บทที่ 18 บทที่17
ในขณะที่ผู้ชายซึ่งประกาศปาวๆ ว่าจะไม่หย่า แต่ดันให้ทนายส่งหนังสือหย่าไปให้ภรรยาในนามเสียอย่างงั้น
อีกทั้งเขาตั้งใจว่าช่วงเวลาที่เหลืออยู่จะไม่ไปเจอเจ้าตัว เพื่อเลี่ยงเหตุการณ์บัดซบที่อาจเกิดขึ้นได้
"คุณวินครับ" เลขาหนุ่มคนสนิทเรียกเจ้าหนุ่มที่กำลังนั่งมองหน้าจอมือถือประเดี๋ยวหน้าบึ้ง ประเดี๋ยวยิ้มเศร้า...ก็คงจะแอบดูคุณแก้วกัลยาเหมือนทุกครั้ง พัฒน์พงษ์จึงเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น
"คุณวิน"
"หืม..เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ"ดวงตาคมกริบเหลือบขึ้นมองดุๆ เครื่องมือสื่อสารราคาแพงถูกคว่ำลง มีเพียงใบหูขึ้นสีแดงก่ำด้วยเขินว่าโดนจับได้ แม้นานๆ ทีเขาจะแอบส่องอดีตคนรักก็ตาม
"เอ่อ ผมแค่จะบอกคุณวินว่าเอกสารการหย่าทางทนายได้ส่งไปให้คุณแพทแล้วนะครับ"
"อือ"
"ว่าแต่...คุณวินจะไม่ไปเจอคุณแพทเธอหน่อยเหรอครับ" น้ำเสียงกึ่งเกรงใจถูกส่งไปด้วยท่าทางลังเล
"อืม อย่าเลย"
"แต่..."
"จิ๊..ฉันถามจริงเถอะพัฒน์ คุณปู่บอกให้นายมาเกลี้ยกล่อมฉันใช่ไหม" วโรดมชักหงุดหงิด ตั้งแต่มารดาเสียใครต่อใครก็ต่างเข้ามาวุ่นวายจัดการชีวิตเขาไม่ได้หยุด แม้แต่เรื่องคนรักการแต่งงานก็ด้วย..จริงอยู่แก้วอาจทรยศเขาโดยการรับเงินคุณย่า
เขาเกลียด..เขาโกรธเธอ..ทว่าในส่วนลึกความรู้สึกดีๆ ที่เคยมี..มันไม่เคยจางหายไปไหน..ไม่เคย
"มะ..."
"ถ้าเลือกจะโกหกคงรู้คำตอบใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง"
"เห้อ ครับคุณวิน คุณท่านให้ผมมาช่วยคุย"
"..."
"แต่..คุณวินครับ ขอผมพูดตรงๆ เถอะนะครับ จะดีจะร้ายยังไงคุณแพทเธอก็เป็นเมียแต่ง...เธอทั้งนิสัยดี" ตามมาด้วยคำอวยยืดยาวที่ชายหนุ่มแทบจดจำได้ทุกประโยค เพราะชาติที่แล้วก็เป็นเลขาชายคนสนิทที่พยายามเตือนสติเขาไม่ให้ทำรุนแรงกับเธอ
ทว่าเขาคนเดิมที่เคยทำทุกอย่างพัง..ก็หาได้รับฟังไม่..เป็นเขาเองที่เอาตัวไปพันเกี่ยวผู้หญิงที่ไม่ได้รัก สุดท้ายจึงเสียผู้หญิงที่รักไปจริงๆ
ชาตินี้..เมื่อมีโอกาสอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันกลับไปเดินทางเดิมอีก
"คนงานในบ้านทุกคนต่างก็รักคุณแพทมากครับ คุณแพทเธอนิสัยดีมีน้ำใจ"
"แล้วยังไงล่ะ" เขาย้อนถามน้ำเสียงชืดชา ทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจเลยว่าการที่เธอดีกับคนอื่น หรือร้ายกับคนอื่นมันเกี่ยวอะไรกับเขา
"เอ่อ...คือผมไม่อยากให้คุณวินเสียใจทีหลัง"
"...."
"เพชรนะครับคุณวิน..ถ้ามันร้าวไปแล้วมันก็ยังไม่สูญเสียคุณค่า ส่วนแก้วนั้นถ้ามันแตกไป...ถึงคุณวินจะเอามาประกอบเท่าไรก็ไม่สวยงามดังเดิม"
"..."
"ผมไม่อยากให้คุณวินทำเพชรหลุดมือครับ" ชายวัยใกล้เคียงกันผู้ทำตัวเสมือนผู้เชี่ยวชาญสรุปจริงจัง นั่นทำให้วโรดมหลุดหัวเราะเสียงดัง ใบหน้าคมครามช่วงหลังแต่งงานที่ตึงแทบตลอดบัดนี้สว่างวาบสดใส
"คุณวินเข้าใจที่ผมพยายามสื่อใช่ไหมครับ"
"ฉันนะเข้าใจ..แต่นายนะ..ไม่เข้าใจ"
"...."
"เพราะนายไม่เคยมีความรักยังไงล่ะ"
"...."
"เพราะถ้านายเคยมี...นายจะไม่เปรียบเปรยอะไรแบบนี้เลย ความรักมันเลือกไม่ได้หรอกนะว่าจะเกิดกับใคร..เธอคนนั้นจะดีเลว..สูงต่ำดำขาว..ร่ำรวยยากจน..รักมันมีแค่รัก..แค่นั้นเลยจริงๆ"
"คุณวิน"
"ไว้วันหนึ่งถ้านายรักใครสักคน..นายจะเข้าใจ"
"ผม..."
"ช่างมันเถอะ ว่าแต่นักสืบที่จ้างไว้ยังติดตามพวกนั้นยังทำงานอยู่ใช่ไหม" เสียงขรึมเปลี่ยนเรื่อง..แววตาคมกริบจริงจัง เพราะอีกไม่นานจะถึงวันครบรอบวันเกิดคุณปู่ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องผิดพลาดเหมือนในอดีต!!
หลังจากแก้วกัลยาแวะเวียนมาเก็บดอกไม้ที่คฤหาสน์คุณชนายุสทุกวัน และในหลายๆ ครั้งมีขนมนมเนยมาฝากอยู่ตลอด เจ้าของสถานที่ผู้หงอยเหงามาหลายปีจึงเปิดใจรับหญิงสาวเป็นเพื่อนใหม่ แต่ด้วยพื้นนิสัยไม่ช่างคุย..ต่างคนจึงอาศัยความเงียบเป็นสื่อกลาง นานๆ ทีถึงจะมีสักประโยคหลุดออกมา
"คุณชนายุส..แล้วคุณพยาบาลปิ่นละคะ" เสียงหวานไถ่ถามขึ้น
"ลาออกไปแล้ว"
"..."
"ทำไมคุณจ้องผมแบบนั้นละ"ชายพิการอ้อมแอ้มถาม เมื่อคนอายุน้อยกว่ากลอกตาไปมาอย่างรู้ทันว่าเขาไล่คนดูแลออกอีกแล้วด้วยทนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาไม่ไหว
"พึ่งสองวันเองนะคะ"
"อืม" เขาตอบสั้นๆ พอดีกับแม่บ้านประจำตึกเดินเข้ามาตาม
“ได้เวลาทานข้าวทานยาแล้วค่ะ คุณชาย”
“อือ รู้แล้ว แก้ววันนี้กินข้าวด้วยกันซิ” ประโยคแรกคุยกับแม่บ้าน ส่วนประโยคหลังหันมาถามเพื่อนต่างวัยที่กำลังยืนเก็บดอกไม้ไม่ห่าง
แก้วกัลยาลังเลเล็กน้อย พรางคิดไปถึงบทบรรยายในนิยายเรื่องที่ชายหนุ่มผู้อาภัพถูกวางยา ซึ่งตามเนื้อหานิยาย ตัวแก้วกัลยาจะเสียชีวิตก่อน และตามความทรงจำขาดๆ หายๆในอดีตชาติก็ตรงกัน
“เอางั้นเหรอคะ แต่..”
“ไม่แต่อะไรทั้งนั้น ถือว่านั่งกินเป็นเพื่อนฉัน แทนค่าดอกไม้ที่เธอมาเก็บทุกวัน ตกลงไหม?"
แก้วกัลยาจึงรับคำอย่างเสียไม่ได้ โดยมีแม่บ้านประจำตึกมองมาด้วยสายตาไม่พอใจนัก ส่วนสาวใช้ที่อายุน้อยกว่าผู้มาแทนคุณพยาบาลก็ขยับตัวมาช่วยเข็นรถ โดยมีคนตัวเล็กเดินตามหลังเงียบๆ
ภายในตึกถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย ช่างแตกต่างจากภาพในความคิดของเธอโดยสิ้นเชิง
แน่ละ เขาเป็นถึงลูกชายคนสุดท้องของท่านเจ้าสัว แถมบทบรรยายในนิยายก็ถูกบรรยายว่าเป็นลูกรัก ทว่าดูจากข้าวของในตัวตึกกลับดูช่างแตกต่างกับคำที่ว่าเหลือเกิน
“นั่งก่อนซิแก้ว” คนอายุมากกว่าพูดเมื่อเห็นหญิงสาวยังคงยืนนิ่ง
ร่างเล็กในชุดเสื้อครอปแขนตุ๊กตาส่งยิ้มละมุน พร้อมกับหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ภายในห้อง ชายพิการผู้หล่อเหลาเลื่อนแก้วชามาตรงหน้า ก่อนหน้าพยักหน้าให้คนงานช่วยรินให้
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาสมุนไพรลอยแตะจมูก เมื่อลิ้มลองจึงสัมผัสกับรสหอมหวานลงตัว
แก้วกัลยาถึงกับแปลกใจ ทั้งยังพยายามแยกแยะรสชาติดังกล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิด
“ไม่ชอบเหรอ”
“เปล่าคะ แก้วแค่คิดว่า..รสชาติแปลกดี” แขกคนสวยตอบทันที ดวงตาราวลูกกวางน้อยหลุบลง ก่อนจะส่งคำถามไปว่า
“แล้วนี่ คุณชนายุสได้มายังไงคะ”
“พี่บอกหลายครั้งแล้วไง ให้เรียกชื่อเล่น” คนอายุมากกว่าจิบชาไปด้วยดุเพื่อนตัวน้อยด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ใบหน้าเล็กส่งยิ้มเห่ยๆ มาให้ชวนคนตัวโตใจอ่อน
“ถ้าเธอชอบ..พี่จะให้แม่บ้านห่อไปให้กินที่เรือนนะ”
คนตัวเล็กเกือบเอ่ยปากปฏิเสธ ทว่าส่วนหนึ่งของความคิดส่งผลให้ยั้งคำไว้ บางทีเธออาจจะช่วยชายหนุ่มผู้น่าสงสารคนนี้ได้
“งั้นแก้วรบกวนหน่อยนะคะ” ชายพิการหน้าหล่อจึงหันไปสั่งให้แม่บ้านประจำตึกให้แบ่งชาบางส่วนไปให้ ส่วนคนใช้อีกคนก็ทยอยขนเมนูอาหารเช้าขึ้นโต๊ะ ซึ่งก็เป็นเมนูง่ายๆ แบบ ข้าวต้มกุ้ง ไส้กรอก ไข่ดาว
แก้วกัลยานั่งกินเงียบๆ ในขณะที่ชนายุสมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
เขาเองก็รู้ถึงข่าวลือที่เจ้าหล่อนถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ชู้รัก’ กับวโรดม ผู้เป็นหลานชาย และสถานะที่แท้จริงก็เป็นเพียงลูกคนงานภายในตระกูล
ทว่าจากการเฝ้าสังเกตคนหน้าหวานมีอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะกิริยามารยาทท่าทางการกระทำที่ดูขัดแย้งจากข่าวลือไม่น้อย
“แก้ว”
“คะ” แขกคนสวยรับคำพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคุณชายคนสุดท้องของท่านเจ้าสัวเลื่อนมือถือมาให้เธอ มือเล็กหยาบกร้านหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะมีสีหน้าเขินอายไม่น้อยกับภาพเคลื่อนไหวในช่องสตรีมของตนเอง เขาถึงกับถามด้วยน้ำเสียงล้อๆ
“นี่แก้วหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ แก้วเอง” เธอรับคำ
“รู้ไหม ฉันช่วยอุดหนุนด้วยนะ”
“หืม คุณชนายุสช่วยซื้อด้วยเหรอคะ”
“ใช่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาพยายามเก็บสีหน้าเขินอาย เพราะเป็นครั้งแรกที่โดเนทหญิงสาวผ่านออนไลน์
ดวงตาราวลูกกวางน้อยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะนึกถึงออเดอร์น้ำหอมมูลค่าที่มากกว่าที่คนทั่วไปจะสั่ง
“โถ่ ถ้าคุณชนายุสอยากได้ก็บอกแก้วตรงๆ เถอะค่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียเงินเลย”
แน่ละ เธอมาขอพันธุ์ไม้เขาไปเพาะ ไม่พอยังมาเด็ดดอกไม้ที่เรือนเขาแทบทุกวัน ถ้าเขาอยากได้เธอยินดีทำให้เขาฟรีๆ ยังได้
“ของซื้อของขาย ขอฟรีได้ยังไง”
“แต่แก้วเกรงใจ”
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย แค่แก้วมาอยู่เป็นเพื่อนฉันทุกเช้าก็ช่วยได้เยอะแล้ว...ว่าแต่เคยบอกหลายรอบแล้วไงให้เรียกชื่อเล่น หรือแก้วมองว่าฉันอายุห่างเกินไป” ชายวัยสามสิบต้นๆ ชักเครียด ยิ่งสบตากับสาวน้อยที่อายุห่างกันเป็นรอบที่มองมาด้วยแววตาราวลูกกวางน้อย ดันรู้สึกไม่มั่นใจเสียอย่างงั้น
ยิ่งพอเจ้าหล่อนส่งยิ้มหวานมาให้..อวัยวะด้านซ้ายก็เต้นไม่เป็นจังหวะแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
หรือเขากำลังป่วยเพิ่มนะ?
สงสัยรอบหน้าคุณหมอมาตรวจเขาคงต้องขอให้ช่วยดูซะแล้ว
