บทที่ 1 EP1 ป่วนแต่เช้า

“จะรีบตื่นไปไหนวะควีน วันนี้วันอาทิตย์นะเว้ย”

เสียงแหบพร่าติดจะงัวเงียดังขึ้นชิดใบหูพร้อมกับแรงกระชับที่ท่อนแขนแกร่ง ซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพาดทับอยู่บนหน้าท้องแบนราบแน่นหนาราวกับงูเหลือมที่หวงแหนเหยื่ออันโอชะ

กัญญาภัคพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกจับไปโยนลงกลางสมรภูมิรบมาตลอดทั้งคืน กลิ่นหอมเย็นของน้ำหอมแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางและกลิ่นกายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในพันธนาการของใคร 

ร่างระหงถูกดึงรั้งให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่ามากยิ่งขึ้น ความอุ่นร้อนจากผิวกายของชายหนุ่มถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนหญิงสาวเผลอกลั้นหายใจ ปรินทร์ซุกไซ้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธออย่างออดอ้อน ท่าทางที่ดูเหมือนลูกหมาตัวโตขี้เหงาแบบนี้ ช่างขัดกับนิสัยดิบเถื่อนและปากร้ายกาจที่เขาชอบแสดงออกยามปกติเสียจริงๆ

“ปล่อยกูได้แล้วพอร์ช กูจะไปอาบน้ำ เหนียวตัวจะตายอยู่แล้ว แล้วก็เลิกเอานิสัยติดหมอนข้างมาใช้กับกูสักที กูเป็นคนไม่ใช่หมอนข้างเน่าของมึงนะ”

กัญญาภัคพยายามสะบัดน้ำเสียงให้ฟังดูหงุดหงิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวออกแรงผลักท่อนแขนหนักอึ้งนั้นออกไปให้พ้นตัว ทว่ายิ่งดิ้นหนี ปรินทร์กลับยิ่งเบียดกายเข้าหาจนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอแนบสนิทไปกับเรือนกายกำยำของเขาแทบจะทุกสัดส่วน เธอพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดและเป็นคู่นอนที่ลับที่สุดในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหมั่นไส้ และเจ็บลึกในใจกับสถานะที่ช่างย้อนแย้งสิ้นดี เธอใช้นิ้วเรียวสวยจิ้มลงบนหน้าผากกว้างของเขาแรงๆ หนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว

ปรินทร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองดวงหน้าสวยเฉี่ยว นัยน์ตาคมกริบสีรัตติกาลฉายแววพราวระยับยามกวาดมองเรือนร่างเย้ายวนที่มีเพียงผ้าห่มผืนหนาหมิ่นเหม่ปกปิดเอาไว้ ร่องรอยสีกุหลาบที่แต่งแต้มอยู่บนเนินอกอิ่มและลาดไหล่เนียนเป็นประจักษ์พยานชั้นดีถึงความเร่าร้อนที่เขามอบให้เธอเมื่อคืน ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากอย่างคนถือดีตามฉบับของคนที่ไม่เคยยอมลงให้ใคร

“บ่นเก่งแต่เช้าเลยนะแม่คุณ เมื่อคืนยังเรียกชื่อกูเสียงหวานอยู่เลยแท้ๆ แล้วกูก็ไม่ได้กอดหมอนข้างสักหน่อย กูกอดเมีย เอ้ย! กอดเพื่อนรักต่างหาก เพื่อนกันมันกอดกันไม่ได้หรือยังไง”

คำว่าเพื่อนที่หลุดออกจากเรียวปากหยักลึกราวกับมีดเล่มคมที่กรีดลงกลางใจดวงน้อย หญิงสาวพยายามสร้างกำแพงความเข้มแข็งขึ้นมาปกปิดความรู้สึกไหววูบในแววตา กัญญาภัคสะบัดหน้าหนีพร้อมกับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอกแกร่งให้ถอยห่าง เธอคว้าผ้าห่มผืนโตมาพันกายอย่างรวดเร็ว แล้วเชิดหน้าขึ้นดึงมาดนางพญาตัวแม่แห่งคณะนิเทศศาสตร์กลับมาสวมไว้อีกครั้ง

“เออ เพื่อนก็เพื่อน แต่เพื่อนที่ไหนเขานอนแก้ผ้ากอดกันแบบนี้วะ มึงนี่มันตรรกะพังพินาศไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ แล้วเสื้อผ้ากูอยู่ไหนหมดเนี่ย มึงเอาไปซ่อนไว้อีกแล้วใช่ไหมไอ้โรคจิต”

ร่างบางกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนกว้าง ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงระยับถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ยกเว้นก็แต่เสื้อผ้าของเธอที่ควรจะกองอยู่ข้างเตียงหรือพาดอยู่บนโซฟาปลายเตียง แต่มันกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงซากฟอยล์สีเงินและเศษซากของความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นพรมราคาแพง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความดุเดือดเลือดพล่านของบทรักเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี

ปรินทร์ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ เขาไม่ได้มีท่าทีเขินอายกับร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองแม้แต่น้อย หน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อสวยงามปรากฏแก่สายตา ทว่ากัญญาภัคพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่โฟกัสสายตาไปที่จุดกึ่งกลางลำตัวที่ถูกผ้าห่มปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่ ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระพลางเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำบนหัวเตียงมาดื่มดับกระหาย

“หาอะไร ชุดชั้นในลูกไม้สีดำตัวโปรดนั่นหรือเปล่า ถ้าอยากได้คืนก็มาอ้อนวอนกูดีๆ สิครับคุณหนูควีน พูดจาไม่เข้าหูแบบนี้ สงสัยวันนี้คงต้องใส่เสื้อเชิ้ตของกูเดินโทงๆ กลับหอแล้วมั้ง”

“ไอ้เหี้ยพอร์ช เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ มึงจะแกล้งกูไปถึงไหน วันนี้กูมีนัดทำรายงานกับพวกโซดาตอนบ่าย อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขาดความอบอุ่นแถวนี้”

กัญญาภัคแหวใส่อย่างเหลืออดพร้อมกับคว้าหมอนใบโตปาใส่หน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่างแรง ทว่าปรินทร์กลับรับไว้ได้อย่างแม่นยำแถมยังหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ ที่สามารถปั่นประสาทคนสวยขาโหดให้หัวหมุนได้สำเร็จ เขาชอบเวลาที่หญิงสาวโวยวาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่แดงระเรื่อด้วยความโกรธมันดูมีชีวิตชีวาและน่าหลงใหลจนเขาอยากจะจับเธอกดลงกับเตียงแล้วรังแกให้ช้ำไปทั้งตัวอีกสักรอบ

“ก็บอกแล้วไงว่าให้พูดเพราะๆ เพื่อนกันเขาไม่ด่ากันหยาบคายแบบนี้หรอกนะควีน ไหนลองพูดว่า พี่พอร์ชขา คืนชุดให้น้องควีนเถอะนะคะ ถ้าพูดถูกใจเดี๋ยวป๋าจะแถมค่าแท็กซี่ให้ด้วย”

“ฝันไปเถอะ มึงเก็บไว้ดมเองเถอะไอ้โรคจิต กูใส่เสื้อยืดกางเกงบอลมึงกลับก็ได้ ไม่ง้อมึงหรอก จำไว้เลยนะ”

บทถัดไป