บทที่ 9 ตราบาปพิศวาส EP9
อชิรวิทธิ์เปิดแฟ้มประวัติผู้สมัครคนแรก หญิงสาวหน้าตาสะสวยริมฝีปากเคลือบด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ชลธิชา พัฒนะวงศ์ สมัครในตำแหน่งฝ่ายการตลาด ผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางดี ชายหนุ่มประเมินจากบุคลิกภาพแล้วเห็นว่าเหมาะสมกับงานที่ต้องพบปะผู้คน เขาจึงตัดสินใจจะส่งโปรไฟล์นี้ให้หัวหน้าฝ่ายการตลาดเป็นผู้สัมภาษณ์โดยตรง
ทว่าเมื่อเขาเปิดแฟ้มประวัติผู้สมัครคนที่สอง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกชาวาบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลังเมื่อได้เห็นใบหน้าหวานซึ้งที่ปรากฏอยู่บนรูปถ่าย
ปานดาว วิวัฒนานนท์
ชื่อของเธอสะดุดหูพอๆ กับใบหน้าที่สะดุดตา ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยทอดมองเขาด้วยความหยิ่งทะนง จมูกโด่งรั้นที่รับกับริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ภาพของผู้หญิงอวดดีที่กล้าปฏิเสธเงินก้อนโตและด่าทอเขาฉอดๆ ริมถนนเมื่อสองปีก่อนซ้อนทับกับรูปถ่ายในแฟ้มประวัติอย่างสมบูรณ์แบบ
“เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเสียด้วย” อชิรวิทธิ์พึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มร้ายกาจจุดขึ้นบนมุมปากหยักลึก โลกใบนี้ช่างกลมเสียเหลือเกิน แม่กวางน้อยที่เคยอวดดีกับเขาวันนั้นกำลังจะเดินเข้ามาในถ้ำเสือด้วยตัวเอง “ฉันจะสัมภาษณ์เธอเองสาวน้อย อยากรู้นักว่าวันนี้เธอจะยังปากดีเหมือนคืนนั้นอยู่ไหม”
ชายหนุ่มปิดแฟ้มประวัติลง ความเบื่อหน่ายจากการทำงานมลายหายไปจนสิ้น เขานับรอเวลาที่จะได้เผชิญหน้ากับผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธเงินของเขาแทบไม่ไหว
ตัดภาพมาที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียม ชลธิชากำลังยืนเท้าสะเอวมองเพื่อนรักที่แต่งตัวด้วยชุดทำงานซึ่งดูเรียบร้อยจนเกินพอดี ปานดาวสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมติดกระดุมจนถึงคอหอยคู่กับกางเกงสแล็กสีดำหลวมโพรก
“นี่ปานดาว แกจะไปสมัครงานเป็นเลขานุการผู้บริหารหรือจะไปบวชชีกันแน่ ถอดชุดป้าแก่นี่ออกเดี๋ยวนี้เลยนะ” ชลธิชาออกคำสั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินไปรื้อค้นตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดที่เหมาะสมกว่ามาให้
“แต่ฉันว่าชุดนี้ก็สุภาพดีออกนะเก๋ ฉันไปสมัครงานนะไม่ได้ไปเดินแบบ” ปานดาวแย้งเสียงอ่อย เธอไม่ถนัดกับการแต่งตัวแฟชั่นจ๋าเหมือนเพื่อนรัก
“สุภาพกับเชยมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่นะยะ ขืนแกแต่งตัวแบบนี้ไปสัมภาษณ์ เจ้านายเขาคงหลับตั้งแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากถามคำถามแรกด้วยซ้ำ เปลี่ยนเป็นชุดนี้เดี๋ยวนี้เลย” ชลธิชายื่นเสื้อเบลาส์ผ้าชีฟองสีโอโรสเนื้อดีที่เข้ารูปพอดิบพอดีกับกระโปรงทรงสอบสีดำความยาวคลุมเข่าให้เพื่อนรัก
ปานดาวรับชุดมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยอมเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ เมื่อเธอเดินกลับออกมา ชลธิชาก็ถึงกับดีดนิ้วด้วยความพอใจ เสื้อตัวนั้นขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูมีน้ำมีนวล กระโปรงทรงสอบเข้ารูปเน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ ดูเป็นผู้หญิงทำงานที่ทั้งสวยสง่าและมีความเป็นมืออาชีพในเวลาเดียวกัน
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าชุดนี้เริ่ด แกสวยมาก คราวนี้ก็เหลือแค่แต่งหน้าทำผมอีกนิดหน่อยรับรองว่าเจ้านายต้องตะลึง” ชลธิชาจัดการจับเพื่อนรักนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและลงมือเนรมิตความงามให้ทันที
เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา สองสาวก็เดินทางมาถึงหน้าโรงแรมปรินซ์สตาร์พาเลซ โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ความโอ่อ่าอลังการของสถานที่ยิ่งทำให้คนที่ตื่นเต้นอยู่แล้วรู้สึกประหม่าหนักขึ้นไปอีก
“ฉันตื่นเต้นจังเลยเก๋ กลัวจังว่าจะทำพลาด” ปานดาวบีบมือเพื่อนรักแน่น มือของเธอเย็นเฉียบ
“ใจเย็นๆ สิดาว แกเก่งอยู่แล้ว สูดหายใจลึกๆ ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี” ชลธิชาให้กำลังใจเพื่อนทั้งที่ตัวเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
เมื่อเดินมาถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พนักงานสาวสวยได้ตรวจสอบรายชื่อและแจ้งให้ทั้งสองขึ้นไปติดต่อที่ชั้นสิบสองทันที สองสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยสาร ตัวเลขชั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้หัวใจของปานดาวเต้นระรัว
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบสอง พวกเธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของเลขานุการหน้าห้องประธานกรรมการบริหาร ดลดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และส่งยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชลธิชาและปานดาวที่นัดสัมภาษณ์งานไว้ค่ะ” ชลธิชาเป็นตัวแทนเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ” ดลดายกหูโทรศัพท์ภายในเพื่อแจ้งให้เจ้านายทราบ “บอสคะ ผู้สมัครทั้งสองท่านมาถึงแล้วค่ะ”
“ให้คุณปานดาวเข้ามาพบผมในห้องได้เลย ส่วนคุณชลธิชารบกวนป้าดาช่วยพาเธอไปพบหัวหน้าฝ่ายการตลาดด้วยนะครับ” น้ำเสียงเรียบนิ่งสั่งการกลับมา
“รับทราบค่ะ” ดลดาวางสายแล้วหันมาทางสองสาว “คุณชลธิชาเดี๋ยวตามดิฉันไปที่แผนกการตลาดนะคะ ส่วนคุณปานดาวเชิญเข้าไปพบท่านประธานในห้องได้เลยค่ะ”
ชลธิชาหันมาบีบมือปานดาวเบาๆ เป็นการส่งท้ายก่อนจะเดินตามดลดาไป ปานดาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่สลักป้ายชื่อประธานกรรมการบริหาร หญิงสาวยกมือขึ้นเคาะประตูสามครั้ง
“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดออกมา
ปานดาวผลักบานประตูเข้าไปภายใน ห้องทำงานกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ชายหนุ่มเจ้าของห้องกำลังนั่งหันหลังให้ประตู เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่หมุนหันไปทางผนังกระจกที่มองเห็นวิวเมืองหลวง หญิงสาวก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่
“สวัสดีค่ะ ดิฉันปานดาว วิวัฒนานนท์ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
เก้าอี้ผู้บริหารค่อยๆ หมุนกลับมาเผชิญหน้า อชิรวิทธิ์ประสานมือวางไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาวิบวับ รอยยิ้มเหยียดหยันที่คุ้นตากระตุกขึ้นบนมุมปาก
