บทที่ 11 เจอผัวเก่าโดยไม่ได้นัดหมาย 1

การ์ดที่พึ่งไหวตัวตามคำสั่งเจ้าของคลับก็ช่วยกันเข้าไปกัน คนนึงพยายามจับตัวแล้วแยกทั้งคู่ออกจากกัน ส่วนอีกคนพยายามรั้งกล้ามแขนของร่างใหญ่ไว้พยายามไม่ให้ชกโดนใบหน้าอีกฝ่าย แต่ก็ห้ามวัวคลั่งที่นอกจากแขนขายาวผิดมนุษย์ทั่วไป ยังมีกำลังเหลือล้น

“ดะ...ฮะ...”

ตัวต้นยืนนิ่งเหมือนเป็นใบ้ ลิ้นแข็งพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้พบกับคนรักเก่าในรอบสี่ปี...!

“ห้ามหน่อยมั้ย?” ชนะศึกได้สติเพราะเสียงพูดด้านหลัง เขาปิดประตูรถแล้วเดินไปข้างหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกขวัญกำลังใจ

“พอ...” ยังไม่ทันจบประโยค

ถ้าเป็นฉากในละครพระเอกคงเงยหน้าขึ้นมองนางเอกแล้วเพลงหวานซึ้งก็จะดังขึ้น หรือไม่ก็จะเป็นฉากที่นางเอกเข้าไปกอดรัดเอวพระเอกเพื่อให้เขาหยุดการกระทำ

แต่พอชนะศึกเอ่ยคำแรก กลับได้สายตาพิฆาตตวัดมามองเหมือนจะสั่งให้หุบปาก จากที่หวั่นๆ ใจอยู่แล้ว คราวนี้ใจหล่นตุบไปตาตุ่ม เขารู้ความหมายของสายตาแบบนี้

มันแปลว่า...ความฉิบหายจะเปลี่ยนทิศมาทางเขานี่แหละ

“ไม่มีอะไร...” คำแก้ตัวที่ถูกเอ่ยขึ้นเหมือนกับกำลังพูดกับตัวเอง แต่เพราะอยู่ใกล้กันมาก อีกฝ่ายก็เลยได้ยินไปด้วย

ทศกัณฐ์ยืนล้วงกระเป๋าเดินมาหยุดตรงหน้าชนะศึก ตาคมหรี่มองคนตรงหน้าที่เตี้ยกว่าตนเองเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“ร่าน” เจอกันครั้งแรกในรอบหลายปี แค่คำแรกก็ประทับใจแล้ว ไม่รู้จะขอบคุณหรือสาปส่งไอ้คนหน้ายับที่ถูกการ์ดหามออกไปแล้วดี ถ้าไม่ใช่เพราะตัวประกอบหนึ่งเขาก็คงไม่เจอกันเร็วขนาดนี้

เจอในสภาพที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย..!

สองตาประสานมองกัน ภาพในนัยน์ตาสะท้อนภาพของอีกคน หลังจากคำด่าที่หลุดออกมา ต่อจากนั้นทุกอย่างคือความเงียบ ทศกัณฐ์เพียงแค่มายืนหยุดมองอีกฝ่าย ราวกับกำลังแข่งจ้องตาใครหลบก่อนคนนั้นแพ้ เขามองเหมือนต้องการสำรวจทุกอย่างตรงหน้า ส่วนชนะศึกก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป พวกเขาทำเหมือนกับว่าเวลาของพวกเขาหยุดนิ่งที่กันและกัน

มีคำพูดมากมายเป็นแสนล้านที่อยากจะพูดแต่ทุกคำกลับหายวับไป ตลอดหลายปีมีหลายอย่างมากมายที่เขาอยากพูด อยากจะบอกคนตรงหน้าคนนี้เหลือเกิน ชนะศึกรู้ดีว่าการตัดสินใจในวันนั้น ย่อมหมายถึงการยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ต้องจบลงด้วยเช่นกัน ไม่มีใครรอคนตายไปได้ตลอด อาจมีคนรอแต่ก็คงได้แค่หกเดือนหรือปีแรกๆ แต่ต่อไปชีวิตคนที่ต้องอยู่ต่อไปก็ต้องก้าวต่อไปให้ได้ และเขาก็เป็นแค่คนที่ตายไปแล้วสำหรับผู้ชายคนนี้

ตอนที่เขาขอให้ขุนแผนช่วยรายงานเรื่องของเฮีย เขาก็ไม่ต่างอะไรกับฝ่ายที่ตัดใจไม่ได้และแอบรักเขาข้างเดียว เพราะถ้าสุดท้ายเฮียทศจะเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ เขาก็ต้องทำใจยอมรับสถานะที่เขาไม่รู้เลยว่าจะอยู่กับมันยังไง... ก็จริงที่ว่าบนโลกนี้มีใครบ้างไม่อกหัก แต่เขาคงรับไม่ไหว

ใครจะเลิกกับเขาก็ได้ ยกเว้นคนเดียว...ขอยกเว้นเฮียทศคนเดียวที่เขาคงยอมเลิกให้ไม่ได้จริงๆ ...

“มีอะไรจะพูดมั้ย?” คำถามแรกหลังจากเงียบอยู่นาน พวกเพื่อนๆ รวมถึงกลุ่มโรม ฟีโน่และเตชินที่ตามมาก็แอบดูอยู่ห่างออกไป ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ

“คือ..ศึก..” เกริ่นนำไปก่อน ไม่รู้จะเริ่มพูดว่าอะไร ขอโทษ แก้ตัว หรือบอกความจริงเลยดี

ติ๊งๆๆๆ เสียงข้อความร้องเตือนให้เปิดอ่าน ชนะสึกไม่คิดจะเปิดดูในตอนแรกแต่พอดังรัวจัดๆ ก็จำต้องเปิดหน้าจอขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนส่ง

Chat

เจ้าสัว: ไอ้ลูกอกตัญญู! กลับมาแล้วทำไมไม่บอก?!

เจ้าสัว: (รูปภาพ)

เจ้าสัว: (โลเคชั่น)

ในห้องแชทโชว์รูปภาพที่เขากำลังเดินควงเดียร์น่าเข้าไปในคลับ หลังจากรูปถ่ายก็ยังมีการปักหมุดสถานที่ๆ เขาอยู่ในตอนนี้จริงๆ มันชวนให้หงุดหงิด

หลังจากอ่านข้อความแล้วดูที่ส่งมา ใบหน้าตี๋เปลี่ยนเป็นโกรธขึง เขาไม่ถูกตามมาหลายเดือนและทดสอบจนแน่ใจว่าพ่อสั่งให้คนเลิกตามเขาแล้ว แต่วันนี้กลับถูกแอบถ่าย

มันเรื่องบ้าอะไรวะ...?!

ฮู่ว~ คงต้องเร่งจัดการฝ่ายนั้นให้จบ ส่วนทางนี้...คงต้องรอก่อน (อีกแล้ว) สินะ...

“เมื่อครู่ผมสับสนนิดหน่อย คุณเป็นคนรู้จักของชนะศึกเหรอครับ?” 

คำถามนี้ส่งผลให้เจ้าของคิ้วเข้มขมวดมุ่นจนหัวคิ้วแทบชน “พูดอะไร?”

“ผม ‘ชัยชนะ’ พี่ชายฝาแฝดของชนะศึก เห็นเมื่อกี้คุณเหมือนด่าผม ผมเลยสับสนนิดหน่อย ขอบคุณที่เข้ามาช่วยครับแต่วันหลังไม่ต้อง มันไม่ใช่เรื่องของคุณก็อย่าเสือกดิ” ชนะศึกพยายามทำตัวให้เหมือนชัยชนะมากที่สุด ไม่รู้จะเนียนแค่ไหนก็ต้องลองเสี่ยงดูว่าจะออกหัวหรือก้อย

“...” อากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปรวดเร็วยิ่งกว่ากระแสลมหมุน คนตัวโตเอาแต่เงียบแล้วปล่อยอีกฝ่ายพูด

ตรงลานจอดรถกลางดึกค่อนข้างเงียบ โดยเฉพาะบริเวณที่เขาจอดรถเพราะเป็นโซนที่ติดกับลานจอดสำหรับ vvip เหล่านักท่องราตรียังคงเมามันอยู่ข้างใน พวกคนที่ยืนแอบฟังจึงได้ยินทุกคำชัดเจน

“ฮะ? ไอ้ศึกมีฝาแฝด?” ออสตินหันไปถามคู่หู

“กูก็ไม่รู้ มีเหรอวะ?” วาฬมองเรียงเหมือนส่งไม้ต่อไปที่โรม

“คือน้องจะบอกว่า น้องไม่ใช่ชนะศึกแต่เป็นฝาแฝดของชนะศึก?” โรมเดินเข้าไปถามโต้งๆ ด้วยอดสงสัยไม่ได้ว่าฝาแฝดอะไรจะเหมือนกันขนาดนี้ โรมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่สนิทกับชนะศึกสมัยคบกับทศกัณฐ์ สายตาของหัวหน้าหน่วยสืบสวนไม่น่าจำลักษณะหรือเอกลักษณ์ของคนใกล้ตัวผิดพลาดได้ขนาดนี้

“วินนน~! ตามหาตั้งนาน” เดียร์น่าโบกมือเข้ามาโงนเงนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่รับมาจากรุ่นพี่และชนกับเพื่อนไปหลายต่อหลายแก้ว แต่ก็ยังมีสติพอจะเห็นแฟนตัวเองยืนรวมอยู่ในกลุ่มนั้น เธอจงใจเดินไปกอดแขนชนะศึกด้วยสีหน้าออดอ้อน

“ทำไมเมาขนาดนี้?” มือใหญ่ลูบหัวคนตัวเล็กต่อหน้าแฟนหนุ่มของเดียร์น่า และนั่นคือสิ่งที่เดียร์น่าต้องการ แลกกับการเล่นละครสักฉากสองฉาก

“ก็วินไม่อยู่ด้วยนี่ เดียร์เลยปล่อยจอยสักหน่อย ปกติวินยอมให้เดียร์ดื่มที่ไหนเล่า วินอะชอบดุเค้า~” 

ไม่ทันมีใครเห็นว่ามีคนสองคนกำลังแอบกำหมัด ระงับอารมณ์สุดขีด

“ก็อย่าทำให้ดุดิ” 

“ว่าแต่วินออกมาทำอะไรอะ คนรู้จักเหรอ?” เดียร์น่าเบนหน้าไปทางกลุ่มหนุ่มๆ ที่ยืนเรียงกันเหมือนรอเคารพธงชาติ

“ไม่รู้จัก แต่เหมือนเขาจะรู้จักน้องวิน” ร่างสูงทำท่าคิดแปปนึง ก่อนจะพูดออกไปอย่างเนียนๆ

“น้องวิน? คนที่ชื่อชนะศึกน่ะเหรอ?”

ฝ่ายทศกัณฐ์ไม่โต้ตอบอะไร เขาเอาแต่จ้องอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ

“ได้ยินชื่อแล้วก็อดคิดถึงไอ้เด็กแสบไม่ได้” วาฬเอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

ในหมู่เพื่อนฝูงของทศกัณฐ์ เขานับว่าสนิทกับชนะศึกที่สุด เขาเป็นผู้ช่วยคอยพาไอ้เด็กนั่นไปเปิดหูเปิดตา ถึงผลสุดท้ายทศกัณฐ์จะจับได้แล้วกระทืบเขาเจ็บหนักก็ตาม ชนะศึกกวนตีนที่โคตรจริงใจ ขนาดว่าเป็นถึงคุณชายบ้านรวยโคตรๆ เวลาเจอเขาหรือคนอื่น มันไม่เคยที่จะทำตัวหยิ่งใส่ ไม่เหมือนไอ้เด็กที่กอดสาวสวยอยู่ตรงหน้านี่ ทำตัวไม่เห็นหัวใคร หึ! ฝาแฝดแต่สันดานต่างกันราวฟ้ากับเหวนรกเลยสิท่า

“น้องวินนี่คนรู้จักเยอะแฮะ แถมยังเป็นผู้ชายทั้งนั้น หรือเคยได้ๆ กันมาหมดแล้ว? อย่างว่าพวกเกย์ความต้องการคงไม่เหมือนคนปกติ” ชนะศึกจงใจพูดจาหาเรื่อง เขาลอบมองพวกเพื่อนๆ ของทศกัณฐ์ ขนาดเฮียวาฬยังอดชักสีหน้าไม่ได้

“กรี๊ด!” สาวน้อยหนึ่งเดียวในนั้นกรีดร้องตกใจ เมื่อคนที่ตัวโตราวกับยักษ์ปราดเข้ามากระชากคอเสื้อคนปากดี

“เก็บปากเน่าๆ ไว้ให้หนอนแทะตายก็พอ อย่าเอามาใช้พูดถึงเมียกู!” จากที่เงียบอยู่นาน เหมือนความอดทนจะขาดผึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป