บทที่ 24 EP 5/5 เพราะวิสกี้ที่หน้าบาร์
“ทำไม เธอมาอยู่ที่นี่!?”
“คุณ...หิ้วฉันมา”
เสียงแหบพร่านั้นบอกเขา ไม่ใช่เสียงเช่นปกติ มันแหบราวกับคนเจ็บไข้ไม่สบาย เวหาไม่อยากเชื่อสายตา สองมือเริ่มลูบถูใบหน้าอย่างประหม่า หนักเข้าก็ขยุ้มเส้นผมบนหัวจนยุ่งเหยิง
“บ้าเอ๊ย! ทำไมเธอไม่บอกฉัน!”
ดวงตาที่ทอดมองชายตรงหน้านั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ เธอไม่คิดว่าจะได้รับสิ่งดีๆ ตอนที่เขาได้สติ ต้องการก็แค่...คำขอโทษจากความผิดพลาดเท่านั้น
“บอกแล้ว แต่คุณไม่ฟัง”
“ไม่จริง! ไม่...เอ่อคือ...ฉันเมามาก เด็กที่บาร์เอาเหล้าบ้าๆ นั่นให้ฉัน”
“เหล้าที่...มีไฟสีน้ำเงินนั่นเหรอ” กฤติกาอยากหัวเราะนัก เป็นเธอเองที่ดิ้นรนจนตัวเองต้องมามีจุดจบเช่นนี้
“เธอกินเหรอ บ้าหรือไง มันผสมอะไรรู้หรือเปล่า”
“ตอนแรกไม่รู้ แต่ตอนนี้...รู้แล้ว...” บอกเขาแล้วมองเรียวขาที่โผล่พ้นผ้านวมมา มีสีเลือดจางๆ ติดอยู่บนนั้น ไม่ได้มากมายหรอก แต่เธอรู้ดีว่าเลือดมันมาจากไหน
เวหาพ่นลมออกจากปากอย่างต้องการระบายความเครียด เขาเริ่มต้นการเดินไปเดินมา ในขณะที่กฤติกาพยายามลุกยืน ทว่าไม่สำเร็จ มันเจ็บมาก การร่วมรักที่หนักเกินพอดีทำให้ร่างกายผิดปกติ ใจกลางกายสาวเจ็บร้าวรุนแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างเจ็บปวดไปหมด
“นั่งลง! เธอยืนไม่ไหวหรอก”
“แต่ฉันจะกลับบ้าน”
“กลับไม่ได้ ตอนนี้ยังกลับไม่ได้ จะเช้าแล้ว เดินโทงๆ ออกจากที่นี่ในสภาพอย่างนี้นักข่าวเห็นเข้าจะทำยังไง”
“ทำไม...กลัวผู้หญิงคนนั้นรู้เหรอ” คนที่เจ็บทั้งใจทั้งกายเอ่ยประชดด้วยความปากไว เขาคงกลัวว่าเจ้าหล่อนจะรู้เรื่องเข้า
เวหากัดฟันแน่นๆ ไม่โต้ตอบกฤติกา พอจะรู้ว่าหล่อนรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ทำไมต้องเป็นหล่อนด้วย ทำไมต้องเป็นกฤติกา สวรรค์อยากลงโทษอะไรเขา เขาไปทำผิดอะไรตอนไหนกัน
ครืดๆ ครืดๆ
โทรศัพท์ในประเป๋ากางเกงสั่งครืดๆ เวหาล้วงมารับสาย หัวใจเริ่มวูบไหวในตอนที่เห็นเบอร์ที่โชว์อยู่
“ครับพี่...อะไรนะครับ? ได้ๆ ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงร้อนรนปนท่าทางตื่นตระหนก ไม่บอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ปลายสาย กฤติกาเสยผมอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก้มมองเนื้อตัวที่โผล่พ้นผืนผ้าแล้วเวทนาตัวเองนัก หัวใจเขาเป็นของผู้หญิงคนนั้น แต่เมื่อคืน เขากลับเริงรักกับเธออย่างหนักหน่วง เธอไม่ใช่ศัตรูเขาหรอก เธอเป็นเหยื่อต่างหาก
“พี่ไหมอาการทรุด ฉันต้องรีบไป”
“ก็ไปสิ”
เขารู้ดีว่าหล่อนกำลังประชด ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเตียงนั่น เพิ่งถูกเขาพรากพรหมจรรย์ และเขา กำลังจะจากไปโดยที่อะไรๆ ยังไม่เคลียร์ ความดีงามในอกกำลังชกตีเขาอย่างหนักหน่วง เขาควรทำเช่นไรในสถานการณ์นี้
กฤติกาไม่อาจทนพิษความเมื่อยล้า เธอเอนกายลงนอนอีกครา หลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย
เวหาหยิบมือถือมาต่อสายหาใครบางคน คนที่เขาไว้ใจมากที่สุดในเวลานี้ อีกฝ่ายรับปากดิบดี ว่าจะมาให้เร็วที่สุด
“กุ๊ก...เธอไหวไหม” ถามคนที่นอนอยู่ นั่งลงข้างเตียง เฝ้ามองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา มาสคาร่าของหล่อนเลอะเทอะ ลิปสติกสีชมพูก็เปรอะไปทั่วคาง ดวงตาแดงก่ำราวกับว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา หล่อนดูน่าสงสารมากนะ และเขาเองที่เป็นต้นเหตุ เขาเอื้อมมือไปแตะแก้มบาง สัมผัสแผ่วเบาแต่รู้ถึงไอร้อนผะผ่าว หล่อนลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วจู่ๆ หยดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมา
“ไป...ไปซะ ไปหาผู้หญิงคนนั้น ไปเลย...”
คนถูกไล่พูดไม่ออก ยิ่งตอนที่เห็นน้ำตาใสๆ ไหลร่วงริน เขายิ่งพูดอะไรไม่ได้ หล่อนปัดมือเขาออกจากแก้ม ริมฝีปากสั่นระริกไม่คลาย
“เหมือนเธอจะเป็นไข้”
“ฉันแค่เมาค้าง” เธอแก้ต่าง เวหาไม่เชื่อ
“เธอตัวร้อน กลับไปแล้วกินยาด้วย”
“เป็นพ่อฉันเหรอ อย่ามาสั่ง”
เวหาพยายามนับหนึ่งถึงล้าน กฤติกาไม่ยอมเขาเลย แม้ว่าร่างกายหล่อนจะอยู่ในสภาพนี้ หล่อนยังปากดี และหากลุกมาด่าเขาได้ หล่อนคงทำไปแล้ว
“เป็นเด็กเป็นเล็ก ทำไมพูดจาไม่น่ารักเลย”
“ด่าแม่ฉันสิ เขาไม่เคยมาสั่งสอนนี่” ประชดไปน้ำตาก็ไหลอีก รู้ว่าตัวเองพาลไปทั่วแต่มันอดไม่ได้จริงๆ ขอโทษสิเวหา ตาลุงบ้านี่! ขอโทษเธอสักคำได้ไหม!
ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างพิจารณา กฤติกาอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว แต่เขายังรู้สึกเหมือนวันแรกที่ได้เจอหล่อนอยู่เลย หล่อนเหมือนเด็กสาวปากไว ใจร้อน คนที่กล้าผลักเขาตกคลองตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน
“นอนพักเถอะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย” สั่งความแล้วเมินหน้าหนี แต่แล้วก็อดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากเพื่อวัดไข้
ฟึ่บ!
มือเขาถูกปัดทิ้ง
“บอกว่า...อย่ามาแตะฉัน อย่า!”
เวหากลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคอยามได้ยินวาจาห้วนจัดของสาวเจ้า ดวงตาหล่อนวาววับขึ้นมา ราวกับโกรธนักหนาที่เขาบังอาจไปแตะเนื้อต้องตัว
“เตรียมตัวเถอะ เจ๊หวีกำลังจะมา เจ๊...จะพาเธอกลับบ้าน”
กฤติกาได้ยินก็ฝืนกายลุกนั่ง แลหาชุดที่ถูกถอดทิ้งเมื่อคืน เวหาเดินไปหยิบมาให้ เขาแตะต้องชุดชั้นในของเธออย่างไม่มีเคอะเขิน เธอดึงเสื้อจากมือเขาอย่างพาลๆ
“ไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนี้หรอกกุ๊ก คิดว่าตัวเองไม่พอใจอยู่คนเดียวเหรอ”
“ใช่!” เธอตอบดังๆ สลัดผ้านวมออกจากกาย ไม่แคร์ว่าเวหากำลังจ้องอยู่
ชายหนุ่มไม่ได้อยากตื่นตะลึงกับสิ่งเย้ายวนตรงหน้า แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ทรวดทรงองค์เอวของกฤติกายามไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ น่ามองน้อยเสียเมื่อไหร่ ไม่มีส่วนไหนเล็กบางจนเกินไป มันกลมกลึงมีเนื้อมีหนังและน่าจับน่าลูบไปหมด
