บทที่ 19 EP 4/5 จูบนั้นทำฉันติดใจ

ทุกอย่างในอดีตเหมือนว่าถาโถมเข้ามาในตอนที่เธออ่อนแอ เมื่อก่อนไม่มีแม่ยังมีพ่อ แต่ตอนนี้...เธอไม่เหลือใครเลย...

แล้วจู่ๆ แผ่นหลังของเวหาก็มาโผล่ตรงหน้า เขาหันหลังมาให้ ก่อนจะตบเบาๆ บนหลังตัวเอง

“ฉันให้ยืม เร็วๆ รีบร้องให้เสร็จๆ งานรออยู่”

คำพูดเหมือนเร่งเร้ายิ่งทำให้คนร้องร้องหนักกว่าเดิม เธอซุกหน้ากับแผ่นหลังกว้างใหญ่ ปลดปล่อยหยดน้ำใสๆ ทั้งน้ำมูกน้ำตาออกมาเสียมากมาย ถึงเขาจะปากร้าย แต่บางทีก็อ่อนโยน เธอได้รู้ตัวตนเขาทั้งสองด้าน แต่ผู้หญิงคนนั้นคงได้รับแต่ด้านอ่อนโยนของเขากระมัง 

เวหาใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อจู่ๆ สองแขนของกฤติการัดรอบเอวมา หล่อนกอดเขาแล้วร้องไห้โฮ เสียงร้องและเสียงสะอื้นยังดังอยู่ เขาได้แต่ยืนนิ่งๆ ให้หล่อนใช้หลังเขาแทนผ้าเช็ดหน้า มันรู้สึกได้ถึงเนื้อตัวอันสั่นเทา รู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่ทำหลังเขาเปียกชุ่ม เขาหาเรื่องแท้ๆ ที่พาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ มารับรู้ความเจ็บปวดของกฤติกา

“พอเถอะ...มันผ่านไปแล้ว อย่าร้องเลย เหนื่อยเปล่าๆ” นี่คือคำปลอบโยนจากผู้ชายตัวโตที่ปากร้ายเกินกว่าจะหาถ้อยคำดีๆ ไม่รู้สิ สำหรับกฤติกาแล้ว คำพูดดีๆ เขาพูดออกมาไม่ได้เลย มันรู้สึกฝืนๆ เต็มที่ก็ได้แค่ปลอบโยนอย่างพาลๆ

ยิ่งเขาเอ่ยอย่างนั้นกฤติกายิ่งกอดแน่นๆ ถูไถใบหน้ากับแผ่นหลังกว้างใหญ่จนเครื่องสำอางเลอะเสื้อเขาไปหมด อยากขอบคุณที่อย่างน้อยก็ยังอยู่ตรงนี้ ยืนเงียบๆ ให้เธอได้ร้องไห้กับแผ่นหลังอุ่นๆ นอกจากพ่อกับเจ๊หวีแล้ว ก็มีแต่ผู้ชายร้ายๆ คนนี้นี่แหละที่ได้เห็นเธอร้องไห้ ได้ปลอบโยนให้คนที่โหยหาไออุ่นได้รู้สึกอุ่นไปถึงหัวใจ ทว่าสวรรค์ไม่รักเธอหรอก ไม่รักเลย สิ่งดีๆ ที่พอได้รับ สวรรค์ก็มักพรากมันไปจากเธอ

“พี่เวย์! พี่เวย์ครับ!”

เสียงที่ร้องเรียกอยู่ข้างนอกทำให้เวหาต้องเปิดประตู โดยแง้มมันออกเพียงเล็กน้อย ด้วยกลัวว่าคนข้างนอกจะมองเห็นคนที่กอดเขาอยู่

“อะไร มีอะไรหรือเปล่า” ถามเอากับทีมงานชายนายหนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นมาตามหา

“พี่ไหม! พี่ไหมหมดสติไปแล้วพี่!”

“อะไรนะ!?” เวหาตื่นตระหนก บอกทีมงานคนนั้นว่าจะรีบไป ก่อนจะปิดประตูลงแน่นๆ “ขอโทษนะกุ๊ก...แต่ว่า...”

“อย่าไปนะ อย่าไป...ฮึกๆ อย่าไป...” กฤติการ้องขอ น้ำตายิ่งไหลเมื่อรู้ว่าเขาจะไป แต่คำวอนขอมีหรือจะสัมฤทธิ์ผล ต่อให้สองแขนกอดเขาแน่นเพียงไร สุดท้ายแล้ว เขาก็แกะมือเธอออกอยู่ดี

“ขอโทษนะ ฉันต้องรีบไปดูพี่ไหม ถ้าเธอดีขึ้นแล้วก็รีบออกไปเถอะ”

เวหาบอกแค่นั้นแล้วเปิดประตูออกไป กฤติกามองสองมือที่เมื่อกี้ยังได้รับไออุ่น สองแขนที่ได้กอดเขาบัดนี้มีเพียงความว่างเปล่า เขาไปแล้ว ไปหาผู้หญิงคนนั้น ความห่วงใยในตัวเจ้าหล่อน คงมีมากกว่าความสมเพชเวทนาที่เขามีต่อเธอละมั้ง 

“ไม่นะ...ฉันยังไม่ดีขึ้นเลย ทำไม...ไม่อยู่ต่อล่ะ ทำไม...” ถามเขาแต่เขาไม่มีวันได้ยิน เธอนั่งลงตรงนั้น ดึงเข่ามากอด ให้เข่ามนๆ ได้รองรับหยดน้ำตา ทว่าทุกคราที่สะอื้นแรง กำปั้นน้อยก็ได้กำหมัดแน่นๆ เหมือนว่ากำลังน้อยใจที่เขาไป 

ไม่...ไม่มีทางที่เธอจะรู้สึกอย่างนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง เธอไม่ได้รักเขา ก็แค่โกรธที่เขาเห็นผู้หญิงคนนั้นสำคัญกว่า เธอจะแย่งมันมา แย่งตัวเขา แย่งความรู้สึกที่เขามีให้ผู้หญิงคนนั้น เธอจะแย่งมันมาเป็นของตัวเอง!

โรงพยาบาล BHH

มือบางของไหมขวัญถูกกุมไว้ด้วยมือหนาของผู้กำกับหนุ่ม เจ้าตัวยังไม่ฟื้น ยังนอนหลับด้วยความอ่อนเพลีย คุณหมอสูงวัยที่ยืนอยู่ข้างเวหา ยังรอดูอาการไหมขวัญด้วยความเอาใจใส่

“พรุ่งนี้ผลตรวจอย่างละเอียดคงออก และถ้าเป็นอย่างที่ผมคิด คนไข้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับ”

“อะไรนะครับ เปลี่ยนตับ?”

“ผมแค่คาดการณ์ และถ้ามันใช่ คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ คนขอรับบริจาคตอนนี้ มีมากกว่าคนที่บริจาคเสียอีก”

“แล้วถ้าสิ่งที่คุณหมอคาดการณ์ไว้ มันใช่ละครับ”

“เรามีเวลานิดหน่อย เพื่อรอตับจากผู้บริจาค หรืออาจต้องใช้เงินมากหน่อย เพื่อ...ให้ทุกอย่างเร็วขึ้น” 

“เท่าไหร่เรียกมาเลย ขอให้พี่ไหมรอดก็พอ” 

เวหาเกลียดตัวเองที่พูดคำนี้ เหมือนว่าพูดออกมาเพื่อลัดคิวผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่รอตับอยู่ แต่ว่า...นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนนะ เอกชนย่อมหาให้ได้มากกว่าโรงพยาบาลรัฐฯ สิ แค่ตับ ก็แค่ตับเท่านั้น บอกราคามาเถอะ เขาจ่ายเอง

“ครับ อย่าเพิ่งกังวลมากเกินไป คนไข้ต้องการกำลังใจ อย่าเพิ่งพูดอะไรจนกว่าผลตรวจจะออกนะครับ”

“ได้...ขอบคุณนะครับคุณหมอ” เวหาเอ่ยขอบคุณยกใหญ่ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “คุณหมอครับ”

“อ่า...ครับ”

“แล้วถ้าไม่มีคนบริจาคจะทำยังไง”

“บางทีก็มีการปลูกถ่ายตับจากคนในครอบครัวครับ เช่นตับพ่อให้ลูก หรือแม่ให้ลูก”

“อย่างนั้นหรือครับ” เขาพยักหน้ารับรู้ ครอบครัวของไหมขวัญไม่มีแล้ว พ่อแม่ตายหมด ไม่เหลือใครจริงๆ

คุณหมอปลีกตัวจากไป เหลือเพียงเวหา และผู้จัดการของไหมขวัญเฝ้าอยู่

“ไม่มีอะไรหรอกคุณเวย์ พี่ไหมต้องไม่เป็นไร” ผู้จัดการของไหมขวัญเอ่ยขึ้น ในวัยที่ไล่เลี่ยกันกับดารารุ่นใหญ่ ผู้จัดการผู้มากวัยจึงมองทุกสิ่งอย่างใจเย็นที่สุด

“ผมคงต้องกลับก่อน ผมทิ้งกองมา ไม่รู้ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง”

“ไปเถอะค่ะ พี่จะเฝ้าพี่ไหมเอง”

เวหาปลีกตัวจากมาแม้ว่าใจอยากนั่งอยู่ตรงนั้น เขาเป็นห่วงไหมขวัญ แต่งานก็ต้องทำให้เสร็จ ซีนไหนที่ถ่ายได้ก่อน เขาจึงทำการถ่ายทำในวันนี้ บางทีเขาต้องเริ่มคิดแผนใหม่ เพื่อรอรับการเปลี่ยนแปลง ทำไมทุกอย่างเป็นแบบนี้ล่ะ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป