บทที่ 6 EP6 คนหล่อมาแล้ว
“ใครจะไปรู้ว่าคุณชายพอร์ชจะอยากกินชาบูข้างทางแบบนี้ เห็นปกติกินแต่ของหรูๆ แพงๆ แล้วนี่มาได้ไง ไม่ไปกินเหล้ากับพวกแก๊งวิศวะหรือไง”
โซดาถามพลางมองปรินทร์ที่กำลังแย่งลูกชิ้นในถ้วยของกัญญาภัคกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนคนโดนแย่งก็ได้แต่นั่งกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ พยายามข่มอารมณ์โกรธที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวอุตส่าห์หนีมาพักผ่อนสมองกับเพื่อน แต่ชายหนุ่มก็ยังตามมารังควานไม่เลิก แถมยังมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อหน้าโซดาอีก ถ้าความแตกขึ้นมาเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“เบื่อพวกนั้นแล้วว่ะ อยากมาหาอะไรอร่อยๆ กินแถวนี้มากกว่า แล้วอีกอย่างควีนมันก็ติดหนี้กูอยู่ กะว่าจะมาทวงสักหน่อย จริงไหมเพื่อนรัก”
ปรินทร์เน้นเสียงคำว่าเพื่อนรักอย่างจงใจ พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานของอีกฝ่ายจนจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของคนที่พร่ำพูดคำว่าเพื่อนรินรดผิวแก้มเนียนจนหญิงสาวต้องรีบเบี่ยงหน้าหลบด้วยความตกใจปนขัดเขิน
เธอแอบหยิกต้นขาแข็งแรงของเขาใต้โต๊ะเต็มแรงเพื่อเตือนสติ แต่พ่อตัวดีกลับทำเพียงแค่สะดุ้งเล็กน้อยและหันมายิ้มกว้างให้เธอราวกับไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร หนำซ้ำยังเลื่อนมือหนาลงมากอบกุมมือเรียวที่กำลังหยิกขาเขาเอาไว้แน่นแล้วประสานนิ้วเข้าหากันใต้โต๊ะอย่างถือวิสาสะ
“หนี้อะไรของมึง กูไปติดหนี้มึงตอนไหน อย่ามามั่ว” กัญญาภัคกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้ผิดปกติและพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุม แต่สายตาดุๆ ที่ส่งไปให้เขานั้นชัดเจนว่าถ้าไม่หยุดกวนประสาท มีหวังได้เห็นดีกันแน่
ปรินทร์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจที่ยั่วโมโหหญิงสาวได้สำเร็จ เขาเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบเหยือกน้ำมาเทใส่แก้วให้กัญญาภัคอย่างเอาใจ แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบร้านราวกับเรดาร์ตรวจจับศัตรู
จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีโต๊ะข้างๆ ที่กำลังแอบมองดาวคณะนิเทศศาสตร์อยู่เป็นระยะ ชายหนุ่มคนนั้นดูสุภาพเรียบร้อย สวมแว่นตาหนาเตอะ ดูท่าทางเป็นเด็กเรียนที่ไม่น่าจะมีพิษมีภัย เขาแอบมองกัญญาภัคด้วยสายตาชื่นชมและเขินอาย และทุกครั้งที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตา เขาก็จะรีบหลบสายตาและทำท่าทางลุกลี้ลุกลน
ปรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากเรือนกายสูงใหญ่จนคนรอบข้างสัมผัสได้ เขาเกลียดสายตาของผู้ชายทุกคนที่มองผู้หญิงของเขาแบบนั้น มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการและความคาดหวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อนุญาตให้ใครมีสิทธิ์นอกจากตัวเขาเองเพียงคนเดียว
“มองอะไรนักหนาวะ หน้าเพื่อนกูมีเมนูแปะอยู่หรือไง”
ปรินทร์พูดขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะให้โต๊ะข้างๆ ได้ยิน ชายหนุ่มคนนั้นสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้างุดกินชาบูในชามของตัวเองแทบไม่ทัน กัญญาภัคหันไปถลึงตาใส่คนที่นั่งข้างๆ แล้วใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเขาแรงๆ เพื่อให้หยุดหาเรื่องชาวบ้าน แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าตายไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือหนายังคงคีบหมูใส่จานไม่หยุด พลางพูดจาแดกดันด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
“กินเยอะๆ สิเพื่อนรัก ตัวผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้เดี๋ยวไม่มีแรงทำงานกลุ่มนะ”
คำพูดสองแง่สองง่ามของชายหนุ่มทำให้กัญญาภัคหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย หญิงสาวรู้ดีว่าความหมายแฝงของคำว่าทำงานกลุ่มคืออะไร และนั่นยิ่งทำให้เธอโมโหจนแทบจะเอาตะเกียบทิ่มตาเขาให้บอด
โซดาที่นั่งฟังอยู่เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในบทสนทนาของทั้งคู่ เธอวางตะเกียบลงแล้วจ้องหน้าเพื่อนสนิททั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยสายตาจับผิดอย่างจริงจัง
“เดี๋ยวนะ นี่พวกมึงมีซัมติงอะไรกันหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศมันดูแปลกๆ ชอบกล ควีน มึงมีอะไรปิดบังกูอยู่หรือเปล่า”
คำถามของโซดาทำเอากัญญาภัคสะดุ้งเฮือก ความเย็นยะเยือกแล่นปราดไปตามไขสันหลัง หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันเพื่อกลบเกลื่อน
“ไม่มีอะไรมึง ไอ้พอร์ชมันก็เป็นบ้าแบบนี้แหละ อย่าไปถือสามันเลย กินต่อเถอะ เดี๋ยวกูเลี้ยงเองมื้อนี้”
กัญญาภัคพยายามตัดบทเพื่อให้เรื่องจบ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ รวบรวมความกล้าเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ เขามายืนหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของกัญญาภัคด้วยท่าทางประหม่า เหงื่อแตกพลั่กเต็มใบหน้า ก่อนจะเอ่ยปากขอช่องทางการติดต่อด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ขอโทษนะครับ คือผมเห็นคุณน่ารักมากเลย เอ่อ ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอไลน์ไว้คุยด้วยได้ไหมครับ”
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบกริบลงทันที โซดาอ้าปากค้างด้วยความลุ้นระทึก กัญญาภัคทำหน้าลำบากใจ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรเพื่อรักษาน้ำใจของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากตอบ ปรินทร์ที่นั่งเงียบมาสักพักก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรือนกายสูงใหญ่บดบังแสงสว่างจนเกิดเป็นเงาทาบทับลงบนร่างของชายหนุ่มแปลกหน้า เขาคว้าถ้วยน้ำจิ้มสุกี้สีแดงข้นในมือทำท่าจะส่งให้กัญญาภัค แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมือไม้ของเขาดูเหมือนจะอ่อนแรงกะทันหัน จนถ้วยน้ำจิ้มร่วงหลุดมือหกใส่เสื้อนักศึกษาตัวขาวสะอาดของชายหนุ่มผู้โชคร้ายคนนั้นเต็มๆ
