บทที่ 2 ตราบาปพิศวาส EP2
“หมายความว่ายังไง” พิภพชะงักมือ เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“คนที่ตายไม่ใช่ญาติโกโหติกาของใครที่ไหนหรอกค่ะ แต่เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของคุณผู้ชาย และเป็นแม่ของคุณหนูดาวที่ต้องสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว”
“นี่นมหลอกผมเล่นใช่ไหม มันไม่ตลกเลยนะ”
“ดิฉันไม่มีอารมณ์มาล้อเล่นกับคุณผู้ชายหรอกค่ะ ถ้าหมดธุระแล้วดิฉันขอตัว” หญิงชราหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องพัก ไม่คิดจะเสวนากับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกต่อไป
อาการมึนเมาของพิภพปลิวหายไปในพริบตา ชายวัยกลางคนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะวิ่งตามแม่นมไปเพื่อคาดคั้นชื่อวัด เมื่อทราบคำตอบเขาก็พุ่งตัวไปที่รถยนต์และเหยียบคันเร่งทะยานออกสู่ท้องถนนราวกับคนเสียสติ
สองมือหนากำพวงมาลัยแน่น หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกจากดวงตา ภาพร่างกายที่ซูบผอมของภรรยาตามหลอกหลอนซ้ำไปซ้ำมา สาเหตุทั้งหมดเกิดจากความมักมากของเขาเอง เขารู้ดีแก่ใจแต่กลับเลือกที่จะมองข้ามความทุกข์ระทมของเธอ หลงระเริงอยู่กับความสุขจอมปลอมนอกบ้านจนลืมหยดน้ำตาของคนในครอบครัว
“แข พี่ขอโทษ พี่ผิดเองที่ไม่ดูแลแขให้ดี ยกโทษให้ผู้ชายเลวๆ อย่างพี่ด้วย” พิภพพร่ำบอกทั้งน้ำตา คำสาบานในวันแต่งงานที่ว่าจะดูแลปกป้องพิมแขจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเจ็บเจียนตาย
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดภายในลานกว้างของวัด เสียงพระสวดและบรรยากาศอันแสนหดหู่ตอกย้ำว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง พิภพก้าวเท้าอย่างเลื่อนลอยเข้าไปในศาลา สายตาของเขามองตรงไปยังบุตรสาวที่นั่งพับเพียบอยู่ด้านหน้าโลงศพซึ่งประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์
“น้องดาว” พิภพเอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ปานดาวค่อยๆ หันใบหน้ามามองต้นเสียง นัยน์ตากลมโตที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักบัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนคนเป็นพ่อสะท้านไปทั้งใจ
“น้องดาว พ่อขอโทษ”
“คุณพ่อจะมาเคารพศพคุณแม่ใช่ไหมคะ” ปานดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก “แต่คุณพ่อควรจะแต่งกายให้เกียรติคนตายมากกว่านี้ ถ้าคุณแม่รับรู้ท่านคงเสียใจที่คุณพ่อมัวแต่ขลุกอยู่กับผู้หญิงอื่นจนปล่อยให้ท่านต้องสิ้นใจเพียงลำพัง”
“อย่าพูดแบบนี้กับพ่อสิลูก”
“เชิญรับธูปค่ะ” ปานดาวยื่นธูปให้บิดาโดยไม่สนใจคำทัดทาน สายตาของเธอกวาดมองเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและรอยลิปสติกสีแดงสดบนปกเสื้อของเขา ความรังเกียจและขยะแขยงฉายชัดอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว
หลังจากเคารพศพภรรยาเสร็จสิ้น พิภพตั้งใจจะเดินไปทักทายญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง ทว่าเสียงของบุตรสาวกลับรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน
“น้องดาวว่าคุณพ่อกลับบ้านไปก่อนจะดีกว่านะคะ”
“แต่พ่อควรจะไปทักทายแขกคนอื่นๆ ก่อน”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ การที่คุณพ่อเดินไปทักทายแขกด้วยร่องรอยสกปรกจากผู้หญิงอื่นแบบนี้ มันยิ่งกว่าการประจานตัวเองและประจานคุณแม่ที่นอนอยู่ในโลงเสียอีก” ถ้อยคำเชือดเฉือนจากริมฝีปากบางทำเอาพิภพชาวาบไปทั้งร่าง
“แต่พ่ออยากอยู่กับแม่เขา”
“คุณพ่อไม่อยากอยู่กับคุณแม่ตอนที่ท่านยังมีลมหายใจ แล้วจะมาเรียกร้องอะไรในตอนที่ท่านจากไปแล้วคะ กลับไปหาความสุขของคุณพ่อเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีความสุขที่คุณพ่อต้องการหรอก” ปานดาวลุกขึ้นและเดินหนีบิดาไปอีกทาง ทิ้งให้พิภพยืนจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันแก้ไขได้
หลายวันหลังจากงานศพของพิมแขผ่านพ้นไป ปานดาวแทบจะไม่แตะอาหารและเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้าน หญิงสาวไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยมาเกือบสัปดาห์ เอาแต่นั่งทอดสายตาเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูดังขึ้นบริเวณหน้าคฤหาสน์
ปานดาวหันไปมองยังประตูทางเข้า และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เส้นความอดทนของเธอขาดผึง บิดาของเธอกำลังเดินโอบประคองผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในบ้านด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น เสียงหัวเราะต่อกระซิกของทั้งคู่กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนที่เพิ่งสูญเสียมารดา
“อ้าว น้องดาวนั่งอยู่นี่พอดีเลย พ่อมีคนจะแนะนำให้รู้จัก” พิภพเอ่ยอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นบุตรสาว
“มีอะไรคะ” ปานดาวถามเสียงแข็ง สายตาจ้องมองผู้หญิงข้างกายบิดาราวกับมองขยะ
“นี่น้าภา แม่ใหม่ของลูกไงจ๊ะ”
หญิงสาวที่ถูกแนะนำตัวส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ทว่าปานดาวกลับกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ มารดาของเธอเพิ่งจากไปได้ไม่กี่วัน บิดากลับพาผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุของเรื่องระยำทั้งหมดเข้ามาเชิดหน้าชูตาในบ้าน
“ขอตัวนะคะ” ปานดาวผุดลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี
“เดี๋ยวสิลูก ทำไมเสียมารยาทแบบนี้ ทักทายน้าเขาหน่อยสิ”
“จะให้น้องดาวทักทายคนที่ทำให้คุณแม่ต้องตายเหรอคะ” ปานดาวหันกลับมาตอกกลับเสียงกร้าว “คุณพ่อเพิ่งเสียภรรยาไปไม่ถึงสัปดาห์ แต่กลับพาผู้หญิงหน้าด้านชอบแย่งสามีชาวบ้านเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคุณแม่ถึงในบ้าน คุณพ่อยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า”
“น้องดาว” พิภพตวาดลั่นด้วยความตกใจ
“ใช่สิคะ พอคุณแม่ตายไป พวกเราก็กลายเป็นแค่ขยะ คุณพ่อลืมคุณแม่ ลืมทุกอย่างเพื่อมาเสวยสุขกับผู้หญิงแพศยาคนนี้”
