บทที่ 12 เจอผัวเก่าโดยไม่ได้นัดหมาย 2
“เฮียครับ!” มาวินตรงดิ่งเข้าไปหวังช่วยห้าม
“ใจเย็นก่อนนะครับ อย่ามีเรื่องกันเล-- ศึก..!”
ตัวเจ้าของชื่อก็ตกใจไม่แพ้คนเรียก หรือวันนี้จะวันรวมญาติถ้าขุนแผนมาด้วยก็ถือว่าครบองค์ประชุม เขามัวแต่ตกใจกับเพื่อนเก่าที่มาเจอกันโดยบังเอิญ (อีกแล้ว) จึงไม่ทันสังเกตเห็นท่าทางสนิทสนมระหว่างทั้งสองคน
มาวินทำหน้าตกใจอยู่ชั่วครู่ก็เหมือนตั้งสติได้ แล้วเอ่ยทักทายพี่ชายเพื่อนเก่าที่เขารู้จักเป็นอย่างดี
“พี่ชนะกลับมานานแล้วเหรอครับ?”
ตั้งแต่ได้รู้จักพี่ชายเพื่อน ชัยชนะไม่ชอบหากถูกเรียกโดยไม่มีคำว่าพี่นำหน้า ด้วยถือว่าตัวเองเกิดก่อนชนะศึกและไม่ยอมรับที่จะอยู่ในลำดับขั้นเดียวกันกับคนวัยเดียวกัน คงเพราะชัยชนะไม่มีอะไรที่สู้ชนะศึกได้สักอย่าง ถ้าจะมีสักอย่างที่เหนือกว่าก็คงเป็นเวลาเกิด ชัยชนะถูกหมอดึงออกมาก่อนชนะศึกประมาณ 3 นาที
“ก็พักนึง นี่มากับใคร? ไอ้แผ-- ไอ้ขุนไม่มาด้วยเหรอ?”
คิดแล้วหงุดหงิด ใครมันช่างว่างจัดคิวคนรู้จักเขานักหนาวะ..!
“มากับเฮียทศ”
คำตอบทำเอาชนะศึกเบิกตากว้าง มองคนทั้งสองสลับไปมา สายตาพึ่งไล่มองปฏิกิริยาการวางตัวที่มาวินมีต่อทศกัณฐ์ มันต่างจากเมื่อก่อน ความห่วงใยทางแววตาที่มองไปยังพ่อยักษ์ของเขาเป็นสิ่งแรกที่ชนะศึกสัมผัสได้ และตั้งแต่ทศกัณฐ์ปล่อยมือออกจากคอเสื้อชนะศึก หัวแม่โป้งกับนิ้วชี้เรียวเล็กก็หนีบจับบริเวณกระดุมตรงชายขอบเสื้อโค้ตยีนไม่ยอมปล่อย ที่สำคัญคืออีกคนไม่ได้ปัดออกด้วยความรำคาญแต่ปล่อยให้จับอยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่เฮียทศเป็นพวกขี้รำคาญ
ชนะศึกรู้สึกแปลกแต่ไม่กล้าคิดต่อ กลัวมันจะเป็นอย่างที่คิด...
“ตามมาทำไม?” สายตาละจากคู่ชายหญิงตรงหน้ามาสนใจคนข้างๆ
“วินไลน์ไปเฮียไม่ตอบ วินเป็นห่วงเลยออกมาตาม โกรธรึเปล่าครับ?”
“ที่หน้าแดง แดกเหล้าไปเยอะหรือมัวแต่เดินหา?”
“เดินหาครับ วินกินไปนิดเดียว กลัวเมาแล้วลำบากเฮีย”
บทสนทนาของสองคนที่คุยกันเหมือนไม่เห็นหัวคนอื่น กลับกระตุ้นให้ชนะศึกรู้สึกใจหวิว แต่ภายนอกยังคงแสดงกิริยานิ่งเฉย แต่ลมหายใจเข้าออกที่เริ่มถี่และแรงขึ้นจนคนเกาะกล้ามแขนนั้นอยู่รู้สึกได้
“วิน! วิน..! วิน...!!” เดียร์น่าเขย่าแขนเรียกหลายครั้ง
“..อะไร?”
“เวียนหัวอ่า อยากกลับไปนอน” เดียร์น่าแสร้งทำน้ำเสียงเว้าวอน
หนุ่มหล่อสาวสวยขึ้นรถกลับโดยไม่ลาใคร ก็ว่าตามจริงในฐานะชัยชนะเขาไม่ควรรู้จักใครตรงนั้น กระจกที่ค่อนข้างมืดส่งผลให้มองไม่เห็นด้านในรถ มีเพียงหญิงสาวข้างคนขับที่มองเห็นมือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยด้วยความสั่นเทา ไม่รู้กลัวหรือโกรธ แต่ถ้าตามนิสัยน่าจะอย่างหลัง
ภาพความสนิทสนมยังคงติดตา ทันทีที่ขึ้นรถเขาต่อสายหาขุนเขา ขณะรอสายเขาเคาะนิ้วกับพวงมาลัยเป็นจังหวะเพื่อเบี่ยงเบนความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น
“แกโอเคมั้ย?” เดียร์น่าถามคนขับ
เขายังคงเงียบ ร่างเล็กก็ไม่อยากเซ้าซี้ เธอปล่อยให้ชนะสึกจมอยู่กับความคิดระหว่างรอสาย ตอนนี้พูดอะไรไปก็คงไม่เกิดผลดีอะไร
ยิ่งปลายสายไม่มีทีท่าจะกดรับ คนโทรออกยิ่งออกอาการร้อนรน เขากดโทรซ้ำอยู่อย่างนั้นตลอดทาง missed call กว่าสี่สิบครั้งยังไม่พอต่อความพยายาม เมื่อปลายสายไม่มีวี่แววจะกดรับ ชนะศึกก็เลือกกดส่งข้อความเสียงไป
“มึงโทรกลับหากูเดี๋ยวนี้!!”
น้ำเสียงกึ่งพูดกึ่งตะคอกและไม่ใช่แค่คลิปเสียงเดียว เขาอัดคำพูดเดิมกระหน่ำส่งเป็นสิบๆ ครั้ง ก่อนจะกึ่งวางกึ่งโยนสมาร์ตโฟนไปหน้าคอนโซลอย่างหัวเสีย แววตาไม่มีบ่งบอกถึงการล้อเล่นเหมือนเคย คันเร่งถูกเหยียบเข็มไมล์ขยับไปสามนาฬิกา รถสี่ล้อขยับขับเคลื่อนไปบนถนนด้วยความเร็วจนน่าใจหาย
ถึงเดียร์น่าจะกลัวแค่ไหนก็ฮึบไว้ ไม่กล้าห้าม เธอรู้ว่าชนะศึกเวลาคลั่งไม่ต่างจากหมาบ้าน้ำลายฟูมปากพร้อมไล่กัดทุกคนไม่เลือกหน้า
เอี๊ยด! ชนะศึกหักเลี้ยวเข้าจอดเมื่อกลับมาถึงคอนโด เดียร์น่าโล่งอกรีบลงจากรถขึ้นห้อง ไม่รอร่างสูงที่ยังคงนั่งพยายามสงบอารมณ์ แต่จังหวะนั้นหน้าจอก็โชว์ชื่อที่เขารออยู่ เขาไม่รีรอที่จะกดรับแต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดก่อน
"ไอ้สัส!!! เมียมึงมีชู้รึไง?!! ดูเวลาด้วยไอ้ฉิบหายคนจะหลับจะนอน!"
ทางด้านทศกัณฐ์เอาแต่ยืนนิ่ง ทอดสายตามองจนท้ายรถยุโรปสีขาวหายลับไปด้วยแววตาเกินจะคาดเดา มือใหญ่ขยับราวกับต้องการปัดอะไรก็ตามที่มายุ่มย่ามกับตัวเขาไว้ออก ก่อนเดินกลับเข้าไปในร้านโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น พอกลับไปถึงห้องรับรอง ขวดเหล้าก็ถูกเขายกซดเหมือนคนกระหายน้ำอย่างหนัก
มาวินตามกลับมานั่งเป็นเพื่อน ถึงจะคอยช่วยรินเหล้าแต่ก็ถูกเมิน ร่างหนาเอาแต่ซัดเหล้าไม่สนใจใคร เล่นทำบรรยากาศทั้งห้องอึมครึมไปด้วย ไม่มีใครชวนใครคุยอีก เหมือนทุกคนกำลังจมกับความคิด แม้แต่คนที่ไม่เคยคิดอะไรอย่างออสตินก็เงียบกับเขาด้วย พวกเขาเอาแต่นั่งดื่มกันไปเงียบๆ
จนถึงเวลาปิดร้าน ทุกคนพากันกลับหมดยกเว้นก็แต่ทศกัณฐ์ที่นอนพับอยู่บนโซฟาสีเบจ มาวินขันอาสาจะอยู่ดูแลทศกัณฐ์แทนให้เอง แต่เขาขอแวบออกไปหยิบที่ชาร์จแบตจากกระเป๋าในรถก่อน
วาฬกับออสตินจึงช่วยกันแบกร่างอันใหญ่โตย้ายเข้าไปในห้องนอนของวาฬที่สั่งทำเผื่อวันไหนอยากจะนอนพักที่นี่ ก็ไม่ต้องเสียเวลากลับบ้าน เพราะถ้าให้เด็กตัวเล็กอย่างมาวินแบก คืนนี้เพื่อนเขาก็คงต้องจบลงด้วยการนอนที่โซฟาตามเดิม
“หนักชะมัด สมเป็นยักษ์ใหญ่ประจำกลุ่ม กูว่ามันไม่ได้กินนมเหมือนคนทั่วไปหรอก มันต้องเอาตัวไปรองรับแทนถังนมแน่นอน” ออสตินทิ้งของหนักที่แบกมาลงบนที่นอนพลางยืดตัวขยับบ่าไปมาแก้เมื่อย
“หันไปสิ เดี๋ยวกูนวดให้” วาฬสั่งออสตินที่สูงแค่ระดับสายตาเขาให้ยืนหันหลัง
ออสตินไม่ได้เตี้ยเขาสูง 180 แต่วาฬสูง 186 ในแก๊งดมตดวาฬถือว่าสูงใกล้เคียงกับทศกัณฐ์ที่สุด นิ้ววาฬกดบีบนวดเส้นบริเวณสะบักให้คลายความตึง
“อืม~ มึงนวดเก่งดีนี่หว่า เออ..ตรงนั้นแหละ ต้องหักพวงมาลัยเลี้ยวไปเลี้ยวมาโคตรปวด” มือหนาไล่กดลงมา ปลายนิ้วขยับลงตามแผ่นหลังด้านในจนมาหยุดที่ข้างเอว เขาออกแรงกดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สมัยเรียนวาฬเคยเป็นนักกีฬาเลยมีสกิลนวดติดตัวมาบ้าง
“เออ ตรงนั้นแม่งอย่างใช่ อ้าว..หยุดไมอะ”
“มันไม่ค่อยถนัด ไปอีกห้องดีกว่า ห้องนั้นมีอุปกรณ์นวด มึงจะได้สบายตัว” วาฬเสนอ เขามีห้องพักอยู่ด้านหลังบาร์ไว้ใช้สำหรับโอกาสพิเศษ แบบที่พิเศษมากๆ
“เอาดิ กูเมื่อยจากการแข่งนัดก่อนสุดๆ อาทิตย์ก่อนเทรนเนอร์ช่วยนวดให้ แต่กูว่ามึงนวดเก่งกว่าว่ะ โดนจุดปวดกูดี” คนเอ่ยปากชมยังไม่รู้ตัวว่าจะเจอกับอะไร
อีกฝ่ายเผยยิ้มน้อยๆ แล้วพานักแข่งขวัญใจสาวๆ ลงไปยังโซนบาร์ เจ้าตัวไม่ทันได้รู้ตัวเพราะมัวแต่แอบดีใจที่ไม่ต้องเสียมิตรภาพไปจากความผิดพลาดในคืนนั้นคืนเดียว เพราะหลังจากนั้นวาฬมักทำตัวแปลกๆ แต่มาวันนี้เขาค่อยโล่งอก ใครจะนึกว่าคนที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าจะถูกมอมยาขนาดที่ปล่อยไปแล้วตั้งหลายน้ำ ยังเอาไม่อยู่ พอโทรเรียกเพื่อนซี้ให้มาพาไปหาหมอ แต่ออสตินน้อยดันตั้งเคารพเสาธงจนปวดไปหมด เผลอร้องขอให้เพื่อนที่คบกันมานานอย่างวาฬช่วยเหลือ ดีที่เพื่อนไม่คิดมากแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่งั้นคงเข้าหน้ากันลำบากน่าดู
“มึงร้องแน่นอนรับรองได้ กูกดโดนทุกจุด” คำพูดแฝงในน้ำเสียงเจ้าเล่ห์บอกชัดถึงเจตนา ถ้าคนไม่ซื่อหรือไว้ใจอีกคนจนเกินไปก็คงพอมองออก
แต่คนถูกพาเข้าห้องลับกลับไม่เอะใจว่าเจ้าของคลับไม่ได้คิดเหมือนกัน แถมยังอัดอั้นมานานที่นักแข่งหนุ่มยังไม่หยุดมั่วสาวสักที
คิดได้เขาแล้วทิ้ง คอยดูได้รู้กัน..!
