บทที่ 14 ตัวจริงสินะ...1
รอยยิ้มที่เธอไม่เคยได้เห็น รอยยิ้มที่เขาไม่เคยคิดจะให้เธอ แต่เขากลับให้ผู้หญิงคนนั้น เธอเจ็บเหลือเกิน เธอเจ็บจนแทบขาดใจ หากว่าสายตาของเธอมองไม่ผิด เขาและเธอก็น่าจะคือคนรักกัน แล้วเธอล่ะ เธอเป็นอะไรสำหรับเขาเหรอ คู่ซ้อม นางบำเรอ หรือคนคั่นเวลา
แม้ว่าจะเจ็บ แต่เพียงฟ้าก็ยังขาตาย เธอไม่ยอมเดินไปจากที่ตรงนั้น เธอยังแอบมองสองคนเดินเข้าไปในร้านด้วยความเจ็บปวด นี่สินะที่เป็นต้นเหตุให้เขาไม่เคยหวั่นไหวแม้แต่น้อย ต่อให้มีความสัมพันธ์กับเขามากว่าสามปี เธอมันต่ำต้อย เธอมันหวังสูงเกินไป เธอมันไม่เจียมตัว ก็สมควรแล้วที่ต้องเจ็บแบบนี้
ตอนนี้เธอมีสองทางให้เลือก ก็คือต่อสู้เพื่อให้ได้มา หรือยอมเดินออกไปจากความสัมพันธ์ที่มันท็อกซิกแบบนี้ แต่เธอก็เลือกที่จะสู้ต่อ เธอไม่ได้ผิดอะไร บางทีเธออาจจะมาก่อนผู้หญิงคนนั้นก็ได้ ในเมื่อเขายังไม่บอกเลิกกับเธอ เธอจะอยู่ตรงนี้ก่อน แม้ว่ามันจะเจ็บมากแค่ไหนก็ตาม
ถ้าเขาอยากให้เธอไป ให้เขาเป็นคนพูดเอง เธอจะไม่ยอมไปไหน จนกว่าเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง ความหวังของผู้หญิงโง่ๆ ที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะพัฒนาความสัมพันธ์กับเขา เพราะความรักทำให้เธอยังอยู่ตรงนี้ แม้ว่าความหวังมันมีน้อยนิด แต่ก็ดีกว่าไม่มีความหวังเลย
เพียงฟ้าคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างด้วยน้ำตา ในขณะที่คนที่เข้าไปในร้านอาหารไม่ได้รู้อะไรเลย ป่านนี้คงกินดื่มอย่างมีความสุข ไม่ได้รู้หรอกว่ามีผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งยืนร้องไห้แล้วก็บริจาคเลือดให้ยุงอยู่ตรงนี้ ถ้าจะไปหายี่หวา มีหวังเธอโดนด่ากลับมาแน่ๆ เพราะยี่หวาเพิ่งจะเตือนเรื่องนี้กับเธอ
แต่เธอก็รั้นไม่ยอมฟังเพื่อน ตอนนี้จะเรียกว่ารักเองเจ็บเองก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น เธอไม่สามารถเล่าความเจ็บปวดจากเรื่องนี้ให้ใครฟังจริงๆ เจ็บแบบที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเจ็บมากขนาดนี้ เธอเคยคิดว่าเขาบอกเลิกก็แค่เดินออกมา แต่ตอนนี้แค่การก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ยังว่ายากเลย
เมื่อยืนอยู่ตรงนั้นจนเวลาผ่านไปไม่รู้นานแค่ไหน เพียงฟ้าก็ตั้งสติเดินออกจากตรงนั้น วันนี้เธอยอมที่จะนั่งแทกซี่กลับคอนโด ทั้งที่คนอย่างเธอประหยัดแสนประหยัด เธอไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าต้องต่อรถหลายต่อ เธอก็คงไม่สามารถจริงๆ สติของเธอแทบไม่เหลืออยู่เลย
พอเรียกแทกซี่ได้ เธอก็ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา คนขับแทกซี่เห็นก็รู้มารยาท ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเธอ ทำให้เพียงฟ้ายังปล่อยให้ความเจ็บปวดของเธอไหลออกมาผ่านน้ำตา รถแทกซี่ขับมาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หน้าคอนโดของเธอ เธอมองราคาที่มิเตอร์ผ่านม่านน้ำตา แล้วเธอก็หยิบเงินให้แทกซี่ และไม่แม้แต่จะรอเงินทอน
