บทที่ 11 บทที่10

ร่างเล็กของเด็กชายจึงขยับมานั่งติดชิดจนไหล่แทบเกยกัน ใกล้จนได้ยินเสียงสะอื้นกั้นร้องไห้ยัยตัวเล็ก และมันยิ่งพาให้คนตัวโตกว่าใจอ่อนยวบ

'แก้วบอก พี่วินได้ครับ เดี๋ยวพี่วินไปจัดการให้เอง' เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็กหญิงจึงหันมามองหน้าพี่ชายตัวโต ก่อนจะถามไปว่า     

'ฮึก ทำไมแก้วถึงไม่มีพ่อเหมือนใครคนอื่นละคะ' 

'...'

'ทำไมคะ' เสียงหวานเจือสะอื้นถามย้ำด้วยความสงสัย 

คิ้วเข้มของเด็กชายวโรดมเริ่มขมวดยุ่ง พลางนึกในใจว่าถ้าเอาคำถามที่เด็กหญิงไปเสิร์ชถามพี่กูเกิลจะมีคำตอบไหมนะ?

'ทำไม..แก้วถามพี่แบบนั้นล่ะ'   

'ก็พี่ชบาบอกแก้วว่า ฮึก...เด็กทุกคนต้องมีพ่อ' 

'เอ่อ...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน' เด็กชายที่อายุมากกว่าไม่กี่ปีอ้อมแอ้มตอบ ทว่าก็รู้สาเหตุแล้วว่าเกิดจาก เด็กที่ชื่อชบาลูกแม่บ้านใหญ่ ดวงตาคมเข้มขึ้น..ถ้ากลับเข้าบ้านไปจะจัดการให้เข็ด!

'เพื่อนๆ ที่โรงเรียนก็ล้อแก้ว..ฮึก ว่าแก้วเป็นเด็กไม่มีพ่อ' แก้วกัลยาไม่เคยเข้าใจแม้แต่นิด ทำไมเด็กคนอื่นถึงมีพ่อแม่มารับทุกวัน 

'เพื่อนๆ ในโรงเรียนชอบแกล้งแก้วเหรอ'

'...'

เด็กหญิงเงียบไป เธอไม่รู้ว่าที่โดนล้อ โดนไถเงินค่าขนมมันคือ การแกล้งไหม? สีหน้าเด็กหญิงหกขวบจึงเต็มไปด้วยความสับสน  เด็กชายที่โตกว่าจึงเปลี่ยนคำถาม

'พี่วินหมายความว่า..นอกจากเพื่อนๆ ล้อเรื่องพ่อแม่ เขายังทำอะไรที่แก้วไม่ชอบอีก'

'ก็...ค่าขนมที่คุณท่านให้ แก้วไม่เคยได้ใช้เลยค่ะ'

'แล้ว...ใครเอาไป?' เด็กชายวัยประถมต้นถามเสียงเข้ม คนตัวเล็กทำหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะตอบ

'บางวันก็เป็นพี่ผู้หญิง บางวันก็เป็นพี่ผู้ชายค่ะ' 

'...'

'ตัวโตพอๆ กับพี่วินเลย' เด็กหญิงในวัยอนุบาลตอบเสียงซื่อ เมื่อโดนเปลี่ยนเรื่องความเสียใจที่ไม่มีพ่อก็จางหายไป ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มน้อยๆ น่าเอ็นดูเป็นที่สุด จนเด็กชายเองก็เผลอลูบหัวศีรษะเล็กๆ นั่นไม่ได้

'เหรอ แล้ว...แก้วกินอะไร' 

'ตอนพักโรงเรียนมีข้าวกินอยู่แล้วจ้ะ ส่วนขนมแก้วค่อยมาขอป้ายิ้มกินเอา' แก้วกัลยาตอบอย่างคนไม่คิดอะไร แต่หาใช่กับเด็กชายวโรดม ผู้ซึ่งตามปกป้องเธอจากเด็กในบ้าน

'แล้วแก้วไม่อยากกินขนมเหรอ'

'อยากซิคะ แต่แก้วทนได้'

'...'

'นี่ไง เดี๋ยวพี่วินก็แอบเอาขนมมาให้แก้ว' นิ้วป้อมๆ ชี้ไปยังถุงขนมที่เขาถือมาให้ พร้อมหัวเราะเสียงใส เด็กชายจึงถามกลับเสียงอ่อน

'งั้นกินเลยไหม' 

'ค่ะ..ขอบคุณนะคะ' เด็กหญิงพูดพร้อมหยิบคุกกี้ที่พี่เขาแกะออกจากกล่องเข้าปาก

'อร่อยเนอะ' 

'อืม กินเยอะๆ เราอ่ะเหลือตัวเล็กนิดเดียวแล้ว'

'ค่ะ แก้วจะกินให้เยอะๆ เลย ว่าแต่..พี่วินคะ แก้วถามหน่อยซิคะ'

'หืม'

'ทำไม..เด็กทุกคนเกิดมาก็มีพ่อกับแม่ที่รัก แต่ทำไมแก้วไม่เห็นมีใครรักบ้างเลย' ความค้างคาใจที่ฝังลึกทำให้เด็กหญิงยังคงไม่ยอมจบ

เธอไม่สามารถสัมผัสความรัก..ความอบอุ่นจากแม่ได้เลย..เธอเคยขอนอนด้วย..ขอกอด แต่แม่ไม่เคยให้สิ่งนั้นกับเธอ และสิ่งที่เธอได้รับก็มีเพียงความเย็นชาเฉยเมย...เธอเองก็พยายามเป็นเด็กดีในทุกๆ วัน เพียงหวังแค่จะได้อ้อมกอดจากแม่ 

'ใครบอกว่าแก้วไม่มีคนรัก'

'...'

'แก้วรู้ไหม คุณแม่ของพี่เคยบอกว่า ชื่อแก้วกัลยามีที่มาจากชื่อดอกแก้ว กับดอกแก้วเจ้าจอม'

'...'

'แล้วแก้วรู้ไหม มันหมายความว่ายังไง?' 

เด็กชายตัวน้อยนิ่งเงียบไป ก่อนจะพยายามอธิบายตามที่คุณแม่ของตนเล่าให้ฟัง 

ด้วยอำนาจการดูแลคนงานในคฤหาสน์อยู่ในมือ ดังนั้นชื่อลูกหลานคนเหล่านั้น คุณนายบ้านสามจึงเป็นคนตั้งชื่อให้ด้วย ซึ่งชื่อส่วนใหญ่จะถูกตั้งตามชื่อดอกไม้

'แก้วไม่รู้ค่ะ' ใบหน้าเล็กๆ ส่ายไปมา เด็กน้อยรู้เพียงแต่ชื่อของตนแม่ของพี่วินเป็นคนตั้งให้

'แม่บอกว่า..แก้วกัลยา แปลว่า หญิงผู้เป็นที่รักยิ่ง' 

'หญิงผู้เป็นที่รักยิ่ง?' เด็กหญิงเจ้าของชื่อทวนคำ วโรดมพยักหน้ารับจริงจังมั่นใจ

'ใช่ น้องแก้วจำไว้เลยนะ บนโลกนี้ถ้าไม่มีใครรักหนู ก็ยังมีพี่วินที่รักแก้วอยู่หนึ่งคน...เพราะงั้นหนูไม่ต้องเสียใจนะคะคนเก่ง' เสียงปลอบโอนโยนประโลมใจ ราวน้ำทิพย์ชโลมใจคนตัวเล็ก..ความเสียใจที่ถูกล้อเรื่องไม่มีพ่อ ความรู้สึกเคว้งไร้จุดยึดเหนี่ยวในชีวิตหายไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้น

'แก้วก็รักพี่วินค่ะ รักที่สุดในโลกเลย' เด็กหญิงตัวน้อยฉีกยิ้มกว้าง พร้อมโถมตัวกอดร่างพี่ชายตรงหน้า

คำว่า 'รัก' ในวัยเยาว์ที่เอื้อนเอ่ยแบบไม่ตั้งใจ กลับพันธนาการคนทั้งคู่จนเติบใหญ่

หลังจากนั้นเพียงไม่นาน วโรดมก็แก้ปัญหาเรื่องน้องน้อยโดนกลั่นแกล้งโดยการขอให้มารดาย้ายโรงเรียนให้เด็กหญิงจากโรงเรียนวัดแถวบ้านที่คนงานเรียนกัน ไปยังโรงเรียนนานาชาติชื่อดังที่อยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ 

แก้วกัลยาจึงเป็น 'ลูกคนใช้' เพียงคนเดียวที่ได้เข้าเรียนโรงเรียนหรู พาลให้คนงานอิจฉาเป็นที่สุด ส่วนเด็กหญิงชบาที่ชอบล้อเลียนก็โดนลงโทษด้วยการหักค่าขนม และโดนแม่แท้ๆ ตีไปหลายที ด้วยข้อหาแกล้งคนของเขา!!

ภาพความทรงจำเหมือนจริงที่เกิดขึ้นดับลง..ส่งผลให้มือเล็กที่กำลังจับกลีบดอกสีครามสั่นระริก หญิงสาวชักมือออกทันที ดวงตาราวลูกกวางน้อยไหววูบ...งามพิศรู้ได้ทันที มันคือความรู้สึกวาบหวามปนอบอุ่น..ไม่ได้ต่างกับน้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในยาพิษ

ท่องไว้นะยัยพิศ..ถ้ายังไม่อยากตาย..อีตาพระเอกธงแดงต้องคู่กับนางเอกเท่านั้น!!!

ตัวเธอกับเขาในมิตินี้ไม่เหมาะสมกัน ทั้งฐานะ ชาติตระกูล...ที่สำคัญที่สุดเขา 'แต่งงานแล้ว' 

แม้นในใจจะคิดอย่างนั้น แต่ความรู้สึก 'รัก' ที่คงยังคงสลักแน่นไม่เคยเปลี่ยน..มันพาลให้ใจหน่วง

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กดอารมณ์ที่กำลังพลุกพล่านลง ดวงตาคู่สวยเปลี่ยนมาสุขุม ก่อนที่พฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ของใครบางคนจะดึงความสนใจให้หันไปมอง

หญิงคนแรกอยู่ในวัยกลางคน ส่วนคนหลังที่ตามมาอายุน้อยกว่า..ความทรงจำบอกของเธอว่า คนแรกคือคนงานเรือนคุณชนายุสบุตรชายคนที่สามของบ้านชื่อ 'ป้าเหมียว' ส่วนคนอายุน้อยกว่าชื่อ 'กระถิน' เป็นคนงานของเรือนใหญ่

มันคงไม่มีอะไรถ้าคนทั้งสองไม่ทำท่าทีเหมือนระแวงว่ากลัวใครจะมาเห็นเข้า อาจเพราะตัวเธอยืนอยู่ในมุมที่พุ่มไม้บัง คนทั้งสองจึงไม่ทันสังเกตเห็น ทว่าตำแหน่งที่ยืนนั้นไกลเกินกว่าจะได้ยินว่าคุยอะไรกัน

แก้วกัลยาจึงเห็นเพียงคนอายุน้อยกว่าพยายามยัดอะไรบางอย่างใส่ในมือคนอายุมากกว่า ก่อนที่คนทั้งคู่จะรีบร้อนแยกย้ายกันไป..สายตาคู่สวยมองตามด้วยท่าทางครุ่นคิด

หลังจากส่งขนมเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ตรงไปที่ร้านขายอุปกรณ์ซื้อพวกขวดแก้ว แอลกอฮอล์สำหรับทำน้ำหอม สารตรึงกลิ่น ส่วนหัวน้ำหอมนั้นตั้งใจจะผลิตขึ้นเอง

กว่าจะหอบข้าวของมาถึงเรือนท้องฟ้าก็ถูกย้อมเป็นสีส้ม ด้านนอกมีคนงานในบ้านยืนมุงอยู่ ขาเรียวเล็กรีบสาวเท้าเข้าไป

ดวงตาคู่สวยเริ่มตระหนก เมื่อเห็นข้าวของในบ้านถูกรื้อ โดยเฉพาะบรรดาเครื่องครัวที่พึ่งซื้อมาใหม่ที่หล่อนสู้อุตส่าห์ถอนเงินเก็บมาใช้    

“พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่!!” เสียงเล็กตวาดลั่น ถุงที่บรรจุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำน้ำหอมถูกวางไว้หน้าห้อง ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งไปผลักคนงานชายวัยเดียวกันที่กำลังเอาหม้อหุงข้าวเธอไป ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อย พร้อมกับหันไปมองชบา

“ก็ขนข้าวขนของไปทิ้งนะซิ” ชบาบิดยิ้มเย้ยหยัน

หล่อนเกลียดนะอีพวกเมียน้อย

ในเมื่อนายคุณแพทแสนดีเกินไป ก็ต้องให้คนที่ร้ายกว่ามีอำนาจมากกว่าจัดการ

“หยุดเลยนะ พวกเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”

“ทำเป็นเสียงแข็ง เหอะ ทำไม หล่อนจะไปฟ้องคุณวิน? อีเมียน้อยเอ้ย หน้าด้านหน้าทนเอาแต่ยุ่งกับผัวคนอื่น” หญิงสาววัยเดียวกันเท้าสะเอวลอยหน้าลอยตาด่า

“หยาบคาย พ่อแม่ไม่สั่งไม่สอนหรือไงชบา”

“มึงด่าใคร อีแก้ว” ชบาถึงกับหน้าบิดเบี้ยว ปกตินังแก้วเคยกล้าด่าเธอที่ไหน อีนี่ส่วนใหญ่ชอบตอแหลไปฟ้องคุณวินให้มาจัดการเธอ น่าแปลกเพียงไม่เจอกันแค่สามปี

ใบหน้าเล็กสวยสะอาดบริสุทธิ์กับเชิดขึ้น ดวงตาคู่สวยเจือดุ

“คำถามโง่ๆ ไม่ต่างจากหน้าเธอเลยนะ”

“อีแก้ว!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป