บทที่ 14 Thodsakan’s Part: แรกพบ (จบ)
‘เชี่ย--! ฟีลดีชิบหาย เติมมั้ยมึง’ คำถามที่ได้ยินเข้าเต็มสองรูหู
เพี๊ยะ!
มือที่กำลังรับของมาถูกปัดอย่างแรง ทศกัณฐ์ใช้เท้าขยี้ม้วนกระดาษคล้ายบุหรี่มีกลิ่นหวานโชยออกมาจนแหลกคาเท้า ก่อนจะหันไปมองชนะศึกอย่างเอาเรื่อง
‘มึงพึ่งสิบหก!! สมองกลวงรึไง ถึงไม่รู้อะไรควรไม่ควร เรียนโรงเรียนดีๆ ยังเสือกทำตัวทุเรศอีก’
‘เฮี--ย มาได้ไง’ ชนะศึกมองตาค้าง
‘พวกมึงก็ด้วย อย่าให้กูรู้ว่ามึงชวนไอ้เด็กเวรนี่มาทำเรื่องเหี้ยๆ นี่อีก คราวหน้ากูกระทืบไม่ยั้งตีนแน่!’ ทศกัณฐ์ด่ากราดพวกเพื่อนชนะศึกที่ยืนก้มหน้านิ่ง ก่อนพาชนะศึกเดินออกมาจากด้านหลังอาคารใกล้กับประตูหลังของโรงเรียน
อย่าใช้คำว่าจูงให้เรียกว่าจับคอเสื้อด้านหลัง ลากไปใกล้ถึงโรงยิมคนทำผิดคงกำลังสำนึกผิดจึงปิดปากเงียบไม่เถียงสักคำ แต่อย่าคิดว่าจะใช้มุกนี้กับคนอย่างทศกัณฐ์ได้ผล
‘หลังจากนี้ไม่ต้องมาที่อู่อีก กูไม่ต้อนรับ’ ทศกัณฐ์พูดพร้อมกับปล่อยมือออกจากคอเสื้อพละ
มือชนะศึกกำขากางเกงวอร์มจนยับยู่ยี่ เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จา
‘ถ้าคิดจะเรียกร้องความสนใจก็ไปทำที่อื่น ทำตัวแบบนี้อย่าว่าแต่กูเลย หมาข้างถนนยังไม่แล’
ทศกัณฐ์ด่าส่งไปอย่างรุนแรง อุตส่าห์หวังดีอยากทำให้เด็กมันร่าเริงขึ้น มันกลับตอบแทนความหวังดีเขาแบบนี้ แต่ชนะศึกกลับทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง
ตุบ!
ชนะศึกกลับโถมตัวพุ่งเข้าใส่ร่างหนา โดยไม่กลัวใครจะมาเห็น แถวนั้นมีแต่ต้นไม้และหญ้ารกๆ ทศกัณฐ์ไม่เคยมาโรงเรียนของไอ้เด็กเวรนี่มาก่อน พอโกรธจนควันออกหูก็ได้แต่ลากตัวมันมาตามทางเดิน พอเห็นด้านในอาคารมีแป้นบาสก็นึกว่าเป็นโรงยิม
ที่ไหนได้...! มันเป็นโรงยิมเก่าที่ไม่ถูกใช้งานแล้ว
ไอ้เด็กเวรก็ปิดปากเงียบสนิทไม่พูดไม่บอก..!
‘เฮ้ย! จะทำอะ--! อื้อ--!’ ทศกัณฐ์ล้มลงกับพื้น เสียงครางเปล่งราวกับพยายามประท้วง เมื่อถูกชนะศึกประกบริมฝีปากลงมาบดจูบปิดกั้นไม่ให้ส่งเสียง
‘อือ~’ ริมฝีปากยังคงถูกประกบปิดแน่นแต่เพราะคนตัวโตไม่เปิดปากก็เลยทำได้แค่ขบดึงริมฝีปาก เสียงครางดังมาจากปากเด็กนรก ท่อนล่างก็ถูกฝ่ามือใหญ่ขยำบดขยี้ผ่านเนื้อผ้ายีน ถึงผ้าจะหนาแต่ก็ไม่อาจกางกั้นไม่ให้แตะโดนแท่งร้อนที่กำลังเผยอขึ้นเพราะถูกปลุกเร้าอย่างหนัก
จังหวะเดียวกันนั้นทศกัณฐ์ก็ได้ยินเสียงฝืดจากซิบที่ถูกรูดลง มือใหญ่คว้าเอาท่อนเอ็นยาวใหญ่ออกมา แค่ปัดป่ายโดนปลายหัวเล็กน้อยมันก็แข็งหงึกๆ พร้อมสู้มือ พอเผลออ้าปากท้วงก็กลายเป็นการเปิดช่องให้เด็กมันสอดลิ้นบุกเข้ามา
‘จูบเก่งเป็นบ้าเลยไอ้เด็กนี่’
ทศกัณฐ์คิดอย่างเผลอไผล เขาจะผลักออกก็ได้ ยังไงชนะศึกก็สู้แรงเขาที่ตัวใหญ่และพละกำลังเหลือล้นกว่าไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ทำ คงเพราะเห็นหยาดน้ำตาคลอหน่วงเต็มสองข้างของเด็กอวดเก่ง เขาเลยปล่อยไหล
เจ้าของฝ่ามือหนาผละออกมาพูดขู่ ก่อนจะกระชากคอเสื้อให้ก้มลงมาพลางกระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า
‘ล้อเล่นกับผู้ใหญ่..ระวังจะเจ็บจนจุก!’
ลิ้นที่เป็นฝ่ายทะลวงเข้าไป มาคราวนี้กลับถูกดูดกลับ ทั้งสองคนแลกลิ้นผลัดกันเกาะเกี่ยวลิ้นอีกฝ่ายเหมือนมีน้ำหวานซ่อนอยู่ข้างในให้ได้ควานหา นอกจากเสียงลมแล้วก็มีแค่เสียงจูบดังจ๊วบจ๊าบที่ดังมาเข้าหู ตั้งแต่ถูกเด็กตามจีบ ทศกัณฐ์ก็ไม่ได้ไปปลดปล่อยที่ไหนกับใคร จึงไม่แปลกหากถูกสัมผัสแล้วมันจะชูชันสู้มือทันที
จะเอาเวลาที่ไหนไป ก็เล่นเดินตามหลังต้อยๆ เหมือนหมาเดินเฝ้าเจ้าของขนาดนี้
ชนะศึกผละตัวออกมาแต่ยังคงคร่อมบนตัวทศกัณฐ์ไว้ กางเกงวอร์มถูกดันลงจากสะโพกเพื่อคว้าบางสิ่งที่อยู่ภายในให้ออกมา ประหนึ่งมารับลมข้างนอก
หัวเห็ดที่กำลังตั้งผงาดชี้หน้าคนใต้ร่างถูกจับแนบกับแก่นกายอันใหญ่แล้วขยับรูดเป็นจังหวะขึ้นลง ก่อนจะค่อยๆ ขยับเปลี่ยนจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำเหนอะหนะอาบครอบท่อนเอ็นทั้งสองที่พองตัวขยายขึ้นกว่าเดิม
‘อ่าส์! ผมเสียวจังครับ’
สะโพกสอบข้างใต้ดันช่วยในจังหวะใกล้จะถึงฝั่ง แต่ใบหน้าหล่อตี๋กลับปล่อยมือ ถดตัวก้มลงไปครอบอมท่อนลำไว้ ทั้งยังกดคอลงลึกจนสุดปลายทาง แล้วผงกหัวขึ้นลงเร็วๆ หลายที
‘อ้าส์--!’ ทศกัณฐ์เสยสะโพกขึ้นสุดช่วย ไม่นานก็เกร็งกระตุกไปทั้งร่าง ปล่อยของเหลวสีขุ่นลงคอ ชนะศึกกลืนทุกหยดหยาดไม่มีให้หกลงพื้นพร้อมเลียทำความสะอาดให้ทุกเม็ด
คนเคยพูดว่าคิดผิดชีวิตเปลี่ยน แต่สำหรับชนะศึกคงเป็น
อมถูกชีวิตเปลี่ยน!
‘ได้ปล่อยไปหนึ่งน้ำ หายโกรธยัง’ ชนะศึกพูดพลางเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเหนียวที่ติดข้างปาก
‘ปากวอนเอ็นนะมึง ให้กูใส่เข้าอีกรอบมั้ย’
‘ติดใจล่ะสิ อมให้สุดคอขนาดนี้ ธรรมดาผมคิดหมื่นนึงแต่กับเฮียผมทำให้ฟรี’ ชนะศึกเล่นหน้าเล่นตาใส่ทศกัณฐ์ที่ชักสีหน้าบึ้งตึง
‘วันหลังไม่ต้อง เจ้าประจำกูคิดถูกกว่ามึง แถมใช้ลิ้นเก่งกว่า มึงมันเด็กๆ’ ทศกัณฐ์กวนโมโหกลับ ก็ใครใช้ให้พูดจากวนส้นตีนก่อน
‘เฮียไปเอาเข้าปากใคร!? นี่! ของผม!!’ ชนะศึกชี้ไปยังสิ่งที่พึ่งเก็บกลับเข้าไปอยู่ใต้กางเกงยีน พร้อมกับแสดงความเป็นเจ้าของ
‘ของกู!’
‘ของศึก!’
ทั้งสองเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ต่างตะเบ็งเสียงใส่กันดังขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเหนื่อย
‘อือ ของเฮียก็ของเฮีย ศึกไม่เอาล่ะ’ ชนะศึกยกมือยอมแพ้
‘ได้กูแล้วทิ้ง?’
‘ฮะ?’ ชนะศึกเอียงคอมองด้วยสีหน้างงหนัก
‘อมกูแล้ว รับผิดชอบด้วย’ ทศกัณฐ์ก็งงกับตัวเองเหมือนกัน เมื่อกี้ยังจะเอาชนะให้ได้ แต่พอเห็นเด็กมันซึมก็ดันเสนอตัวให้ซะงั้น
ตุบ!
ชนะศึกกระโดดกอด ใบหน้ากระแทกกับกล้ามอกแข็งๆ พอทศกัณฐ์วาดแขนกอดรับ ชนะศึกก็ยิ่งรัดร่างใหญ่แรงขึ้น
‘จะดูแลไปตลอดชีวิต ขอสาบานกับเฮียจะไม่ทิ้งไม่ขว้าง เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ดูแลเยี่ยงปูชนียบุคคล ถ้าทำไม่ได้จะยอมให้เฮียนกเขาไม่ขัน’
โป้ก!
มะเหงกถูกแจกลงกลางกระหม่อมชนะศึกเข้าเต็มๆ
‘สาบานกับกู แต่ใช้ชื่อกูสาบานนะไอ้เด็กเปรต’
‘ศึกฝากชีวิตไว้กับเฮียแล้วนะ ตกลงรับมั้ยครับ?’
‘เออๆ! ฝากชีวิตมึงไว้ที่กูเนี่ยแหละ! มันวันเหี้ยอะไรวะ!?’
ก็เสร็จเด็กไปแล้วให้ทำไง เล่นเหยียบกับดักที่เด็กมันขุดไว้เข้าเต็มเปาขนาดนี้
ไม่ต้องปฏิเสธแล้วมั้ง!
(Thodsakan’s Part: แรกพบ) (จบ)
“จากวันนั้นกูก็ยอมให้มึงทุกอย่างและไม่เคยละเลยมึงแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่กูยอมขนาดนั้น”
ผนึกความทรงจำเปิดออกฉายชัดเต็มในมโนสำนึก หลังจากเช็ดน้ำที่ถูกปลดปล่อยไปด้วยคลิปวิดิโอสั้นๆ คนตัวโตกำหมัดแน่นต้องการจะระบายความขุ่นข้องหมองใจ
“แต่มึงเสือกทิ้งกู...” เสียงพูดอัดแน่นไปด้วยความคับแค้นใจ ความเสียใจจากการสูญเสียแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ
สองขายาวก้าวลงจากเตียงมองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นลานจอดรถกว้าง ในเวลานี้ที่เหลือรถจอดไม่กี่คัน
พอมองไปยังนาฬิกาก็ปรากฏเข้มสั้นชี้ที่เลขหก เวลาพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ แต่เจ้าของสายตาที่กวาดมองไปยังท้องฟ้ากลับไม่เห็นสัญญาณของวันใหม่
ทศกัณฐ์กลับคิดวนเวียนอยู่กับการจัดการตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องทรมานเหมือนตายทั้งเป็น พาเขาจมดิ่งสู่ห้วงทะเลลึก เหมือนเต่าตาบอดที่พยายามงมหาเข็มกลางท้องทะเล
ในเมื่อดวงตาเขามืดบอด งั้นเขาก็จะทำให้มันมาสัมผัสความมืดมิดเดียวกัน...!
