บทที่ 15 เงาของใครอีกคน 2
เงาของใครอีกคน
ปฏิกิริยาที่เหินห่างและแสนเย็นชาของมินตรา ทำให้ภวินท์รู้สึกเหมือนถูกเข็มแทงกลางอก ชายหนุ่มชะงักเท้าค้างไว้กลางอากาศ ไม่สามารถก้าวต่อออกไปได้
ดุจดาวเห็นสายตาของภวินท์ที่จ้องมองมินตรา เธอหมุนตัวหันมาบังทัศนวิสัยของชายหนุ่มไว้ ยิ้มหวานพร้อมกับหันไปเอ่ยกับมินตราด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ทุกคนในห้องได้ยิน
"ชุดนี้สั่งตัดจากปารีสเลยนะมินตรา ผ้าลูกไม้ผืนนี้มีผืนเดียวในโลก สวยหรูหราสมเกียรติมากเลยใช่ไหมล่ะ" ดุจดาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอียงคอพูดด้วยคำพูดเชือดเฉือน
"เด็กในบ้านอย่างเธอ คงไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดแบบนี้หรอกเนอะ คนเราน่ะ มันต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว และเลือกสิ่งที่คู่ควรกับตระกูลตัวเอง จริงไหมจ้ะ"
ทีมงานห้องเสื้อชะงักไปเล็กน้อยด้วยความอึดอัดกับบรรยากาศ ขณะที่คุณหญิงประภาสิริเพียงแค่ยกชาขึ้นจิบด้วยความพึงพอใจ
ภวินท์ขมวดคิ้วแน่น หน้าตึงขึ้นมาทันที
"ดุจดาว ครับ พูดเกินไปแล้ว"
"ดุจดาวแค่พูดหยอกน้องเล่นเองค่ะคุณวิน" ดุจดาวยิ้มหวาน ไม่แสดงความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
ทุกคนในห้องต่างจับจ้องมาที่มินตรา รอคอยดูว่านิสิตสาวจะทำอย่างไร บางคนคิดว่าเธออาจจะร้องไห้เดินหนีออกไป หรืออาจจะตะโกนโต้ตอบด้วยความคับแค้นใจ
แต่ว่ามินตรากลับทำเพียงแค่ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างสง่างาม เธอสบตาดุจดาวด้วยรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตาและสงบนิ่งอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
"ค่ะ คุณดุจดาวพูดถูกแล้วค่ะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดเจนทุกลำคำ
"ชุดสวยๆ ราคาแพงแบบนี้ เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องประดับมาช่วยส่งเสริมคุณค่าของตัวเองค่ะ ส่วนมินเป็นแค่เด็กในบ้าน มินไม่จำเป็นต้องใส่ชุดหรูหราแบบนี้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้ใครดูหรอกค่ะ"
คำตอบที่ราบเรียบแต่คมกริบของมินตรา ทำให้อารมณ์ชัยชนะของดุจดาวสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าสวยสง่าตึงขึ้นมาทันที
มินตราไม่ได้โกรธ ไม่ได้ฟูมฟาย แต่คำพูดของเธอเข้าข่ายตบหน้าดุจดาวกลับอย่างสุภาพว่า 'ดุจดาวต้องพึ่งพาชุดแพงๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง'
ภวินท์เบิ่งตากว้างเล็กน้อย ชายหนุ่มมองมินตราด้วยความทึ่งและความรู้สึกแปลกใจ มินตราที่เขาเคยรู้จัก นิสิตสาวผู้ขี้สงสาร อ่อนหวาน และยอมคน ตอนนี้กลับมีเกราะป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวจนเขานึกไม่ถึง
"มินขอตัวไปช่วยงานป้าจันทร์ในครัวก่อนนะคะคุณแม่ คุณดุจดาว พี่วิน" มินตราประนมมือไหว้ทุกคนอย่างอ่อนน้อม หมุนตัวเดินออกจากห้องรับแขกใหญ่ไปด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ไร้ซึ่งความซวนเซ
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีส้มทอดผ่านลานกว้างหน้าคฤหาสน์ การลองชุดและการหารือเรื่องงานแต่งงานเสร็จสิ้นลงแล้ว ดุจดาวในชุดเดรสสั้นสีหวานกำลังจะเดินทางกลับบ้าน โดยมีภวินท์เดินไปส่งเธอที่รถหรูหน้าประตูเรือนใหญ่
มินตราซึ่งกำลังถือถาดใส่แก้วชาที่ใช้แล้วเพื่อนำไปเก็บในครัวเรือนใหญ่ เดินผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่บริเวณระเบียงชั้นสอง สายตาของเธอทอดมองลงไปยังลานกว้างด้านล่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างคือร่างสูงโปร่งของภวินท์ในชุดสูทสง่างาม ยืนเคียงข้างดุจดาวที่กำลังพูดคุยและยิ้มแย้ม ดุจดาวทำทีเป็นเซเล็กน้อยขณะกำลังจะก้าวขึ้นรถ
ภวินท์รีบเอื้อมมือหนาออกไปประคองเอวบางของเธอไว้ ก่อนจะโอบกอดแผ่นหลังของดุจดาวจากด้านหลังตามมารยาทสังคมและความนุ่มนวลเพื่อช่วยส่งเธอขึ้นรถ
ภาพของชายหนุ่มที่เธอเคยรักหมดหัวใจ กำลังตระกองกอดหญิงสาวอีกคนไว้ในอ้อมแขน ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่งดงาม ราวกับภาพวาดของคู่รักที่เหมาะสมกันที่สุดในโลก
มินตราหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าต่างกระจก มือบางที่ถือถาดแก้วชาไม่ได้สั่นเทาอีกต่อไป ดวงตาคู่สวยมองภาพอ้อมกอดนั้นด้วยความสงบนิ่งอย่างประหลาด
ในอดีต ภาพภาพนี้อาจจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบดขยี้จนแตกสลาย แต่น่าแปลก ในวันนี้
หัวใจของเธอกลับไร้ซึ่งความรู้สึกเจวดปวด อ้อมกอดตามมารยาทของภวินท์ที่มีต่อดุจดาว เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ล้างความหวังเฮือกสุดท้ายในใจของเธอจนหมดสิ้น
มันตอกย้ำความจริงอันเด็ดขาดว่าพื้นที่ข้างกายของภวินท์ เตชะพิพัฒน์ ไม่ใช่และไม่เคยเป็นของมินตราเลยตั้งแต่แรก
มินตรารูดยิ้มบางๆ ให้กับภาพตรงหน้า รอยยิ้มแห่งการปล่อยวางและยอมรับชะตากรรม เธอละสายตาจากกระจกหน้าต่าง แล้วหมุนตัวเดินนำถาดแก้วชาไปเก็บในครัวด้วยความก้าวเดินที่เบาสบาย
ยามค่ำคืนเข้ามาปกคลุมคฤหาสน์เตชะพิพัฒน์อีกครั้ง ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องนอนเล็กท้ายสวน มินตรานั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ ไฟส้มจากโคมไฟดวงเล็กส่องกระทบใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
บนโต๊ะ ไม่ได้มีเพียงหนังสือเรียนหรือปฏิทินนับวันรอคอยอีกต่อไปแล้ว แต่มันถูกแทนที่ด้วยเอกสารสำคัญหลายฉบับ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรายงานผลการเรียนที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และซองจดหมายตอบรับการเข้าทำงานจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไกลออกไปคนละฝั่งเมือง
มินตราเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กขึ้น ค้นหาข้อมูลห้องเช่าขนาดเล็กราคาประหยัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ทำงานใหม่ เธอจดรายละเอียด เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และเส้นทางการเดินทางลงในสมุดโน้ตอย่างประณีต
จากนั้นหญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้ใบเก่า ค่อยๆ ลากกระเป๋าเดินทางผ้าใบสีเข้มใบเล็กออกมาจากมุมตู้ ปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนกระเป๋าออกอย่างเบามือ
มินตราเปิดกระเป๋าเดินทางออก ค่อยๆ หยิบเสื้อผ้าลำลอง เอกสารส่วนตัว และของใช้จำเป็นที่เธอซื้อหามาจากเงินเก็บส่วนตัว ค่อยๆ พับและจัดวางลงในกระเป๋าเดินทางทีละชิ้นทีละอัน โดยเว้นเสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพงทุกชิ้นที่ภวินท์และตระกูลเตชะพิพัฒน์เคยซื้อให้ทิ้งไว้ในตู้ตามเดิม
เธอจะไม่เอาอะไรที่เป็นของเตชะพิพัฒน์ติดตัวไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
มินตราเงยหน้าขึ้นมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาข้างตู้เสื้อผ้า รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าหวานในยามนี้ ไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กสาวที่บอบช้ำและอมทุกข์อีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของหญิงสาวที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และพร้อมที่จะพาตัวเองก้าวออกไปสู่อิสรภาพและศักดิ์ศรีที่สมบูรณ์
อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น วันสอบตัวสุดท้ายและการอนุมัติจบการศึกษาจะมาถึง และวันนั้นจะเป็นวันที่เธอก้าวออกจากเงาของใครอีกคนอย่างไม่มีวันหันหลังกลับมาอีกเลย
