บทที่ 6 ตราบาปพิศวาส EP6

ตกดึกคืนนั้น ภายในห้องนอนที่เงียบสงัด ปานดาวนั่งหยิบกรอบรูปของมารดาขึ้นมาแนบชิดหน้าอก หยาดน้ำตาแห่งความคิดถึงเอ่อคลอเบ้า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนความโศกเศร้าก็ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ หญิงสาวเคยแอบฝากเพื่อนไปขอรูปถ่ายใบนี้มาจากแม่นมที่บ้าน แต่ไม่เคยคิดจะหวนกลับไปเหยียบสถานที่แห่งนั้นอีกตราบใดที่ยังมีผู้หญิงแพศยาคนนั้นอาศัยอยู่

“คุณแม่คะ พรุ่งนี้น้องดาวก็จะเรียนจบแล้วนะคะ วันรับปริญญาน้องดาวจะเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งไปฝากคุณแม่ให้ได้ คุณแม่มองดูความสำเร็จของน้องดาวอยู่บนฟ้าใช่ไหมคะ” ปานดาวใช้นิ้วเรียวเกลี่ยใบหน้ามารดาในรูปถ่ายอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มอบอุ่นของบุพการีคือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจิตใจของเธอในยามท้อแท้

ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำอ่านหนังสือทำให้หญิงสาวเผลอหลับไปพร้อมกับกรอบรูปในอ้อมกอด ทว่าค่ำคืนนี้เธอกลับถูกฝันร้ายตามหลอกหลอน ภาพในวันแต่งงานของบิดากับผู้หญิงคนใหม่ ภาพที่เธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง และภาพที่คุณแม่นอนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวฉายซ้ำไปซ้ำมาวนเวียนอยู่ในโสตประสาท

“คุณแม่ อย่าทิ้งน้องดาวไป คุณพ่อไม่รักเราแล้ว” ปานดาวละเมอออกมาเสียงดัง ร่างบางนอนกระสับกระส่ายไปมาบนเตียงกว้าง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน

เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลอดออกมาถึงด้านนอก ทำให้ชลธิชาซึ่งเพิ่งกลับจากการท่องราตรีต้องรีบสาวเท้าเข้ามาในห้องนอนของเพื่อนรัก ประตูห้องไม่ได้ล็อกตามที่เคยตกลงกันไว้เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน

“ดาว ตื่นสิดาว” ชลธิชาเขย่าแขนเพื่อนเบาๆ เพื่อเรียกสติ

ปานดาวสะดุ้งสุดตัวก่อนจะลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเพื่อน หญิงสาวโผเข้ากอดชลธิชาแน่นแล้วสะอื้นไห้อย่างหนัก “เก๋ ฉันฝันร้ายอีกแล้ว ฉันฝันเห็นคุณแม่”

“ไม่เป็นไรนะดาว มันก็แค่ความฝัน แกเลิกเก็บเรื่องในอดีตมาบั่นทอนจิตใจตัวเองได้แล้วนะ สองปีแล้วที่พ่อของแกไม่เคยออกตามหาหรือสนใจไยดีแกเลย ถึงเวลาที่แกต้องเดินหน้าต่อไปได้แล้ว แกยังมีฉันอยู่นะดาว ฉันจะอยู่ข้างๆ แกเสมอ” ชลธิชาลูบศีรษะเพื่อนรักอย่างอ่อนโยน

“ขอบใจแกมากนะเก๋ ถ้าไม่มีแกชีวิตฉันคงพังทลายไปนานแล้ว”

“เลิกดราม่าได้แล้วแม่คุณ รีบนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าไปซ้อมรับปริญญากันอีกนะ” ชลธิชาดันร่างเพื่อนให้นอนลงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้

“อืม ดีใจจังที่คืนนี้แกกลับมานอนห้อง” ปานดาวยิ้มบางๆ เพราะปกติแล้วเพื่อนรักมักจะกลับมาตอนฟ้าสางเสมอ

“ก็ฉันขี้เกียจฟังแกบ่นตอนเช้าน่ะสิ นอนได้แล้วย่ะ” ชลธิชาแสร้งทำหน้างอใส่ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเอง

คล้อยหลังเพื่อนรัก ปานดาวนอนลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืด หญิงสาวกอดกรอบรูปมารดาแน่นขึ้นอีกนิด พรุ่งนี้คือวันแห่งความสำเร็จ และวันถัดไปคือการสอบสัมภาษณ์งานที่โรงแรมปรินซ์สตาร์พาเลซ

เธอตั้งตารอคอยที่จะได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างเต็มตัว โดยไม่รู้เลยว่าการก้าวเท้าเข้าไปในโรงแรมแห่งนั้น จะเป็นการเดินกลับเข้าไปสู่อุ้งมือของมัจจุราชหนุ่มที่เคยเผชิญหน้ากันเมื่อสองปีก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตอนที่ 2 เปิดตัวซาตาน

ภายในห้องชุดสุดหรูของโรงแรมปรินซ์สตาร์พาเลซชั้นที่ยี่สิบสอง เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากฝรั่งเศสถูกจัดวางอย่างลงตัว ห้องรับแขกถูกออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาวและดำเฉกเช่นเดียวกับห้องนอนกว้างขวาง เครื่องปรับอากาศทำงานเงียบกริบส่งความเย็นฉ่ำ ทว่าบนเตียงนอนขนาดคิงไซซ์กลับร้อนระอุไปด้วยไออุ่นจากร่างของชายหญิงที่กำลังตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา

ซูซี่หรือสุจิรา นางแบบระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง หล่อนก้มลงมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของชายคนรักที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีระเรื่อกดจูบลงบนแก้มสากอย่างหลงใหล

“ตื่นได้แล้วค่ะเชน ถ้าคุณยังขืนนอนต่อซูซี่จะไม่เกรงใจแล้วนะคะ” น้ำเสียงหวานหูกระซิบชิดใบหูสะอาดสะอ้าน

สุจิราไล้ปลายนิ้วไปตามแผงอกกำยำของอชิรวิทธิ์ ชายหนุ่มผู้พกพาความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร รูปร่างของเขาสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเทพเจ้ากรีก กล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงตัวสวยงามบ่งบอกถึงการดูแลตัวเองอย่างดีเยี่ยม ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวน นัยน์ตาคมกริบค่อยๆ ลืมขึ้นสบตากับหญิงสาวที่กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา

“เล่นปลุกผมแบบนี้ รู้ใช่ไหมครับว่าจะต้องโดนลงโทษยังไง” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามอย่างหยอกเย้า

“ซูซี่ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าบทลงโทษของคุณจะเร่าร้อนแค่ไหน” นางแบบสาวท้าทายด้วยแววตาซุกซน

อชิรวิทธิ์ไม่รอช้า ชายหนุ่มพลิกตัวกดร่างระหงให้จมลงกับที่นอนนุ่ม กลีบปากหนาทาบทับลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างดูดดื่ม เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานล้ำภายในโพรงปาก บทรักที่เพิ่งสงบลงไปเมื่อรุ่งสางถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ความเร่าร้อนแผดเผาคนทั้งคู่จนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางหวานสลับกับเสียงทุ้มต่ำดังระงมไปทั่วทั้งห้องบ่งบอกถึงความสุขสมที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

หลังจากบทรักอันยาวนานสิ้นสุดลง อชิรวิทธิ์ก็ผละออกจากร่างบาง ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายเตรียมตัวสำหรับวันทำงาน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของสุจิราที่นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อลงไปยังชั้นสิบสองซึ่งเป็นพื้นที่ของสำนักงานผู้บริหาร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป