บทที่ 8 ตอนที่ 7 ที่ระบายความใคร่
ตอนที่ 7 ที่ระบายความใคร่
สามสัปดาห์ต่อมา
กาลเวลาทำให้ความคิดถึงในใจมันทวีคูณยิ่งขึ้น จนวันนี้ที่เหนื่อยล้า เขาก็คิดถึงเธอมากอย่างไม่มีสาเหตุ..
ชายหนุ่มยืนมองน้ำทะเลตอนกลางคืนด้วยใจที่เหม่อลอย ในใจเผลอคิดถึงใครอีกคนที่ตอนนี้กลายเป็นแม่ กลายเป็นเมีย เป็นครอบครัวเดียวกันกับคฐา..
ก่อนจะก้มหน้าแค่นหัวเราะ ให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเอง
"..เกือบเก้าปี ที่แอบชอบมาตลอด"
"อีกแค่ปีเดียว แค่ปีเดียว.." อีกแค่ปีเดียวถ้าเธอไม่มีใครเขาไม่มีใครมันจะเป็นวันของเรา
เขาหลับตาลงทั้งน้ำตามองทะเลและคลื่นตรงหน้าที่กำลังซัดเข้ามาบอกให้สู้..แต่ใครมันจะไหว
ปากบอกยอมได้ ทำใจได้ แต่พอรู้ว่าหมดสิทธิ์แล้วจริง ๆ มันก็เจ็บอยู่ดี
"มันนานมากนะ..
..คนเราจะรักใครคนหนึ่งได้นานแค่ไหนกันเชียว ?
..เก้าปี สิบปี หรือตลอดไป.." พึมพำเสียงเบาจนนั่งลงบนทรายแล้วเงยหน้าอาบน้ำตามองทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
"ต้องใช้เวลานานแค่ไหน..กว่าฉันจะลืมเธอ
..ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี กว่าจะลบเธอออกจากใจ อีกนานเท่าไหร่พราว"
"อ่า..คุณมานั่งตรงนี้อีกแล้ว"
เสียงใส ๆ ดังขึ้นเรียกความสนใจจากเขา ทำให้ต้องรีบเช็ดหยดน้ำตาแล้วหันไปมอง
"ไม่ซื้อ.."
"หนูไม่ได้ยกเบียร์มาขายสักหน่อย"
"ไปได้แล้ว อย่ารบกวน" ว่าให้แพรวที่มักจะเดินมาเจอกับเขาอยู่บ่อยครั้ง จนเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอออกมาเดินแบบนี้ทุกคืนหรือเปล่า เพราะเมื่อไหร่ที่เขามามักจะเห็นเธออยู่เสมอ หญิงสาวร่างเล็กส่ายหน้าไปมาถามกลับเสียงใส
"คุณจะคิดสั้นไหม ?"
"เธอน่ะ อยากโดนฉันโยนลงทะเลไหม"
"คุณจะใจร้ายกับหนู..ได้ลงคอเหรอ ?" เอียงคอถามอย่างไร้เดียงสา ทำภูผาส่ายหน้าแค่นหัวเราะในลำคอ
"เป็นเด็กเป็นเล็ก กลับไปที่บาร์ไป" ที่ไล่เพราะอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว แต่ร่างเล็กดันทุรังเถียงกลับทันควัน
"หนูไม่เด็กนะ คุณก็เห็นไปแล้วนี่"
"ไม่เข็ดใช่ไหม ?" เขาถามหญิงสาวตัวเล็กด้านข้างที่มานั่งยองเอียงคอกวนใจอยู่ตอนนี้ จากที่กำลังเหม่อคิดถึงพราว ตอนนี้กำลังจะปวดหัวกับคนด้านข้างที่มักจะมารบกวน ไม่ว่าจะนั่งทะเลมุมนี้ หรือมุมไหน.. แพรวดาวส่ายหน้าไปมาสบตาคนข้างกายนิ่ง
"หนูคิดว่าคุณไม่สบายใจ"
"ยิ่งเห็นหน้าเธอยิ่งแล้วใหญ่"
"ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าหนู คุณหลับตาอีกก็ได้นะคะ หนูทำเอง.."
"ไร้สาระน่า กลับไปทำงานไป"
"ไปนั่งดื่มที่บาร์สิคะ หนูเป็นห่วงคุณ.." เพราะเห็นน้ำตาผู้ชายคนนี้สองครั้งแล้วต่างหาก..
"พูดจาไร้สาระ เรียกแขกหรือไง?"
"หนูเหมือนผู้หญิงเรียกแขกเหรอคะ คุณก็น่าจะรู้นี่คะ.."
"ไปได้แล้ว อย่ามารบกวน"
"ไปก็ได้.."
เขามองหญิงสาวที่พูดเหมือนน้อยใจเดินสะบัดก้นหนีไป โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอยิ้มและหัวเราะออกมาให้กับท่าทางงอแงของแพรวดาว
จนกระทั่ง..
"หนูกลับมาแล้ว กลับมาเลี้ยงเบียร์.." ยื่นเบียร์กระป๋องใหญ่ไปตรงหน้า ยื่นซ้ำ ๆ จนกว่าเขาจะรับ
"หึ.." ภูผาแค่นหัวเราะส่ายหน้ามองหญิงสาว ก่อนจะรับเบียร์กระป๋องมาถือไว้ในมือ
เขากดเปิดเสียงดัง..และยื่นมันให้เธอ รับอีกกระป๋องมาเปิดแล้วกระดกดื่มเงียบ ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอลกอฮอล์ตอนนี้มันช่วยเยียวยาแผลใจได้จริง ๆ
"คุณเครียดอะไรระบายกับหนูได้นะ"
"ยังเด็กอยู่ไม่ต้องอยากรู้เรื่องผู้ใหญ่"
"คนใจร้าย!" ว่าให้เขาที่หัวเราะในลำคอกับคำพูดที่คล้ายจะว่าเธอเสือกก็ไม่ปาน โดยครั้งนี้เธอลุกขึ้นยืนเท้าเอวมองเขาแล้ววิ่งกลับไปที่บาร์ ภูผาหัวเราะร่าออกมาให้กับเด็กสาวที่ตอนนี้เริ่มเอาใจไม่ถูก
จนเห็นแสงไฟโทรศัพท์ไกล ๆ เดินเข้ามาใกล้ขึ้น
"ไม่เมาไม่ต้องกลับ"
"กะจะมอมฉันให้เล่าความในใจหรือไง?"
"ได้ไหมล่ะคะ หนูอยากเป็นที่ระบายให้คุณจริง ๆ นะ"
"เป็นที่ระบายความใคร่ก็พอแล้วไหม จะเอาอารมณ์อะไรอีก" ถามอย่างไม่เข้าใจ คนแปลกหน้าที่ไหนจะอยากมารับรู้ใส่ใจเรื่องของคนอื่น ไม่มีหรอก ลำพังปัญหาชีวิตตัวเองก็แย่มากพอแล้ว จะอยากมาแบกรับความรู้สึกคนอื่นอีกทำไม แพรวดาวนิ่งเงียบนั่งลงด้านข้างชายหนุ่ม เนียนเอียงศีรษะไปอิงซบไหล่
มือเรียวสวยชี้ไปยังดวงดาวที่สว่างที่สุดในค่ำคืนนี้แล้วเอ่ย..
"คุณเห็นดาวที่สว่างที่สุดนั่นไหม"
"อืม"
"วันนี้มันส่องแสงสว่างประกายทั่วท้องฟ้าเลยนะ แต่รู้ไหม..ดาวที่สว่างขนาดนี้ก็มีวันดับเหมือนกัน เหมือนใจคนเรานี่แหละ"
"เหมือนยังไง" เขาขมวดคิ้วอิงขมับถามแพรว
"เปรียบเทียบกับความรู้สึก วันที่สว่างจะเป็นวันที่มีความสุข แล้ววันที่มืดมิดก็เป็นความทุกข์.."
"ไปจำมาจากไหน ?"
"เปล่าค่ะ คิดเอง แต่หนูว่า..ฟ้าหลังฝนมันย่อมสวยงามเสมอ ตัวหนูเองก็กำลังรอฟ้าหลังฝนอยู่เหมือนกัน" เธอพูดพลางระบายยิ้ม เพียงแค่คิดว่าอนาคตข้างหน้าจะได้ไปเริ่มต้นใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเลยแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ต้องขอบคุณคนด้านข้างที่ให้เงินก้อนนี้มา มันทำให้ใจที่เหี่ยวเฉาเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้จะยังมีไม่มาก แต่ก็พอมีเช่าบ้าน หางานใหม่ได้ ดีกว่าต้องมาทนมือทนตีนแบบนี้
ภูผาดันศีรษะแพรวที่อิงไหล่อยู่ออก เชยปลายคางให้หันมาสบตา..แววตาคู่นั้นมันเหมือนพราวเมื่อครั้งที่มองเขาไม่มีผิด จนอดคิดไม่ได้ว่าตรงนี้อาจจะเป็นเธอ
"มีอะไรติดหน้าหนูเหรอ"
"ไม่ เธอแค่หน้าเหมือน.." พราว ผู้หญิงที่เขาเคยรักหมดทั้งใจ ยอมได้ทุกอย่าง แต่มันก็..เปล่าประโยชน์ แพรวดาวขมวดคิ้วเอียงคอรอฟัง จนคุณเขาเงียบไม่พูดไม่จาจำต้องเอ่ยถามขึ้น
"แฟนเก่า..ของคุณเหรอคะ"
"แฟนเหรอ ? .." เขาถามเธอกลับ
"หนูหน้าเหมือนผู้หญิงที่คุณเคยรัก..ใช่ไหมคะ"
"อืม" ครางรับในลำคอ แพรวดาวจึงพยักหน้าเหมือนว่าเข้าใจ
"ถึงว่า..บางครั้งคุณก็ดูเอ็นดูหนูแปลก ๆ บางครั้งก็..เหมือนไม่ไยดี มันเป็นแบบนี้นี่เอง" หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มมองคนด้านข้างที่กำลังเก็บเส้นผมของเธอทัดหลังหูให้ ทั้งที่รอบตาเริ่มร้อนผ่าว ภูผาละสายตาจากเส้นผมมองที่ริมฝีปากคนตรงหน้าแล้วเอ่ย..
"เธอคล้ายในบางมุม จนฉันเริ่มรู้สึก.." กลัว..กลัวจะเป็นเหมือนพราวที่สุดท้ายก็เลือกคนอื่น
"รู้สึก..?" ถามให้หายสงสัย แต่เหมือนเขาจะชะงักกับสิ่งที่ตัวเองพูด จนรีบผละมือที่ลูบปรอยผมออกเบือนหน้าหนีแล้วลุกขึ้นยืน
"ฉันจะกลับแล้ว เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม"
"คำถามนี้หนูต้องเป็นฝ่ายถามคุณไหมคะ ?" แพรวดาวพูดแล้วไปยืนดักหน้า สวมกอดร่างสูงที่ตาแดงก่ำแน่น ก่อนจะคลายกอดแล้วช่วยเขาเช็ดน้ำตา จนมือใหญ่คว้าเข้าที่ข้อมือ..
"อย่าพยายามเข้าหาฉัน!" เพราะคนที่กำลังอ่อนแอไม่ควรได้รับความสงสารจากใคร
"หนูแค่.." ช่วยเช็ดน้ำตา
"ไม่ต้องแค่ แล้วก็หยุดพยายามซะ มีชีวิตยังไงก็กลับไปอยู่แบบนั้น อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก" ภูผาพูดแล้วสะบัดข้อมือร่างเล็กออกไม่ไยดี เดินจ้ำเท้าตรงไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล โดยไม่ได้หันกลับไปมองร่างเล็กที่ปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียว ในใจคิดสับสนมึนงงเหมือนตกอยู่ในวังวน..
"..อย่าหลอกหลอนกันได้ไหม แค่เธอไม่เลือกฉันมันก็เจ็บมากแล้วพราว"
แพรวดาวยืนมองแผ่นหลังกว้างเดินห่างออกไปจนลับสายตา ก่อนจะย่อตัวนั่งลงกอดเข่ายกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มรัว ๆ ท่ามกลางความรู้สึกที่มันแย่กว่าทุกคืน
"ฉันก็..สมเพชชีวิตตัวเองตอนนี้มากเหมือนกัน"
