บทที่ 4 ลูกของคุณน่ารักมาก

หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นต่อหน้าลูกสาวพังทลายลงทันที เธอยื่นมืออันสั่นเทาไปกุมมือนิ่งสนิทของชายหนุ่มเอาไว้

“หมอตะวันคะ เมื่อไหร่คุณจะตื่น คุณรู้ไหมคะ ลูกสาวคุณน่ารักมากแค่ไหน” น้ำตาหยดแรกไหลอาบแก้ม นึกถึงใบหน้าของพิมพ์พิชาที่ถอดแบบจากคนตรงหน้ามาไม่มีผิดเพี้ยน

“นาราขอโทษนะคะที่ให้น้องพราวไปเรียนโรงเรียนนานาชาติอย่างที่ตั้งใจแต่แรกไม่ได้ ค่าใช้จ่ายมันมากสูงมากเกินไปจริงๆ ค่ะ ถึงจะมีเงินเดือนที่หมอจ่ายให้แต่มันก็มีค่าใช่จ่ายอื่นๆ ตามมาอีกมาก ไหนจะสังคมของผู้ปกครองอีก นารากลัวลูกจะมีปัญหาค่ะ เงินที่หมอฝากให้นารากับลูกจะใช้อย่างประหยัดนะคะ แต่นาราก็ให้น้องพราวเรียนแผนภาษาอังกฤษนะคะ อย่างน้อยก็คงพอทดแทนกันได้บ้าง คุณตะวันรีบตื่นนะคะ รีบกลับมา น้องพราวโตขึ้นทุกวัน นาราไม่รู้จะตอบคำถามแกยังไงแล้ว” พลอยนาราพูดไปร้องไห้ไป หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าเขาจะรับรู้สิ่งที่เธอพูดหรือเปล่าแต่เธอเพียงแค่อยากระบายความรู้สึกให้กับเขาฟังเท่านั้น

ทุก ๆ ครั้งที่เธอมาเยี่ยม พลอยนาราจะพกพาความหวังมาเต็มเปี่ยม หวังว่าจะได้รับคำตอบจากแพทย์หรือพยาบาลว่าเขาอาการดีขึ้นหรือขยับตัวได้บ้าง แต่ไม่เคยได้ยินคำพูดนั้นเลยสักครั้ง เวลาผ่านมามากกว่าอายุของเด็กหญิงพิมพ์พิชา แต่ชายหนุ่มก็ยังนอนไม่ได้สติเหมือนเดิม

เมื่อได้ระบายความในใจแล้ว พลอยนาราก็เช็ดคราบน้ำตาก่อนจะออกมาหาลูกสาวที่กำลังคุยจ้ออยู่กับพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์

“คุณแม่ น้องพราวกินขนมไปเยอะเลยค่ะ คุณป้าเปรมใจดีมาก พี่พยาบาลอีกคนก็ทั้งสวยทั้งใจดีเลยค่ะ” พิมพ์พิชารีบอวดมารดาเพราะพยาบาลที่นี่ใจดีและเอ็นดูเธอทุกคน

“ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ช่วยดูแลน้องพราวให้”

“ไม่เป็นไรจ้ะ น้องพราวเป็นเด็กน่ารักช่างพูด ใครอยู่ใกล้ก็หลงกันทุกคน” เปรมยุดาลูกศีรษะเด็กหญิงอย่างเอ็นดู

“วันนี้นาราต้องขอตัวก่อนนะคะ แล้วจะมาเยี่ยมหมอตะวันใหม่ค่ะ น้องพราวคะ เรากลับกันเถอะค่ะ” เธอบอกพยาบาลแล้วกันมาบอกลูกสาว

“น้องพราวยังไม่อยากกลับเลยค่ะแม่”

“วันนี้มันจะค่ำแล้วนะ เอาไว้เดี๋ยวแม่พามาอีกนะคะ”

“ก็ได้ค่ะ”

“พี่เปรมคะ นาราขอตัวกลับก่อน ฝากพี่เปรมด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่าลืมโทรบอกนารานะคะ” เธอไม่ลืมที่จะกำชับกับหัวหน้าพยาบาลอีกครั้ง

“ได้จ้ะ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงพี่จะโทรบอกนะคะ” เปรมยุดาบอกอย่างใจดี

เมื่อพลอยนาราและพิมพ์พิชาเดินเข้าลิฟต์ไปแล้วพยาบาลที่เพิ่งเข้ามาทำงานแผนกนี้ได้ไม่นานก็ยิงคำถามไปที่หัวหน้าพยาบาลทันที

“พี่เปรมคะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับหมอตะวันเหรอคะ พวกเราสงสัยมานานแล้วค่ะ”

“เท่าที่พี่รู้คือหมอตะวันเป็นผู้มีบุญคุณกับเธอน่ะ”

“เหรอคะ ทำไมลูกเธอหน้าเหมือนหมอตะวันจังเลยคะ หรือพ่อของเด็กจะเป็นหมอตะวัน” พยาบาลรุ่นน้องตั้งข้อสังเกต

“ไม่ใช่หรอก นาราสนิทกับทั้งหมอตะวันและภรรยา ตอนที่เธอท้องหมอตะวันกับภรรยาก็เป็นหมอเจ้าของไข้ เธอก็เลยผูกพันกับคุณหมอน่ะ” เปรมยุดารีบอธิยบายเพราะกลัวจะมีการเข้าใจผิดแล้วเรื่องจะไปถึงหูของครอบครัวหมอตะวัน

“แปลกจังนะคะ ถ้าไม่บอกหนูก็อดคิดไม่ได้ว่าน้องพราวเป็นลูกสาวของหมอตะวัน”

“อย่าไปสนใจเลย เราทำหน้าที่ของเราก็พอ” เปรมยุดารีบตัดบท เพราะไม่อยากให้ลูกน้องเอาผู้ป่วยมานินทา

รุ่นน้องพยาบาลพากันเงียบเพราะเสียงที่เฉียบขาดของผู้เป็นหัวหน้า ทุกคนก็แยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ของตนเอง

เวลาผ่านไปได้สักพักชายหนุ่มร่างสูงโปร่งดูท่าทางภูมิฐานก็เดินตรงมายังเคาน์เตอร์พยาบาล ทุกย่างก้าวของเขาดูมั่นคง น่าเกรงขามและเต็มไปด้วยเสน่ห์

“สวัสดีค่ะคุณวายุ” เปรมสุดาเงยหน้าขึ้นและรีบกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อม ชายหนุ่มตรงหน้าคือ วายุลูกชายคนเล็กของนายแพทย์วสันต์และแพทย์หญิงวิภารัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ และเขายังเป็นน้องชายแท้ ๆ ของหมอตะวันอีกด้วย

“สวัสดีครับพี่เปรม ผมไม่ได้มานานพี่เปรมยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” เขาทักทายหยอกล้อตามประสาคนที่รู้จักกันมานาน

“คุณวายุก็ชมคนแก่ วันนี้มาตรวจงานหรือมาเยี่ยมหมอตะวันคะ”

“เรื่องงานผมไว้ใจว่าคุณทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ครับ วันนี้ผมตั้งใจมาเยี่ยมพี่ชายครับเขาเป็นยังไงบ้าง”

“อาการยังเหมือนเดิมค่ะ” เปรมยุดาตอบคำถามด้วยประโยคเดิมเวลาที่มีคนถามถึงอาการของคนป่วยในห้องวีไอพี

“วันนี้มีแต่คนมาเยี่ยมหมอตะวันนะคะ” พยาบาลอีกคนชวนชายหนุ่มคุย

“วันนี้พ่อกับแม่ก็มาเยี่ยมเหรอครับพี่เปรม”

“เปล่าค่ะ ท่านมาเยี่ยมหมอตะวันเมื่อวันก่อนค่ะ”

“งั้นใครกับครับ ที่มาเยี่ยม” วายุแปลกใจเพราะพี่ชายของเขานั้นนอนไม่ได้สติมาหลายปีแล้ว เพื่อนและคนรู้จักที่เคยมาเยี่ยมก็เริ่มลดน้อยลง สุดท้ายก็เหลือแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่มาเยี่ยม

“ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ”

“พี่เปรมครับ” วายุมองหัวหน้าพยาบาล ตาคมของเขาจ้องอย่างต้องการคำตอบเพราะท่าทางของพยาบาลดูเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่

“คุณวายุ อย่าทำหน้าดุสิคะ”

“พี่เปรมก็บอกสิครับว่านอกจากผมและคนในครอบครัวแล้วใครมาเยี่ยมพี่ชายผมอีก” เขาคาดคั้น

“คนไข้ของหมอตะวันค่ะ หมอตะวันกับหมอพิมพ์ลดาเคยช่วยเหลือเธอไว้มาก พอเธอรู้เลยขอเข้าเยี่ยมแค่นั้นเองค่ะ” เปรมยุดาพูดไปตามความจริง

“อ๋อ แค่นั้นเอง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แล้วเธอมาเยี่ยมบ่อยไหมครับ”

“ไม่หรอกค่ะ นานๆ ครั้ง ถ้าคุณวายุไม่สบายใจครั้ง เดี๋ยวพี่จะบอกเธอให้ค่ะว่าไม่ต้องมาเยี่ยมอีก” เปรมสุดารีบออกตัวเพราะกลัวความวุ่นวาย

“ถ้าเธอแค่มาเยี่ยมไม่ได้สร้างความเดือดร้อน หรือทำให้อาการของพี่ซันแย่ลงก็ไม่เป็นไรครับ มีคนมาเยี่ยมก็ยังดีกว่าไม่มีใครมาเลย” วายุไม่ติดใจกับเรื่องที่ได้ยิน เพราะถ้าเธอไม่ทำให้เขากับพี่ชายเดือดร้อนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

ชายหนุ่มยิ้มให้พยาบาลก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของพี่ชาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป