บทที่ 1 สัมผัสสีทอง

สำหรับแอสทริด เพรสคอตต์แล้ว วันเกิดครบรอบยี่สิบหกปีของเธอมีความหมายที่พิเศษอย่างยิ่ง

โอลิเวอร์ มอนต์โกเมอรี แฟนหนุ่มของเธอรู้ดีว่าเธอเฝ้ารอคอยวันนี้มากแค่ไหน เขาทำตัวลึกลับและบอกให้เธอรออยู่ที่งาน โดยสัญญาว่าจะมีเซอร์ไพรส์มาให้ แอสทริดไม่ได้บอกเขาหรอกว่า เธอเองก็มีเซอร์ไพรส์รอเขาอยู่เหมือนกัน

แสงสีนวลตาจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องไปทั่วโถงจัดงานอันโอ่อ่า ในฐานะงานฉลองวันเกิดของทายาทตระกูลเครื่องประดับชั้นสูง เหล่าชนชั้นสูงแห่งไซเปรสเบย์ต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างไม่ขาดสาย

แอสทริดก้มดูเวลาอีกครั้ง เหลือเวลาอีกเพียงสามสิบนาทีก่อนที่งานปาร์ตี้จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่กลับยังไร้เงาของโอลิเวอร์ เขาไม่รับสายและไม่ตอบข้อความของเธอเลย

"แอสทริด ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้รถคงติดหนักน่ะ" เรเชล วิลสัน เพื่อนสนิทของเธอเอ่ยปลอบใจก่อนจะลุกขึ้นยืน "ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมาช่วยรับแขก ในฐานะเจ้าของงาน แกจะมามัวหลบซ่อนตัวอยู่ในนี้ทั้งคืนไม่ได้นะ"

"โอเค" แอสทริดตอบรับเบาๆ

ทันทีที่เสียงประตูห้องน้ำปิดลง แอสทริดก็สังเกตเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเรเชลสว่างวาบขึ้นบนโต๊ะ เธอเอื้อมมือไปหยิบเพื่อจะเอาไปให้เพื่อน แต่แล้วมือของเธอกลับชะงักค้างกลางอากาศ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขยะแขยง

ในแชตกลุ่ม มีใครบางคนส่งรูปของเธอหลายรูปลงไป ตามด้วยคอมเมนต์หยาบโลน: [ผู้หญิงคนนี้โคตรเซ็กซี่เลยว่ะ หุ่นเอ็กซ์ซะจนทำเอากูคอแห้งไปหมดแล้ว]

อีกข้อความเด้งตามมาติดๆ: [สุภาพบุรุษคนนี้บอกว่าจะหาทางฟันเธอให้ได้คืนนี้ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าลีลาบนเตียงเธอเด็ดแค่ไหน]

ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอของแอสทริด จังหวะที่เธอเบือนหน้าหนี รูม่านตาของเธอก็หดเกร็งอย่างฉับพลัน ข้อความถัดมาถูกส่งมาจากบัญชีที่ใช้รูปโปรไฟล์ของโอลิเวอร์

แอสทริดแตะหน้าจอเพื่อขยายดูตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นชื่อผู้ใช้ ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก

โอลิเวอร์: [พวกมึงเตรียมทิชชู่ไว้ใกล้มือเลยนะ เอาไว้ซับน้ำลายไง]

เอ: [โอลิเวอร์ ไลฟ์สดเลยดิวะ กูขอร้องล่ะ]

บี: [โอลิเวอร์ มึงนี่มันแน่จริงๆ! ถ้ามึงเสร็จกิจแล้ว ส่งต่อมาให้พวกกูชิมบ้างได้ป่าววะ?]

โอลิเวอร์: [ถอยไปเลยโว้ย ของกูก็คือของกู!]

ซี: [พวกมึงรู้หรือเปล่าเนี่ยว่าเธอเป็นใคร ปากดีกันจังนะ]

โอลิเวอร์: [แฟนกูเอง! พวกมึงไม่มีใครได้แอ้มหรอกจนกว่ากูจะเสร็จกิจกับเธอ]

นิ้วของแอสทริดสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เธอรีบพิมพ์ตอบกลับไปในโทรศัพท์ของเรเชล: [พวกแกล้ำเส้นเกินไปแล้ว!]

เธอโยนโทรศัพท์กลับลงบนโต๊ะ แล้วผลักประตูห้องพักรับรองออกไปอย่างแรง เธอแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโอลิเวอร์ ผู้ซึ่งสวมบทบาทเป็นแฟนหนุ่มผู้แสนดีมาตลอดสามปี ลับหลังจะกลายเป็นคนวิปริตและเลวทรามได้ถึงเพียงนี้ ปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาวิจารณ์เธอราวกับเป็นแค่เศษเนื้อชิ้นหนึ่ง!

การแต่งงานแบบคลุมถุงชนระหว่างตระกูลเพรสคอตต์และมอนต์โกเมอรีทำให้เธอรู้สึกลังเลในตอนแรก แต่โอลิเวอร์ซึ่งอายุน้อยกว่าเธอสามปี กลับตามจีบเธออย่างไม่ลดละ แถมยังเอาชนะใจเพื่อนๆ ของเธอได้อีกด้วย เมื่อทนรับแรงกดดันไม่ไหว แอสทริดจึงตกลงคบกับเขาอย่างเสียไม่ได้ ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาสวมหน้ากากเป็นคู่รักที่แสนเพอร์เฟกต์มาโดยตลอด

แอสทริดก้าวฉับๆ ออกจากสถานที่จัดงาน เดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย—เธอเพียงแค่ต้องการหนีไปให้พ้น

ด้วยความรีบร้อน เธอจึงลืมหยิบเสื้อโค้ตติดมือมาด้วย แสงไฟนีออนกะพริบวิบวับจากบาร์ใกล้ๆ เตะตาเธอเข้า การดื่มเพื่อลืมความเศร้าดูเหมือนจะไม่ใช่ความคิดที่แย่นักสำหรับคืนนี้

เธอออกแรงผลักบานประตูที่หนักอึ้งเข้าไป เสียงเบสที่ดังจนหูอื้อเข้าจังหวะกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งในอกของเธอ

เมื่อเดินไปถึงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ แอสทริดก็สั่งเครื่องดื่มที่แรงที่สุดในเมนู ของเหลวร้อนแรงแผดเผาลำคอขณะที่เธอกระดกมันรวดเดียวหมดแก้ว ความแสบร้อนทำเอาน้ำตาของเธอรื้นขึ้นมา

ทำไมต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้กับไอ้ผู้ชายสารเลวด้วย? วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เธอสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้สิ ต่อให้ชีวิตรักจะพังพินาศไม่เป็นท่า เธอก็จะไม่มีวันยอมให้มันมาทำลายหน้าที่การงานของเธอเด็ดขาด

ตระกูลเพรสคอตต์มีความลับขั้นสุดยอดที่ถูกปกปิดไว้ ในวันเกิดอายุครบยี่สิบหกปี หญิงสาวผู้สืบสายเลือดนี้จะปลุกพรสวรรค์ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น—นั่นคือพลังประเมินสัมบูรณ์—ทว่ามันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเธอผ่านการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นครั้งแรกแล้วเท่านั้น ด้วยพลังนี้ พวกเธอจะสามารถยืนยันความแท้ของอัญมณีทุกชนิดได้ในพริบตาเพียงแค่สัมผัส

เมื่อนึกถึงการแก่งแย่งชิงดีอันโหดร้ายทารุณภายในตระกูล แววตาของแอสทริดก็วาวโรจน์ขึ้น คืนนี้เธอต้องการผู้ชายสักคน

รูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้ดึงดูดสายตาใครต่อใครไปทั่ว มีผู้ชายหลายคนพยายามเข้ามาตีสนิท แต่ถ้าไม่แก่คราวพ่อก็ดูหื่นกามจนน่ารังเกียจ ไม่มีใครผ่านเกณฑ์ของเธอเลยสักคน

กระทั่งในมุมสลัวของบูธที่นั่งมุมหนึ่ง เธอก็สะดุดตาเข้ากับเขา

เขาสวมชุดสูทสีดำสั่งตัดพอดีตัว ปลดกระดุมสองเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาออกอย่างลวกๆ แผ่นหลังกว้างพิงพนักเบาะหนัง ขายาวไขว่ห้าง ขณะที่มือก็แกว่งของเหลวสีอำพันในแก้วไปมาอย่างเชื่องช้า เขากระจายกลิ่นอายอันตรายราวกับหมาป่าเดียวดายออกมารอบตัว

ไม่ไกลออกไปนัก กลุ่มหญิงสาวกำลังซุบซิบกันอย่างตื่นเต้น ในที่สุดหนึ่งในนั้นก็รวบรวมความกล้าแล้วเดินตรงเข้าไปหาเขา

เมื่อเห็นดังนั้น เลือดในกายของแอสทริดก็เดือดพล่านขึ้นมาพร้อมกับความมุ่งมั่นฉับพลัน ต้องเป็นเขาคนนี้แหละ

เธอขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตัดหน้าผู้หญิงคนนั้น จงใจเดินชนไหล่หล่อน ก่อนจะแทรกตัวลงนั่งบนเบาะข้างๆ ชายหนุ่มทันที

"ที่รักคะ เลิกโกรธฉันเถอะนะ กลับบ้านเรากันดีกว่านะคะ?" เสียงของแอสทริดหวานหยดย้อยราวกับน้ำผึ้งขณะกะพริบตาปริบๆ มองเขา

ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่รุนแรงเริ่มแล่นพล่านไปทั่วร่าง ในขณะที่เธอยังพอมีสติสัมปชัญญะอยู่ เธอต้องรีบรวบรัดเขาให้เร็วที่สุด

ผู้หญิงอีกคนเบิกตากว้างมองภาพความสนิทสนมนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะล่าถอยกลับไปอย่างพ่ายแพ้

ชายหนุ่มปรายตามองแผ่นหลังที่เดินจากไป ก่อนจะก้มลงมองแอสทริดที่แทบจะเบียดตัวแนบชิดกับแผงอกของเขา น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "เมื่อกี้คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?"

แอสทริดเมินคำถามนั้นและทำตาใสซื่อ "ที่นี่เสียงดังจังเลยค่ะ เราไปหาที่ส่วนตัวคุยกันดีกว่านะคะ"

เธอปล่อยตัวตามฤทธิ์เหล้า ทิ้งร่างนุ่มนิ่มให้ซบลงบนไหล่ของเขา แสร้งทำเป็นหมดสติไป

ชายหนุ่มร่างแข็งทื่อ พยายามจะดันตัวเธอออก แต่เธอกลับเกาะเขาไว้แน่น เมื่อก้มลงมองก็เห็นว่าหญิงสาวหลับตาพริ้ม เขาดูไม่ออกว่าเธอแกล้งทำหรือภาพตัดไปแล้วจริงๆ แต่การทิ้งผู้หญิงที่มีสภาพแบบนี้ไว้ในบาร์อโคจรมีแต่จะนำไปสู่หายนะอย่างแน่นอน

ไซลัส มอนต์โกเมอรี ผู้มีสีหน้าเรียบเฉยจนยากจะคาดเดา ช้อนร่างของแอสทริดขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วก้าวยาวๆ ออกจากบาร์ มุ่งตรงไปยังโรงแรมหรูที่อยู่ชั้นบนทันที

พนักงานโรงแรมจดจำเขาได้ในทันที เมื่อเห็นหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา พวกเขาก็ลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปเปิดประตูห้องเพนต์เฮาส์ให้

ไซลัสอุ้มเธอเข้าไปด้านใน ทันทีที่ประตูบานหนักปิดลงเสียงดังคลิกตามหลัง มือของแอสทริดก็เริ่มขยับ

ก่อนที่เขาจะทันได้วางเธอลงบนเตียง เธอก็คว้าคอเสื้อของเขาไว้ แล้วดึงรั้งร่างหนาให้ล้มลงมาบนฟูกนุ่มพร้อมกับเธอ

ไม่นานนัก ภายในห้องก็ถูกแผดเผาด้วยความเร่าร้อนและไฟปรารถนาอันรุนแรง

แอสทริดได้ในสิ่งที่เธอต้องการอย่างสมบูรณ์แบบ

ขณะที่นอนอยู่ท่ามกลางผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่ด้วยความปวดร้าวไปทั้งตัว เธอกำลังคิดหาทางแอบหนีไปจากไซลัส ทว่าจู่ๆ เสียงทุบประตูดังสนั่นก็สะท้อนก้องเข้ามาในห้อง

"แอสทริด! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! มีคนเห็นว่าคุณเข้ามาในนี้!"

เสียงของโอลิเวอร์... ไอ้เวรนั่นตามหาเธอจนเจอได้ยังไงวะ?

ความมึนเมาที่หลงเหลืออยู่มลายหายไปในพริบตา ก่อนที่เธอจะได้ทันไปเอาเรื่องกับการทรยศอันน่าสะอิดสะเอียนของเขา ไอ้สารเลวนั่นกลับกล้าเสนอหน้ามาตามล่าเธอถึงที่เสียเอง

บทถัดไป