคิดถึงไร่มากแน่ๆค่ะ” หญิงสาวผู้ไม่เคยจากบ้านไปไกลขนาดนี้พูดเบาๆ
“ก็คิดว่าไปทำงานสิลูก สิบวันนี่แป๊บเดียวเอง” แม่นายพูดปลอบสาวสวยที่เห็นมาแต่อ้อนแต่ออกท่านไม่อยากให้มัสหยาหมกตัวอยู่แต่ในไร่อยากให้เจอใครสักคนที่ดีพอมองเห็นช้างเผือกเชือกนี้ว่าควรค่าจะนำไปประดับข้างกายแล้วมองตามหลังหลานสาวนอกไส้อย่างเอ็นดูแล้วจิบชาของท่านอย่างมีความสุข
เมื่ออาบน้ำเสร็จมัสหยาก็ลงมากินอาหารเช้ากับแม่นายและคุยกันเรื่องข่าวเรื่องในไร่จิปาถะเหมือนทุกวันไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในไร่มัสหยาก็จะมาเล่าให้ท่านฟังเสมอ
“สวัสดีค่ะแม่นาย/สวัสดีครับแม่นาย” สองพี่น้องแห่งไร่ศรีภักดียกมือไหว้เจ้าของบ้านอย่างมีมารยาท
“สวัสดีจ้ะพ่อพัน แม่ปรียา มากินข้าวเช้าด้วยกันลูก”
“ขอบคุณครับแม่นาย ผมเรียบร้อยมาแล้วครับ” พันแสงบอกแม่นายอย่านอบน้อมแต่สายตามองสาวสวยตรงหน้าอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง
“สวัสดีค่ะพี่พัน หวัดดีปรียา” มัสหยายกมือไหว้พี่ชายเพื่อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มโดยไม่ได้สนใจพันแสงที่มองเธอเลย
วันนี้มัสหยาแต่งตัวน่ารักมากใส่กางเกงยีนส์สกินนี่สีเข้มเสื้อกล้ามตัวเล็กสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเข้มไม่ติดกระดุมแต่ผูกชายเสื้อตรงเอวคอดใส่รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีขาวตุ่นที่เจ้าของรักมากจนไม่ยอมซักถักเปียเดี่ยวดูทะมัดทะแมงสมกับเป็นสาวชาวไร่ยุคใหม่
“พี่พันจะไปด้วยหย๋าไม่ว่าอะไรนะ” สุปรียาถามเพื่อนอย่างเกรงใจเพราะเธอชวนมัสหยาไปกันสองคนแต่พี่ชายเธออยากไปด้วยอ้างนั่นอ้างนี่จนเธอต้องยอม
“ดีสิเราจะได้มีคนขับรถให้ไงล่ะปรียา งั้นไปกันเลยนะเดี๋ยวจะสายหย๋าต้องซื้อของหลายอย่างเลย หย๋าไปก่อนนะคะแม่นาย” หญิงสาวตอบเพื่อนแล้วลุกขึ้นบอกแม่นายแล้วหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย
“ผมลานะครับแม่นาย” สองพี่น้องไหว้ลาแม่นาย
“ขับรถดีๆนะพ่อพัน” อย่างน้อยท่านก็หายห่วงเมื่อพันแสงไปด้วยแต่คนของท่านจะรู้ไหมว่าหนุ่มไร่ศรีภักดีอยากเป็นมากกว่าพี่ชายหากตัดเรื่องเจ้าชู้ออกพันแสงก็เป็นคนดีและขยันคนหนึ่ง
หนึ่งหนุ่มสองสาวขึ้นรถเสร็จพันแสงก็ขับออกไปจากไร่เข้าเมืองเชียงใหม่เพื่อพาสองสาวไปช้อปปิ้งและอาจจะทันดูหนังสักรอบก่อนกลับ
“ใจคอหย๋าจะไม่บอกเราเรื่องจะไปอิตาลีเลยเหรอ” สุปรียาถามเพื่อนอย่างอนๆเธอรู้มาจากเขมรัฐเมื่อวานนี้ตอนที่เจอกันที่ร้านขายเครื่องมือทำการเกษตรในอำเภอ
“ขอโทษนะปรียา หย๋ายุ่งๆอยู่ไม่ทันบอกน่ะ” หญิงสาวขอโทษเพื่อนเพราะเธอยุ่งกับเก็บลำใยล็อตสุดท้ายจึงทำให้ลืมบอกสุปรียา
“จ้าแม่คนขยัน ปรียาอยากไปเที่ยวกับหย๋าจังเลยอ่ะ”
“หย๋าไปดูงานที่ไร่ของเพื่อนแม่บี๋น่ะปรียาก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาไปเที่ยวหรือเปล่า” มัสหยาบอกเพื่อนเธอยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงเพราะเป็นครั้งแรกที่ไปต่างประเทศ
“ไปนานหรือปล่าครับน้องหย๋า” พันแสงนั่งฟังอยู่นานถามน้องสาวคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหลังที่เขาแอบมองผ่านกระจกบ่อยๆ
“สิบวันค่ะพี่พัน แม่บี๋เป็นคนจัดการทุกอย่างให้ค่ะ” สาวสวยตอบพี่ชายเพื่อนที่ทำหน้าที่ขับรถให้พวกเธอในวันนี้แล้วคุยกันเรื่องไร่เรื่องม้าจนถึงตัวเมืองเชียงใหม่
“พี่พันแวะไปที่ร้านนายไผ่ก่อนนะคะ” สุปรียาบอกพี่ชายเพราะเธอนัดเพื่อนไว้ว่าจะไปด้วยกัน นายไผ่หรือพงษ์พัฒน์ วัฒนากิตติ หนุ่มหล่อลูกชายเจ้าของรีสอร์ทชื่อดังที่อำเภอแม่ริมและเปิดร้านกาแฟอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าหรูเป็นเพื่อนสนิทของสองสาวมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วและเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ
