บทที่ 1 กลิ่นเงิน

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ของวายุ ชายหนุ่มวัย 32 ปี เจ้าของบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์อันดับต้นๆ ของและทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ท่าทางของเขาดูเงียบขรึมจนหญิงสาวรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

“กฎของคุณมีอะไรบ้างคะ ถ้ามันไม่ยากฉันยินดีรับงานนี้” หญิงสาวถามออกไป ก่อนหน้าที่เธอจะมาเผชิญหน้ากับเขาหญิงสาวก็พอจะรู้เรื่องนี้มาจากเจ๊เพ็ญว่าเขาเป็นเสี่ยกระเป๋าหนัก ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับความสุขบนเตียง

“ผมจะบอกก็ต่อเมื่อคุณรับงานของผม” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ เขากำลังประเมินว่าเธอคนนี้เต็มใจที่จะรับงานหรือแค่อยากรู้ถึงกฎที่เขาตั้งขึ้นกันแน่

“ถ้าฉันไม่รับล่ะคะ” เรื่องกฎเหล็กของเขา เธอก็พอรู้มาบ้าง เพียงแต่อยากได้ยินจากปากของคนตรงหน้ามากกว่าได้ยินจากคนอื่น

“ผมไม่เคยบังคับใครนะ” วายุเป็นคนรักสนุกและชัดเจนในความสัมพันธ์แบบชั่วคราวเสมอ

เขาไม่เคยคิดจริงจังกับใครผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาล้วนเต็มใจปฏิบัติตามกฎที่เขาตั้งขึ้นอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่สำหรับผู้หญิงตรงหน้าเขารู้สึกถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง จนถึงขั้นให้เพื่อนสนิทช่วยติดต่อแต่เธอกลับปฏิเสธในครั้งแรก นั่นยิ่งทำให้เสือหนุ่มอย่างเขาอยากเอาชนะเขาให้ลูกน้องสืบเรื่องของหญิงสาวต่อ จนรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก

“ฉันคงไม่กล้ารับงานนี้ ตราบใดที่ฉันยังไม่รู้กฎหรอกค่ะ” หญิงสาวหวังว่าจะได้ยินกฎจากปากของเขา

“ถ้าไม่รับก็กลับไปได้ ผมไม่อยากเสียเวลา แต่บอกก่อนว่าถ้าออกไปแล้วคุณจะไม่ได้กลับเข้ามาอีก เวลาไม่กี่วันคุณคงหาเงินมากอย่างนั้นไม่ได้หรอก” วายุพูดอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เขามั่นใจว่ายังไงผู้หญิงคนนี้ก็ต้องยอมรับเงินของเขา

“คุณรู้เหรอคะ”

“ใช่ ผมไม่เคยนอนกับใครโดยไม่สืบประวัติหรอกนะ” วายุเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายเขาเริ่มเห็นถึงชัยชนะอยู่ตรงหน้า

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็คงรู้ว่าฉันมีลูกแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวอยากให้เธอรู้ถึงข้อมูลทุกอย่างเพราะไม่อยากมีปัญหา

“นั่นเป็นเรื่องดี เพราะมันหมายถึงคุณมีประสบการณ์มาแล้ว”

“ฉันนึกว่าคุณชอบผู้หญิงบริสุทธิ์เสียอีก” เธอแปลกใจเพราะปกติคนที่มีเงินอย่างเขาการจะนอนกับผู้หญิงบริสุทธิ์ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

“ผมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสุข ผู้หญิงเวอร์จิ้นพวกนั้นจะเอาประสบการณ์จากไหนมากันล่ะ จริงไหม” เขาถามหญิงสาว

“มันก็จริงอย่างที่คุณพูดนะคะ” เธอพึมพำ ยอมรับในความตรงไปตรงมาของเขา

“ผมต้องเข้าประชุม ถ้าคุณตัดสินใจได้แล้วก็ให้บอกภูวิศ เขาจะจัดการทุกอย่างแทนผม” พูดจบวายุก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ทิ้งให้หญิงสาวยืนจมอยู่กับความเงียบภายในห้องทำงานอันกว้างขวางเพียงลำพัง

เธอเดินออกมาจากห้องของชายหนุ่มด้วยใบหน้าเครียด เงินค่าจ้างที่เขาเสนอมาสูงถึงหนึ่งแสนบาท มันมากพอที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิตเธอได้ในตอนนี้ แต่ในความโชคดีนั้นกลับมีความกังวลอยู่ในอก

ค่าจ้างที่จะได้รับเพื่อแลกกับการเป็นผู้หญิงในความลับของเขา ภายในเวลาไม่กี่วันนี้เธอคงไม่มีทางหาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ไหนได้อีกแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เธอคิดไม่ตกและหวาดกลัวที่สุดคือถ้าเขารู้ความลับบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ทีหลัง เขาจะเรียกเงินทั้งหมดคืนไปหรือไม่

…..

เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น

ภายในบ้านหลังเล็กพลอยนารากำลังนั่งคุยกับลูกสาวตัวน้อยของเธออยู่ในห้องรับแขกถึงการไปโรงเรียนแห่งใหม่

“คุณแม่ขาที่โรงเรียนใหม่คุณครูจะใจดีไหมคะ” เด็กหญิงถามมารดาด้วยแววตาอยากรู้เพราะที่โรงเรียนเดิมเธอเป็นที่รักของคุณครูทุกคน

“ใจดีสิคะลูก ที่โรงเรียนใหม่คุณครูใจดีทุกคน เพื่อนๆ ก็เยอะ แล้วยังมีสนามเด็กเล่นใหญ่กว่าเดิมด้วยนะคะน้องพราว” เธอตอบลูกสาวพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อสร้างความมั่นใจ

“น้องพราวอยากไปโรงเรียนแล้วค่ะแม่” เมื่อฟังคำยืนยันจากปากของมารดาแล้วเธอก็อยากจะให้ถึงวันเปิดเทอมไวๆ

พลอยนาราหญิงสาววัย 23 ปี มองดูลูกสาวตัวน้อยกับท่าทางตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียนแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

เดิมทีนั้นเด็กหญิงพิมพ์พิชาหรือน้องพราววัย 4 ขวบเรียนที่เนอสเซอร์รี่ใกล้บ้าน แต่ปีนี้ครบกำหนดที่ต้องเข้าเรียนในระดับชั้นอนุบาล พลอยนาราเลยเลือกที่จะให้ลูกสาวคนเดียวเรียนโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ละแวกบ้านที่อาศัยอยู่เพื่อสะดวกต่อการรับส่ง แต่ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนของรัฐบาลแต่หญิงสาวก็เลือกให้ลูกสาวเรียนแผนกภาษาอังกฤษ เพราะอยากให้พิมพ์พิชาได้ทักษะทางภาษา เธอไม่อยากให้ลูกเหมือนกับตัวเองที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลายและอีกอย่างพ่อของพิมพ์พิชาก็เคยบอกไว้

แม้ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าห้องเรียนปกติ แต่พลอยนาราก็พอมีเงิน ซึ่งพ่อของเด็กหญิงเปิดบัญชีไว้ให้และโอน่าใช้จ่ายเข้ามาทุกเดือน บวกกับเงินเดือนของเธออีก ก็ทำให้พิมพ์พิชามีโอกาสทางการศึกษามากกว่าตัวของพลอยนาราเอง เธอและลูกสาวใช้ชีวิตอยู่กันแบบไม่ลำบากและลูกสาวของเธอก็มีแววความฉลาดที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นบิดา

บทถัดไป