บทที่ 6 ตอนที่ 5 ปกติเอาฟรี

ตอนที่ 5 ปกติเอาฟรี

โทรศัพท์ภายในห้องพักแผดเสียงดังขึ้นจนทำให้ร่างเล็กบนเตียงพยายามลืมตาขึ้นมอง เธอเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มาแนบหู..

(สวัสดีค่ะ ขออภัยที่รบกวนเวลาส่วนตัวของลูกค้านะคะ ไม่ทราบว่าบ่ายนี้จะให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้องไหมคะ หรือว่าลูกค้าต้องการอาหารก่อน สามารถแจ้งทางเราได้เลยนะคะ)

"ฉัน..ต้องออกจากที่นี่กี่โมง" แพรวดาวฝืนถามออกไปทั้งที่ไม่มีเรี่ยวแรงจนปลายสายตอบกลับมา

(บ่ายของวันพรุ่งนี้ค่ะ คุณภูผาลงมาจองต่อให้เมื่อคืนก่อนจะออกไปค่ะ หากลูกค้าต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถโทรหาดิฉันได้ตลอดเลยนะคะ)

"ขอบคุณค่ะ" เธอตอบเพียงแค่นั้นแล้วก็วางหูโทรศัพท์กลับที่เดิม

อดเคืองคนทำไม่ได้ แต่ก็..ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ในเมื่อเลือกเขาเอง แล้วที่กลัวโดนฟันแล้วทิ้งก็โดนแล้วจริง ๆ 'ไอ้บ้าเอ๊ย!'

ตกเย็น..

คราวนี้เป็นเสียงโทรศัพท์ของเธอที่ดังขึ้นซึ่งเมื่อคว้ามาดูก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นป้าเจ้าของบาร์ที่ใช้งานเธอเยี่ยงทาสประหนึ่งว่าไม่ใช่ลูกหลานเป็นเพียงขี้ข้าเท่านั้น

(มึงอยู่ไหน! วันนี้ไม่ไปซื้อของซื้อห่าอะไรเลย อย่าใจแตกให้มันมากจะได้ไหม กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะอีเวร)

"หนู..ไม่สบาย"

(มึงอย่าสำออย กูจะตัดเงินเดือนมึง!)

"ป้า..หนูไม่ไหวจริง ๆ"

(กูจะหักเงินมึงสองเท่าค่าที่จะเป็นจะตายไม่ยอมบอก แถมยังขาดงานกะทันหันทำให้กูต้องเหนื่อย)

ร่างเล็กได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ วางโทรศัพท์ลงข้างหู

(มึงนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ เลี้ยงเสียข้าวสุก!) ป้าด่าอีกครั้งแล้วก็กดตัดสายไป นั่นยิ่งทำให้แพรวดาวเผลอหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง หลังจากที่ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดจนเผลอหลับไป..

แพรวดาวขยับตัวตื่นกลางดึกด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้เจ็บเท่าเมื่อกลางวัน แต่อาการร้อน ๆ หนาว ๆ ยังมีอยู่ ทำให้เธอกดโทรสั่งอาหารและยาจากทางโรงแรม ไม่นานนักทั้งอาหารและยาก็ถูกยกขึ้นมาเสิร์ฟจนถึงห้อง

เธอพยายามฝืนกินข้าวกินยาเพียงเพราะไม่อยากเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ไปตลอด ไม่อยากให้ใครมาดูถูกดูแคลนว่าให้อย่างวันนี้อีก..

เมื่อกินข้าวกินยาเสร็จแล้วแพรวดาวเลือกที่จะนอนพักต่อ ภาวนาให้พรุ่งนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติ แต่ใครจะรู้..หลังจากที่หลับไปได้เพียงหนึ่งชั่วโมง เสียงคลายล็อกก็ดังขึ้นจนเธอสะดุ้งตื่น ภายในใจหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำได้แค่นอนหลับตาเหมือนว่ายังหลับอยู่ จนแสงไฟสลัวถูกเปิดขึ้น

"จับไข้เลยเหรอ" ภูผาพึมพำมองคนบนเตียง ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกทางก้มมองหากระเป๋าสตางค์ที่ไม่รู้ว่ามันเผลอหล่นไปใต้เตียงตอนไหนออกมาถือไว้ ชายหนุ่มค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งข้างร่างเล็กแผ่วเบา เอื้อมมือไปอังท้ายทอยลำคอหน้าผากอย่างอ่อนโยน จนมือเล็กคว้าข้อมือเขาไว้แน่น

"คนใจร้าย"

"ฉันลืมกระเป๋าสตางค์"

"ก็นั่นแหละ คนใจร้าย"

"หายเจ็บหรือยัง"

"นี่คุณ!" แพรวดาวเอ็ดให้ชายหนุ่มที่ทำเธอเจ็บเสียงดัง แต่เขากลับก้มหน้าแค่นหัวเราะเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไร

"ให้ค่าเจ็บตัวเอาหรือเปล่า"

"ไม่เอาหรอก"

"น่า..ให้ค่าความบริสุทธิ์ของเธอที่ฉันพราก..มัน"

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"เอาเลขบัญชีมา เงินสดฉันมีไม่กี่บาทเก็บไว้กินข้าว"

"หนูบอกว่าไม่เป็นไรไงคะ" คราวนี้เธอหันตะแคงข้างไปทางเขาแล้วคว้ามือใหญ่ขึ้นมาวางทาบบนแก้มตัวเองอ้อน ๆ ทำคนถูกอ้อนชักมือกลับแทบไม่ทัน

"เดี๋ยวฉันออกไปกดเงินสดแล้วฝากให้ที่เคาน์เตอร์"

"เท่าไหร่เหรอคะ"

"ห้าหมื่นพอไหม"

"ค่าตัวหนูใช่ไหม"

"ปกติฉันเอาฟรีนะ แต่กับเธอ..สงสารนิดหน่อย รับไปเถอะ"

"ถ้าพูดมาขนาดนี้กดเข้าบัญชีธนาคารเลยค่ะ แอปสีฟ้าค่ะ หมายเลข xx-xx ขออนุญาตไม่ลดนะคะ เพราะเจ็บมาก!" แพรวดาวพูดแล้วคว้าโทรศัพท์ตัวเองมากดรีเฟรชธนาคารรอ จนเงินก้อนใหญ่โอนเข้ามา เธอจึงปิดหน้าจอปั้นหน้ายิ้มให้คุณภูผาที่อุตส่าห์เห็นใจ ก่อนจะนอนหลับตาแล้วหันหลังให้เขาทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภูผาก้มหน้ามองยอดเงินที่โอนไปเมื่อครู่พร้อมเสียงหัวเราะในลำคอพลางดึงผมคนนอนหันหลังให้ด้วยความหมั่นไส้ แล้วจึงก้าวขาลงจากเตียงนอนออกจากห้องไป

ชายหนุ่มเดินถือโทรศัพท์พึมพำ..

"นางสาวแพรวดาว วริยา หึ..นี่ถ้าไม่ลืมกระเป๋าสตางค์ก็ไม่สงสารจนต้องเสียเงิน เหอะ ๆ" แค่นหัวเราะให้กับความขี้สงสารของตัวเองที่เป็นเหตุให้เสียเงินกว่าครึ่งแสน เงินจำนวนนั้นสำหรับเขาไม่ได้มากเท่าไหร่ แบ่งให้เด็กนั่นใช้สักนิดหน่อยคงไม่จนไปมากกว่านี้ 

แพรวดาวที่รับเงินก้อนแล้วโดนดึงผมนอนอมยิ้มมองยอดเงิน..พลางคิดว่ายังโชคดีที่ได้เงิน แม้จะรู้สึกเหมือนโดนซื้อบริการก็เถอะ แต่มันก็ยังดีกว่าโดนฟันแล้วทิ้ง..

"จะตั้งใจเก็บเงินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่จริง ๆ แล้วนะ.."

"บรรลุนิติภาวะแล้วนะแพรว กล้าเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้ว" เธอพูดปลอบขวัญปลุกกำลังใจตัวเองให้กล้าพาตัวเองออกมามีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นได้แล้ว ไม่ใช่อยู่ให้ใครบางคนโขกสับจิกหัวใช้เยี่ยงทาส..แบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป