บทที่ 9 ตอนที่ 8 คืนนี้ไม่ทิ้ง ไปไหม ?
ตอนที่ 8 คืนนี้ไม่ทิ้ง ไปไหม ?
สายวันต่อมา
แพรวดาวรับหน้าที่ซื้อของเข้าไปไว้ที่บาร์เหมือนอย่างทุกครั้งที่มีโอกาส ในใจลึก ๆ แอบหวังให้เจอคนเมื่อวานที่เดินทิ้งกันไปแต่อีกใจก็คิดว่า..ไม่เจอกันคงดีสุดแล้ว
หลังจากที่ซื้อของจนครบตามที่เขียนมาแล้ว เธอก็ขอให้พนักงานในร้านช่วยมาขนของไป เพราะลำพังตัวเธอคนเดียวไม่สามารถขนได้จริง ๆ
ร่างเล็กนั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับมายังบ้านของผู้เป็นป้า สองมือยกอุดหูทันทีที่เห็นป้าออกมายืนชี้หน้า
"ซื้อของอะไรเยอะแยะ ไม่มีปัญญาขนต้องลำบากคนอื่น มึงนี่มันภาระคนอื่นเขาจริง ๆ"
ในใจคิดอยากตอบกลับว่าของที่เลือกซื้อมันก็คือวัตถุดิบเครื่องปรุงในร้านทั้งนั้น ถ้าไม่ซื้อแล้วบอกลูกค้าหมด หมดค่ะ วันนี้หมด ทุกวันแบบนี้ต่อไปจะมีคนมานั่งดื่มนั่งสั่งกับแกล้มกินไหม ? แต่ก็..นะ สุดท้ายก็ทำได้แค่ทนฟัง พยักหน้ายอมรับผิดทั้งที่ไม่ผิด จนหนีเข้าห้องนอนได้สำเร็จ..
"หูทวนลมให้ได้ตลอดนะอีเด็กเวร!"
"เฮ้อ.." ถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดยอดเงินในบัญชีที่เกือบจะถึงแสนให้ตัวเองรู้สึกมีความหวังขึ้นมาหน่อย
"ถ้า..เจอกันอีก เข้าหาอีก จะได้เงินอีกไหม?"
"ถ้าไม่เล่นด้วยทำยังไงดี.." แพรวดาวหลับตาลงคิดต่าง ๆ นานา หวังอยากให้ผู้ชายที่ชื่อภูผาสนใจกัน อย่างน้อยก็ขอให้ตัวเธอมีเงินก้อนใหญ่สักก้อนก่อนจะหนีไปตั้งหลัก
"ไม่ต้องรักก็ได้ ให้เงินก็พอ..จะพอจริง ๆ ใช่ไหม ?" ถามตัวเองอย่างคิดไม่ตก เพราะหลังจากที่เจอกันบ่อยขึ้น มีอะไรกันถึงสองครั้งความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยน จากที่เคยมองหาเผื่อเจอ ทุกวันนี้เธอหวังให้เขามา แล้วเดินมาหากัน..
ความคิดเด็กน้อยมันก็เป็นได้แค่ความคิด..คงไม่มีวัน
ทางด้านภูผาที่กำลังเดินคุยกับลูกค้าวีไอพี อยู่ ๆ เขาก็หยุดชะงักมองภาพบาร์ที่ลูกค้าเปิดให้ดูนิ่ง
"คุณภูผาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ หรือที่นี่มีผี?"
"เอ่อเปล่าครับ ผมแค่ตกใจ ไม่คิดว่าคุณจะรู้จักสถานที่แบบนี้ด้วย"
"เพื่อน ๆ บอกต่อมาอีกทีครับ เห็นว่าพนักงานสวย"
"ครับ ?"
"พนักงานเสิร์ฟน่ะ แต่เจอไม่บ่อยนะ แค่บางครั้ง ผมเลยอยากลองไปดู"
"ได้ครับ ผมพาไปได้ เคยไปนั่งดื่มอยู่เหมือนกันครับ" ภูผาพยักหน้ายิ้มให้ลูกค้าหนุ่มด้านข้างที่ดูมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในการไปครั้งนี้ พลางคิดว่าพนักงานเสิร์ฟที่ว่าจะใช่แพรวดาวหรือเปล่า แต่ถ้าใช่..ก็ไม่แปลก เพราะเธอแต่งตัวแต่งหน้าแล้วสวยจนต้องเหลียวมองจริง ๆ
22.00 นาฬิกา
รถอัลฟาร์ดสองคันขับตามกันมาจอดอยู่ที่ด้านหลังบาร์ ภายในรถคันแรกมีนักธุรกิจหนุ่มและบรรดาลูกน้องที่ติดตามมา คันที่สองเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอื่นที่มาพร้อมผู้ติดตามเช่นกัน
"ทางนี้เลยครับ" ภูผายิ้มผายมือให้ทั้งสองท่านที่มีหน้ามีตาเดินขนาบข้างไปด้วยกัน จนไปหยุดอยู่ที่โต๊ะที่ใหญ่ที่สุดของร้าน
ผู้ชายสองคนที่มานั่งสบตากันนิ่ง หรี่ตามองคนด้านข้างที่พามาเล็กน้อยโดยไม่ได้เอ่ยหรือทักท้วงอะไร จนกระทั่งผู้หญิงที่พวกเขาพูดถึงเดินมาวางเมนูให้ตรงหน้า ไม่แปลกใจเลยทำไมเพื่อนถึงบอกว่ามาไม่ถึงภูเก็ตถ้าไม่เจอเธอ..
"ดูแลแค่โต๊ะผมได้ไหมครับ.." นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวอย่างนอบน้อมจนเธอพยักหน้ายิ้ม จนเขาพลอยยิ้มตามเธอ
"สั่งอาหารกับเครื่องดื่มก่อนไหมคะ เดี๋ยวฉันจะได้.."
"เอาทุกเมนูครับ" นักการเมืองท้องถิ่นอื่นพูดขึ้นด้วยที่อยากโชว์ความใจป๋าของตัวเอง ทำหญิงสาวตรงหน้ายิ้มกริ่มพยักหน้ารับ แต่สายตาเธอกลับโฟกัสที่คนด้านข้างเขาซึ่งเป็นคุณภูผา..
"ขาวเนียน หอม..เลย"
"ผมก็เห็นด้วยเหมือนกัน"
ผู้ชายทั้งสองคนที่เขาพามาพูดถึงแพรวดาวเป็นเสียงเดียวกันเหมือนว่าอยากได้เธอ..และเธอก็ดูแพรวพราวเหมือนจะเล่นด้วย จนเขาไม่อยากนั่งดื่มหรือกินอะไรในตอนนี้ ความคิดสับสนทำให้ชายหนุ่มต้องขอตัวออกไปสูบบุหรี่
เขาเดินฝ่าความมืดไปยืนสูบบุหรี่ให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย ทว่าเสียงฝีเท้าที่เหมือนกำลังย่องอยู่ด้านหลังทำให้ต้องหันกลับไปมอง
"โห..หนูอุตส่าห์เดินเบาที่สุดแล้วนะ ทำไมคุณหูดีจัง"
"เธอมาพร้อมกลิ่น.." มันไม่ใช่แค่เสียงเท้าเหยียบทราย แต่เป็นกลิ่นหอมที่พัดโชยตามลมมาด้วยต่างหาก ร่างเล็กที่ถูกว่ามีกลิ่นทำหน้าบึ้งเดินจ้ำมายืนดักหน้า
"หนูเพิ่งมานะ อีกอย่างเหงื่อยังไม่ออกด้วยจะมีกลิ่นตัวได้ยังไง" พูดแล้วก็ทำท่าดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาดมอย่างคนเสียความมั่นใจ ภูผาจึงคว้าข้อมือคนตรงหน้าเข้ามาจนหน้าเธอแทบชนอก
"หมายถึงกลิ่นหอมของเธอ"
"หอมอะไรคะ หนูไม่ได้กลิ่น"
"ฉันได้กลิ่น.." ภูผาพูดแล้วสูบบุหรี่ปืดสุดท้ายก่อนจะทิ้งลงบนพื้นทรายแล้วเหยียบย่ำพร้อมกับปล่อยควันขาว ทำมือเรียวเล็กปัดป่ายควันไปมา อีกมือก็บีบที่จมูกของตัวเอง
"หนูไม่อยากเป็นมะเร็ง"
"ไม่เป็นหรอก นิดหน่อยเอง"
"คนสูบไม่เป็นแต่คนได้กลิ่นจะเป็นค่ะ"
"หึ..สูบหมดแล้ว" ภูผาแค่นหัวเราะมองใบหน้าบึ้งของเด็กน้อยยิ้ม ๆ แพรวดาวขยับดิ้นดุกดิกจนสามารถเว้นระยะห่างจากคนตรงหน้าได้
"วันนี้คุณพาเพื่อนมาเหมาเหรอ"
"พวกเขาอยากมาหาเธอ"
"คะ ?" ขมวดคิ้วถามไม่เข้าใจ คนไม่รู้จักกันจะมาหาได้ยังไง ภูผาเอื้อมมือไปรั้งแขนแพรวให้มาหยุดยืนในอ้อมแขนตามเดิมก่อนจะก้มกระซิบ
"ผู้ชายพูดถึงผู้หญิงปากต่อปาก พวกเขาถ่ายรูปเธอตอนเสิร์ฟ ตอนชงเครื่องดื่มไปพูดกันในแวดวงเพื่อนธุรกิจ"
"แบบนี้หนูก็..มีแววจะได้เป็นคุณหญิงน่ะสิ" เธอทำตาลุกวาวเหมือนเจอแสงสว่างแล้วก็ต้องยู่ปากเมื่อโดนเขามะเหงกกลางหน้าผาก
"เป็นเด็กเป็นเล็กคุณหญิงอะไร เต็มที่ก็แก้ขัดแหละ เธอคิดว่าคนรวย ๆ มีหน้ามีตาจะโสดหรือไง"
"โสดบ้างก็ได้ หนูก็อยากมีเจ้าของ" พูดแล้วจิ้มไปที่อกชายหนุ่มสบตาเขาตาปริบ ๆ ทำใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้ามองไปทางอื่น
"เธอยังเด็ก อย่าเพิ่งคิด"
"คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก แล้วเด็กแบบหนูไม่มีหัวใจเหรอ"
"อายุเท่าไหร่"
"ยี่สิบแล้วค่ะ บรรลุแล้ว"
"ฉันยี่สิบแปดยังไม่มีแฟนเลย เธอเพิ่งยี่สิบจะรีบไปไหน"
"เอ..นี่คุณยี่สิบแปดแล้วเหรอ ทำไมยังดู.."
"หล่อ ?"
"อือค่ะ หล่อ ยังดูหนุ่มเหมือนยี่สิบห้า" เธอพูดพลางสำรวจใบหน้าฟ้าประทานของร่างสูงที่มองกันอยู่ จนเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะ..จูบ ด้วยความตกใจเธอย่อตัวลงก้าวถอยหลังจนเป็นอิสระ ทำให้ริมฝีปากสองเราไม่ได้แตะกัน
"อย่าดื้อ.." ภูผาสบตาร่างเล็กตรงหน้านิ่ง สอดมือเข้าไปล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง เอียงคอมองท่าทางซุกซนที่แทบไม่ฟังในสิ่งที่เขาพูด แพรวดาวก้าวถอยหลังยิ้มตาหยีถอยห่างไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายก็เป็นเขาที่ต้องวิ่งไล่จับยัยเด็กแสบให้กลับมาอยู่ในอ้อมแขน..พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเธอที่ดูชอบใจ ที่เขาเล่นวิ่งไล่จับกับเธอท่ามกลางความมืดแบบนี้
"เมื่อวานขอโทษนะ..
..เครียดมากไปหน่อยอย่าถือสา"
"คุณทิ้งหนู"
"คืนนี้ไม่ทิ้ง ไปไหม ?" ภูผาถามในตอนที่ใบหน้าขยับเข้าไปคลอเคลียใบหน้าร่างเล็ก มันน่าแปลกตรงที่ไม่เจอก็ไม่โหยหา พอได้เจอได้กลิ่นกลับโหยหาอยากทำอะไรที่มันมากกว่านี้..จนเริ่มไม่เข้าใจตัวเอง แพรวดาวคลี่ยิ้มกว้างขยับริมฝีปากขึ้นไปบดคลึงกับร่างสูงจนมือใหญ่สอดเข้ามาประคองท้ายทอย
เสียงโทรศัพท์ที่แผดดังขึ้นทำให้สองเราตกใจผละออกจากกัน
ภูผามองรายชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก่อนจะรั้งแพรวมาจูบอีกครั้งแล้วเอ่ย..
"ถ้าลูกค้าฉันดื่มเสร็จไปรอที่รถนะ จอดที่เดิม"
