บทที่ 22 บทที่21
ข้อความบนบัตรเชิญ..พาใจคนตัวเล็กสั่นไหว
ภาพในอดีตหวนย้อนคืนมาราวกับตอกย้ำว่า..ทั้งหมดคือเรื่องจริงหาใช่นิยาย และในอดีตชาติตัวเธอคือ แก้วกัลยา
วันหนึ่งในภพชาติที่แล้ว ซึ่งไม่มีในเนื้อหาในนิยายก็วาบขึ้นมา
หลังจากที่เธอได้เจออดีตคนรัก ซึ่งปัจจุบันเขาได้เป็นสามีผู้หญิงคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เธอเจ็บปวดเจียนตาย..อีกทั้งมีความตั้งใจจะตัดขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าเขากลับขอโอกาสเพื่อที่จะอธิบาย
ทั้งสาเหตุที่เขาต้องแต่งงาน เรื่องไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น
ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ข้อตกลงทางนิตินัย หลักฐานเอกสารสัญญาก่อนแต่งถูกถ่ายสำเนาให้เธอดู..เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้โกหก
เขาขอให้เธอ 'รอ'
และก็ใช่...เวลานั้นเธอก็ดันใจอ่อน..ด้วยเหตุผลที่ว่า 'เรารักกัน'
ช่วงเวลาดังกล่าวเขาซื้อคอนโดไม่ไกลที่ทำงานของเขาให้เธออยู่
อีกทั้งยังให้เงินเดือนทุกเดือนในจำนวนที่ไม่น้อย แต่เป็นตัวเธอเองที่ทนรับมันมาได้..จิตสำนึกส่วนดีบอกกับเธอว่า..สถานะปัจจุบันเขาไม่ใช่แฟนของเธอ..การรับเงินจากเขาก็เหมือนยอมรับกลายๆ ในสถานะ 'เมียน้อย'
แม้นในใจส่วนลึกจะต่อต้านออกมาว่าเพราะผู้หญิงคนนั้นใช้วิธีขี้โกงแย่งคนรักของเธอไปก็ตาม แต่ยังไงการหาเงินใช้เองก็น่าจะดีกว่า
ดังนั้นแก้วกัลยาจึงตัดสินใจใช้เงินเก็บเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ ค่าเช่าไม่แพงนัก..ทุกอย่างดูจะราบรื่น
จวบจนวันหนึ่งขณะกำลังจัดข้าวของภายในร้านคาเฟ่ให้เข้าที่อยู่นั้น ก็มีลูกค้าสองคนเดินเข้ามา
เธอจำหนึ่งในผู้หญิงคนนั้นได้ทันที
รูปร่างเพรียวระหง..ใบหน้าสวยหวาน..ผู้ลงข่าวหน้าสังคมออนไลน์อยู่เป็นนิจ
บวกกับบุคลิก และเสื้อผ้าราคาแพงยิ่งทำให้เจ้าตัวดูโดดเด่นเหนือใครๆ
ที่สำคัญช่างเหมาะสมกับพี่วินจนใจเจ็บ
บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ เกิดเป็นสุญญากาศเสียอย่างงั้น
ดวงตารูปกวางหลุบลง..พยายามกดความไม่สบายใจลงไป ก่อนที่จะเลือกส่งยิ้มไปให้
“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้ารับเมนูอะไรดีคะ” ทว่าน้ำเสียงสุภาพที่หญิงสาวใช้ หาทำให้ไฮโซสาวที่มาด้วยกันพูดดีด้วย
“ร้านนี้ใช่ไหมแพท”
“ใช่จ้ะ เนย” หลานสะใภ้ของเจ้าสัวสมพงษ์รับ สิ้นคำฝ่ามือของลูกค้าที่หล่อนไม่เคยรู้จักก็ฟาดใส่หน้าโดยไม่ทันตั้งตัว
ความเจ็บแล่นเป็นริ้วๆ แต่ที่มีมากกว่าคือความช็อก
ในหัวมีแต่ภาพขาวโพลน..เสียงก่นด่าต่อเนื่องผิดแผกจากภาพลักษณ์ผู้ดี
“อีเมียน้อย อีสารเลว แย่งผัวเพื่อนกู”
“เดี๋ยวก่อนเนย!” แพทริเซียรีบดึงแขนเพื่อนรักไว้ทันที เมื่อเจ้าตัวถลาจะไปตบผู้หญิงตรงหน้าเป็นรอบที่สอง
ทว่ารักแรกของสามีก็หาใช่ไก่อ่อนที่จะยอมให้ใครรังแกก็ได้ แก้วน้ำที่อยู่หลังเคาน์เตอร์จึงถูกสาดใส่ลูกค้าผู้ไม่ได้รับเชิญทันที
นริณี หรือไฮโซเนยถึงกับยืนอึ้ง ไม่คิดว่าอีเมียน้อยของสามีเพื่อนจะกล้าทำถึงขนาดนี้
“นี่...นี่..แก...กล้าดียังไง..”
“หุบปาก! คุณอาจไม่รู้นะ...ว่าในร้านนี้มีกล้องวงจรปิด คุณกล้าจะเดิมพันกับชื่อเสียงก็ลองดู”
“อี...”
“หยาบ!! คุณมีสิทธิ์อะไรมาด่าฉันว่าเมียน้อย...คำนี้คุณควรไปด่าเพื่อนสาวของคุณเถอะ หน้าด้านแย่งแฟนชาวบ้าน” คำแรกด่าไฮโซตัวแสบ ส่วนคำหลังกระแทกกระทั้นไปยังไฮโซหน้าหวานที่ตอนนี้ยืนหน้าซีด
"เออ..คือ.."
“ฉันถามคุณจริงเถอะ คุณแพทริเซีย..หน้าตาคุณก็ดี ทำไมสันดานต่ำทราม ถึงขนาดวางแผนแย่งแฟนคนอื่นเขาด้วย” น้ำเสียงคนหน้าหวานเจือขื่นขม
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าแอบชอบแฟนเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน…สายตามันหลอกกันไม่ได้หรอก
สวยจริงทำไมหาผัวเองไม่ได้!!
เมื่อสบสายตารูปกวางฉายแววรู้ทัน...ส่งผลให้เมียหลวงถึงกับเม้มปากแน่น ทั้งยังนึกอยากด่ากลับ..หล่อนเป็นเมียตีทะเบียน ส่วนผู้หญิงตรงหน้ามีแค่ความรักที่วินมีให้
ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง!!
ในใจก็นึกยินดีที่ภายในร้านไร้ผู้คน..ไม่อย่างงั้นคงโดนอัดคลิปให้ขายขี้หน้าประชาชี
จริงอยู่เธอมีทะเบียนสมรส และคนในสังคมย่อมยืนฝั่งเธอแน่นอน ทว่าเธอก็ยังไม่อยากให้พวกเขาเหล่านั้นรู้เบื้องหลัง..ว่าสามีคนนี้ หล่อน 'แย่ง' เขามา
ใบหน้าสวยหวานจึงกลับมาปั้นแต่งเป็นคนแสนดีอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง
"เนย..เธอไปรอข้างนอกก่อนได้ไหม พอดีแพทมีเรื่องจะคุยกับน้องเขานะ"
"อืม..งั้น..เดี๋ยวเราไปรอด้านนอกนะ" ไฮโซสาวเพื่อนสนิทมีสีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่มองไปยังแก้วกัลยาเต็มไปด้วยความกังขาไม่น้อย แพทริเซียเกรงว่าจะโบ๊ะแตกจึงรีบสำทับเพื่อนสาวอีกรอบ
"เนย"
"โอเคๆ งั้นเนยไปรอข้างนอกนะ ส่วนเธอ..ถ้าทำร้ายเพื่อนฉันแม้แต่ปลายก้อยโดนดีแน่!" คนอายุมากกว่าหันมาขู่คนตัวเล็กเสียงเข้ม
ณ เวลานี้ภายในร้านจึงเหลือเพียงเธอ กับภรรยาของพี่วิน
อารมณ์โกรธจากการโดนทำร้ายร่างกายถูกลดทอนลงหลายส่วน
ตอนนี้จึงเหลือเพียงความสับสนขมขื่นตีกันอยู่ภายในหัว และอีกเช่นเคยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก็เลือกที่จะเปิดประเด็นก่อน
"เราไปนั่งตรงนู้นกันไหม พอดีพี่มีเรื่องจะคุยด้วยนะ" เจ้าหล่อนพูดพร้อมกับเดินนำไปยังโต๊ะในสุดเป็นเชิงไม่ให้ปฏิเสธ
แก้วกัลยาได้แต่จำใจเดินไปนั่งอย่างเสียไม่ได้ ดวงตารูปกวางแอบลอบสำรวจคนตรงหน้าอย่างระวัง
ใบหน้าสวยหวานราวกับนางเอกดัง ผิวขาวละเอียดลออ พร้อมกับกิริยางามสง่าทุกตรง
แม้แต่เธอเองที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังยอมรับว่าเจ้าหล่อนนั้นสวยมาก
"ร้านนี้แก้วออกแบบเองเหรอ สวยน่านั่งมากเลย"
"คะ?" คนอายุน้อยกว่าทวนคำอย่างตกใจไม่น้อย ด้วยคิดไม่ถึงว่าประโยคแรกที่คนตรงหน้าพูดจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป แทนที่จะนึกโกรธเรื่องที่เธอด่าทอไปในครั้งแรก
"ฉัน..เอ่อ พี่ขอแทนตัวเองว่าพี่ละกันนะคะ เพราะไหนๆ แล้วแก้วก็เรียกวินว่าพี่อยู่แล้ว"
"..."
"แก้วอาจจะจำไม่ได้ เราสองคนเคยเจอกันที่สมัยเรียน"
"แก้วจำได้ค่ะ คุณแพทเป็นเพื่อนร่วมห้องกับพี่วิน" เธอแย้งเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว...อีกทั้งยังรู้สึกหนักใจกับ 'สถานะ' ที่ถูกบังคับทางอ้อมจากสถานการณ์...พาให้คนตัวเล็กวางตัวไม่ถูก
"อืม...พี่รู้ว่าแก้วไม่สบายใจ...วันนี้ที่พี่มา..ก็เพื่อจะมาคุยเรื่องนี้แหละจ้ะ"
"คะ?"
"พี่คิดว่า...วินน่าจะเล่าให้แก้วฟังแล้วซินะ เรื่องการแต่งงานของเราสองคนเกิดจากผู้ใหญ่จัดการให้ และสัญญาแต่งงานจะจบลงเมื่อครบสามปี"
"...."
"ตอนนั้นคุณหญิงย่าของวินท่านป่วยหนักมากจ้ะ ตัววินเองก็เป็นหลานชายที่ท่านรักที่สุด"
"..."
"ที่เหลือก็ตามที่แก้วรู้จากวิน...เราสองคนแต่งงานโดยปราศจากความรัก"
"..."
"วันนี้พี่เองมาก็เพื่อจะบอกแก้วว่า..แก้วไม่ต้องคิดมากเรื่องพี่หรอกนะ พี่กับวินเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ" เจ้าหล่อนย้ำให้เธอสบายใจ
ยามนั้นด้วยทักษะเข้าสังคมอันดีเยี่ยม ประกอบกับภาพลักษณ์สูงส่งดีงาม
เจ้าหล่อนถามอะไร เธอก็ตอบตามตรง..โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนหลอกถามทั้งเรื่องเงินลงทุนในร้าน จนถึงข้อมูลชีวิตตอนนี้
"อืม ก็ดีนะ คอนโดที่วินเลือกให้สมกับเป็นวินจริงๆ" น้ำเสียงคนตรงหน้าแปร่งจนเกือบสังเกตไม่ได้ ถ้าไม่ตั้งใจฟัง
"แล้วนี่..มีเงินพอจ่ายค่าเช่าไหมจ๊ะ ห้องตรงนั้นต่อเดือนก็น่าจะหลายบาทอยู่..ถ้าติดขัดอะไรบอกพี่ได้นะ"
"ขอบคุณนะคะ พี่แพท" คนอายุน้อยกว่าพูดพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกซึ้งใจ
"ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"คือคอนโดนั้นเป็นของพี่วินค่ะ พี่วินให้แก้วแป๊ะโป้งค่าเช่าไว้ก่อน"
"อ้อ..พี่พอนึกออกแล้ว พี่เคยไปช่วยวินดูแลอยู่...งั้นแก้วก็พักให้สบายใจเลยนะ" แพทริเซียเกทับไปอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติของสามี ตามสัญญาก่อนแต่งงานที่บิดาบังคับให้เราทั้งคู่เซ็นทิ้งไว้
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ..พี่แพท"
"อืม..ว่าแต่อาทิตย์หน้าแก้วว่างไหม? พอดีเป็นวันครบรอบวันเกิดของคุณปู่สมพงษ์นะจ๊ะ"
"...."
"ไหนๆ แก้วก็เคยอยู่ที่นั่นมาก่อน..วินเองก็เคยเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่คุณแม่จะเสียท่านก็เคยดูแลครอบครัวของแก้วอยู่"
"...."
"ถ้ายังไงแก้วควรหาโอกาสกลับไปที่บ้านบ้างนะ ยังไงคนที่นั่นก็เป็นผู้มีพระคุณกับแก้ว"
"คะ?"
"นี้จ้ะ บัตรเชิญวันเกิดของท่าน" คนอายุมากกว่าพูดพร้อมกับยื่นซองสีขาวมาให้ ตัวอักษรบนนั้นเป็นสีทองสลักสวยงามสมเกียรติเจ้าของงาน
"อ้อ..เรื่องวันนี้ ที่พี่มาหาแก้ว..แก้วอย่าเล่าให้วินฟังนะจ๊ะ ไม่ใช่อะไร...เดี๋ยววินจะคิดว่าพี่มาหาเรื่องแก้ว..บอกตามตรงพี่ไม่อยากทะเลาะกับสามีนะ"
"คะ? อืมค่ะ แก้วจะไม่เล่าให้พี่วินฟังว่าพี่แพทมาหาแก้วที่ร้าน"
"ดีจ้ะ สัญญาแล้วนะ"
ในภพชาตินั้นเธอช่างใสซื่อ และเชื่อคนตรงหน้า..โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่า...กับคนบางคนความรักนั่นเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมคาดหวังที่จะครอบครอง!!
