บทที่ 17 EP 4/3 จูบนั้นทำฉันติดใจ

เธอจูบตอบเขาบ้าง จูบเบาๆ แต่เขากลับชอบมัน

“ดีจัง หวาน...หวานเหลือเกิน...” เขาชมเปาะแล้วลูบไล้แก้มงามด้วยปลายนิ้วร้อน ดวงตาหล่อนดูซื่อใสแต่ก็เชิญชวนอยู่ในที หล่อนไม่เอื้อนเอ่ยวาจา มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สื่อให้รู้ว่าประหม่าเพียงใด

“พะ...พอ...พอเถอะ ขอร้อง...” เธอตัดใจเอ่ย มองริมฝีปากเขาที่มีเลือดซึมนิดๆ แล้วอยากจับมาฉีกให้หนำใจ ทำไมถึงเก่งกาจ ทำไมถึงล่อลวงให้เธอคล้อยตามได้ขนาดนี้ ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญจริงๆ เธอไม่มีวันชนะเขาได้เลย

“อือ...พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย” เขายิ้มเยาะ ก้มลงหอมแก้มร้อนๆ ของกฤติกา แก้มหล่อนหอมมาก ทั้งนุ่มทั้งหอม ไม่รู้สิ เขาก็ว่าไม่ได้รักชอบหล่อนเลย แต่ทำไมถึงติดใจสัมผัสของหล่อนนักก็ไม่รู้ “พอก็ได้ แต่เธออย่าลืมไปหาพี่ไหมล่ะ”

กฤติกาคอแข็งขึ้นมาทันใด ทำไมต้องพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นด้วย

“ฉันไม่ไป ต่อให้เขาตายลงวันนี้ ฉันก็จะไม่ไป”

“จุ๊ๆๆ ร้ายกาจไม่เลิกจริงๆ โอเค...ไม่แกล้งเธอแล้ว เช้านี้ฉันอิ่มจูบจนเปรมแล้วล่ะ หึๆๆ” 

เสียงหัวเราะนั้นช่างน่าขยะแขยง กฤติกาได้แต่คิดในใจ เธอพยายามไม่กระโดดเข้าใส่ ด้วยอยากให้เขาไปๆ เสียที

“อ้อ...เธอนี่ก็ง่ายดีเหมือนกันนะ เอาไว้วันหลังเรามาสนุกกันอีกก็แล้วกัน”

เขาทิ้งท้ายแล้วยิ้มเยาะ ก่อนจะเปิดประตูแล้วก้าวออกไป 

กฤติกาหน้าชาหนึบ ได้แต่กัดฟันแน่นๆ อยากกรี๊ดดังๆ ให้สมแค้น แต่เบื่อที่ต้องหาคำมาแก้ต่างในเสียงที่เปล่งออกมา เลยทำได้แค่กำกำปั้นทุบเคาน์เตอร์แรงๆ มันต้องมีสักทางที่เธอจะเอาคืนเขาได้ ต้องมีสักทาง!

นางร้ายหุ่นอวบอัดหอบเอาเสื้อผ้าตัวเองออกมาจากห้องน้ำ ด้วยอารมณ์กระแทกกระทั้นเลยไม่รู้ว่าเจ๊หวีเฝ้ามองอยู่ กะเทยร่างหมีผู้มีใจอารี มองนางร้ายคนดีอย่างไม่เข้าใจ เมื่อกี้แท้ๆ ที่เห็นผู้กำกับหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำนั่น มิหนำซ้ำยังปากแตกเลือดซึม หรือว่าสองคนนี้...

“กุ๊ก! หนูกุ๊ก!?”

คนถูกเรียกหันมาหา ประหลาดใจไม่น้อยเพราะนึกว่าเจ๊หวีไปรอที่เต็นท์แล้ว

“มานี่เลย มานี่!” เจ๊ลากนางร้ายคนดีไปอีกทาง ทางที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน สองมือของคนที่สูงวัยกว่า ลูบเนื้อลูบตัวกฤติกาอย่างห่วงใย

“อะไรเจ๊”

“สำรวจน่ะสิ”

“สำรวจอะไร หนูไม่ได้เป็นอะไร”

“อย่ามาอำ เห็นนะ เมื่อกี้อยู่ในนั้นกับคุณเวย์...อื้อ...”

มือของกฤติกาปิดปากเจ๊หวีแน่นหนึบ ส่ายหน้ารัวๆ ไม่ให้เจ๊พูดออกมา อีกฝ่ายก็ดึงมือเธอออกแรงๆ หัวคิ้วของเจ๊ขมวดเข้าหากันอย่างคนคิดหนัก

“แสดงว่าเมื่อกี้เจ๊ไม่ได้ตาฝาด ไปทำอะไรกันในห้องน้ำแคบๆ ไม่ใช่อย่างที่เจ๊คิดใช่ไหม”

คนถูกถามได้แต่เงียบ ในชีวิตนี้นอกจากบิดาก็มีแต่เจ๊หวีนี่แหละที่กล้าพูดแบบนี้กับเธอ เหมือนสั่งสอนเพื่ออยากให้เธอได้รับแต่สิ่งดีๆ

“แล้วเขาทำอะไร”

“ไม่ได้ทำ” เธอแก้ต่าง แต่เจ๊หรือจะเชื่อ

“โกหก!”

“จูบ”

“ฮะ!?”

“เขา...จูบหนู”

“หนูกุ๊ก!?”

“หนูเปล่านะเจ๊ เขาจูบหนูเอง” 

กฤติกาแก้ต่าง เธอไม่ได้เต็มใจนะ เขาต่างหากที่ล่อลวง เธอมันอ่อนหัดจะสู้เขาได้อย่างไร

“ต่อไปอย่าเปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้รู้ไหม คุณเวย์น่ะ ถึงจะบอกว่ามีใจให้พี่ไหม แต่เขาก็เป็นผู้ชายนะคะ”

“หนูรู้เจ๊ เขาเหมือนไฟนั่นแหละ หนูรู้”

“รู้แล้วก็จำ จำให้แม่นด้วยว่าเขารักพี่ไหม พี่ไหมน่ะ เป็นแม่ของหนูนะคะลูก...” 

เจ๊เอ่ยออกมาอย่างคนที่ไม่อยากพูดคำนี้ มันอึดอัดเกินไป กฤติกาคอแข็งขึ้นมาในนาทีนั้น

“เขาคงเห็นหนูเป็นของเล่นละมั้ง แต่เจ๊ไม่ต้องห่วง ถ้าเขาทำมากกว่าจูบละก็ หนูเอาคืนอย่างเจ็บแน่ อ้อ...เจ๊แน่ใจหรือว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักเขา”

เจ๊หวีส่ายหัว 

“ไม่รู้สิคะ ถึงไม่มีทีท่า แต่ใครจะรู้เท่าตัวเจ้าของ ผู้ชายเทียวไล้เทียวขื่อมาหลายปี ไม่รักก็คงจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันบ้าง”

“งั้นหนูแย่งดีไหม!”

“ฮะ!?” เจ๊ตาเบิกโต

“อะไรที่ผู้หญิงคนนั้นต้องการ หนูจะแย่งให้หมดเลย”

เจ๊เอามือทาบอก แม่ลูกเจี๊ยบตัวจ้อยจะกลายร่างเป็นอีแร้งพร้อมรุมทึ้งแล้ว

“ชู่ว์...หนูกุ๊ก ไม่เอาไม่ร้ายนะคะ! หนูเป็นเด็กดื้อที่น่ารักของเจ๊ก็พอ ไม่ร้ายแบบนั้น หนูจะเจ็บทีหลังนะคะลูก” 

เจ๊แนะอย่างคนที่มากประสบการณ์ อย่างไรเสียไหมขวัญก็เป็นมารดาเจ้าหล่อน ทว่าคนที่เจ็บปวดมามากอย่างกฤติกามีหรือจะฟัง

“หนูเจ็บจนชินแล้วเจ๊ ถ้าคราวนี้หนูเจ็บแล้วผู้หญิงคนนั้นเจ็บด้วยละก็ หนูยอม!”

เจ๊หวีส่ายหน้าระอา เหมือนว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทำอย่างไรดีจึงจะหยุดกฤติกาได้ ถ้าเวหารักเจ้าหล่อนบ้าง เจ๊คนนี้ก็คงพอเออออไปด้วย แต่ถ้าเวหาทำไปเพราะสนุกตามประสาผู้ชาย สุดท้าย คนที่เจ็บจะมีแค่กฤติกาคนเดียว 

โอ๊ย...แค่คิดก็ปวดหัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป