บทที่ 5 EP5 จิกเป็นไก่

หากจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกและหาคำจำกัดความไม่ได้นี้ คงต้องย้อนเวลากลับไปในค่ำคืนหนึ่งเมื่อสามเดือนก่อน คืนที่สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว ท้องฟ้าแปรปรวนเฉกเช่นเดียวกับหัวใจของคนสองคนที่กำลังเต้นผิดจังหวะท่ามกลางแสงไฟสลัวและกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งในห้องคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง

ภาพความทรงจำในคืนนั้นยังคงฉายชัดอยู่ในห้วงความคิดของกัญญาภัคราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพของปรินทร์ในสภาพเมามายที่นัยน์ตาคมกริบสีรัตติกาลฉายแววเว้าวอนและโดดเดี่ยวอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มพร่ำเพ้อถึงความว่างเปล่าและความต้องการใครสักคนที่เข้าใจ จนกระทั่งความใกล้ชิดและบรรยากาศที่เป็นใจนำพาให้ทั้งคู่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนของคำว่าเพื่อนสนิท ไปสู่ดินแดนต้องห้ามที่เต็มไปด้วยอันตรายและกับดักทางความรู้สึก สัมผัสร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความโหยหาในค่ำคืนนั้นหลอมรวมสองร่างให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความปรารถนาและบาดแผลที่ไม่มีใครมองเห็น

ในเช้าวันรุ่งขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและความกระอักกระอ่วนที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ข้อตกลงสามข้อถูกร่างขึ้นด้วยวาจาเพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่สั่งสมมายาวนาน ต้องพังทลายลงเพียงเพราะความเผลอไผลชั่ววูบ ปรินทร์เป็นคนเอ่ยปากตั้งกฎเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การกินข้าวดูหนังด้วยกันตามปกติ

‘ข้อแรกห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกหลุมรักหรือมีความรู้สึกเกินเลยไปมากกว่าความสนุกทางกาย’

‘ข้อสองห้ามแสดงอาการหึงหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น’

‘และข้อสุดท้ายห้ามเรียกร้องสถานะหรือสิทธิ์ที่มากไปกว่าคำว่าเพื่อน’

กฎเหล็กสามข้อที่ดูเหมือนง่ายดายในทางทฤษฎี แต่กลับยากเย็นแสนเข็ญในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มเผลอใจไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับมาได้ และอีกฝ่ายหนึ่งก็เอาแต่ทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่คอยกันท่าทุกคนที่เข้าใกล้เธอ

เสียงเพลงป๊อปจังหวะสนุกสนานที่ดังคลอเบาๆ ภายในร้านชาบูชื่อดังหลังมหาวิทยาลัย ไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นของกัญญาภัคสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ไอร้อนจากหม้อต้มชาบูที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยฟุ้งอยู่ตรงหน้า ไม่อาจดึงดูดความสนใจของหญิงสาวได้เท่ากับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นเป็นครั้งที่สิบของวัน

ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปรินทร์ บุคคลที่เพิ่งแยกจากกันเมื่อช่วงเช้า แต่กลับโทรตามจิกยิ่งกว่าเจ้าหนี้ทวงเงิน หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย พลางคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะเพื่อตัดรำคาญ แต่เสียงเรียกเข้าที่ยังคงดังต่อเนื่องก็เรียกสายตาตำหนิจากโซดา เพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยระคนรำคาญ

“อะไรของมึงวะควีน ใครโทรมาจิกขนาดนี้ ผัวหรือพ่อ ทำไมไม่รับสายให้มันจบๆ ไป จะได้กินข้าวกันอย่างสงบสุขสักที”

โซดาบ่นอุบอิบพลางคีบหมูสไลด์แผ่นบางจุ่มลงในน้ำซุปสีเข้มที่กำลังเดือดพล่าน นัยน์ตาเฉี่ยวคมของเพื่อนรักจ้องมองมาอย่างจับผิด กัญญาภัคได้แต่ยิ้มเจื่อนส่งไปให้เพื่อนสาวโดยไม่ได้ตอบคำถาม หญิงสาวรู้ดีว่าหากบอกความจริงไปว่าคนที่โทรมาคือปรินทร์ โซดาคงได้ซักไซ้ไล่เลียงจนความลับเรื่องความสัมพันธ์ลับหลังแตกกระเจิงแน่

เพราะโซดาคือคนที่คอยเชียร์ให้เธอหาแฟนใหม่เพื่อดัดหลังปรินทร์มาโดยตลอด หากรู้ว่าเธอยอมตกเป็นของตายให้เพื่อนสนิทเคี้ยวเล่นแบบนี้ โซดาคงได้ด่ายับจนหูชาและตัดเพื่อนกับเธอโทษฐานที่ปิดบังเรื่องใหญ่โตขนาดนี้

“ไม่มีอะไรหรอกมึง ก็แค่พวกโรคจิตโทรมากวนประสาท ช่างมันเถอะ กินต่อดีกว่า เดี๋ยวหมูแข็งหมด”

กัญญาภัคพยายามเปลี่ยนเรื่องและทำทีเป็นสนใจกับการปรุงน้ำจิ้มในถ้วยตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่เข้าข้างคนโกหก เพราะทันทีที่เสียงโทรศัพท์เงียบลง ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาก็เดินดุ่มๆ เข้ามาในร้านด้วยท่วงท่ามั่นใจราวกับเป็นเจ้าของสถานที่

ปรินทร์ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าที่ดูเท่และดุดันเดินตรงดิ่งมายังโต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่ โดยไม่สนใจสายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นที่พากันเหลียวมองความหล่อเหลาของเขาเป็นตาเดียว เขาถือวิสาสะลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆ มาแทรกกลางระหว่างกัญญาภัคกับโซดาอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเบียดจนไหล่กว้างชนกับไหล่บอบบางของเพื่อนรักอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมากระทบจมูกจนคนตัวเล็กต้องขยับตัวหนีด้วยความอึดอัด

“เจ้โซดาคนสวย มากินไม่ชวนน้องนุ่งเลยนะ ใจร้ายว่ะ”

ปรินทร์ทักทายโซดาด้วยน้ำเสียงยียวนตามสไตล์ ก่อนจะหันมามองหน้าคนที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับด้วยสายตาวิบวับแพรวพราว มือหนาคว้าตะเกียบของยัยตัวแสบไปคีบหมูในหม้อเข้าปากตัวเองอย่างหน้าไม่อาย พลางเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้ามีความสุขราวกับเด็กที่แย่งขนมเพื่อนได้สำเร็จ การกระทำที่สนิทสนมเกินเหตุนี้ทำให้โซดาเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมากนักเพราะเห็นว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานจนเป็นเรื่องปกติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป