บทที่ 23 บทที่22
กับดักที่แพทริเซียวางไว้เริ่มทำงาน
เมื่อหล่อนออดอ้อนขอร้องเพื่อจะตามไปงานวันเกิดท่านเจ้าสัวสมพงษ์
แม้นพี่วินจะพยายามพูดอะไรหล่อนก็ไม่ฟัง
คิดโง่ๆ ว่าทุกคนก็คงจะเข้าใจ..คุณแพทคงอธิบายกับบรรดาคนงานในบ้านเหมือนที่อธิบายให้หล่อนฟัง ที่สำคัญหล่อนคิดถึงเพื่อนบางคน และป้าๆ ที่เคยเลี้ยงดูมา
ทว่าพอถึงเวลาจริง..นับจากก้าวแรกที่เท้าเหยียบบนคฤหาสน์สุดหรูประจำเมือง
ความจริงนั้นตีแสกหน้าแทบไม่ทัน...การที่แพทริเซียเชิญหล่อนมาในงานนี้ด้วย..มันไม่ใช่ความปรารถนาดีอะไรเลย
สายตาเหยียดหยามรังเกียจจากบรรดาคนรู้จัก ที่มองมา
โดนป้าอาวุโสที่เคารพด่ากลางผู้คน ส่วนแขกในงานก็มองเมินราวกับอากาศธาตุ
ยามที่อยู่โต๊ะอาหารที่มีบรรดาช้อนส้อมเรียงราย หล่อนถึงกับมึนงง ทำได้เพียงแต่เหลือบแลแอบมองคนข้างๆ โดยมีพี่วินมองมาด้วยสายตาห่วงใยจากระยะไกลๆ
แก้วกัลยาที่มาในสถานะเพื่อนรุ่นน้องจึงรับรู้เข้ากระดูกดำว่าตนนั้นคนละชั้นกับไฮโซสาวมากแค่ไหน
และคนทั้งคู่โคตรจะเหมาะสมกัน
แต่เรื่องนั้นก็แล้วไปเถอะ..ถ้าไม่เจอภาพบาดตาบาดใจเข้า อีกทั้งเธอยังถูกยัดเยียดข้อหาที่ไม่ได้ทำอีก!!
กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างคือกับดัก..ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
ชาตินี้หล่อนไม่ขอโง่เป็นเหยื่อของพวกหน้าเนื้อใจเสืออีกเป็นเด็ดขาด คิดได้ดังนั้นการ์ดเชิญจึงถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี ส่วนชุดเดรสที่อยู่ในกล่องก็ไม่คิดแม้แต่จะเปิดดู
ณ ห้องทำงานใหญ่ของท่านเจ้าสัวสมพงษ์
ชายวัยใกล้ขึ้นเลขเจ็ดกำลังนั่งหลังตรงเป็นสง่าด้านหน้ามีกองเอกสารของธุรกิจในเครือ TP อยู่หลายฉบับ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่สนอายุแม้แต่นิด ด้วยในใจลึกๆ ยังไม่สามารถปล่อยวางบริษัทให้กับลูกหลานคนใดคนหนึ่งในตระกูลได้อย่างสนิทใจ
เดิมทีท่านวาดหวังจะฝากทุกอย่างให้กับลูกชายคนโต ทว่าไม่รู้เพราะเวรกรรมอันใดลูกคนที่ดีที่สุด เชื่อฟังที่สุด และรักที่สุดกับถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุยังน้อย ส่วนบรรดาหลานชายที่ท่านรักสุดอย่างวโรดมก็ประสบการณ์บริหารยังน้อยมากเมื่อเทียบกับหลานชายคนอื่น อีกทั้งความคิดค่อนข้างสมัยใหม่จนทะเลาะกันในบางครั้ง..ท่านจึงยังคงทำงานเบื้องหลังด้วยความเป็นห่วง
ระหว่างที่ชายสูงวัยขยับแว่นตา เพื่ออ่านรายงานประชุมบอร์ดล่าสุดอยู่นั้น
หลานชายตัวดีที่เขาให้คนไปตามก็เดินเข้ามาพอดี..ใบหน้าหล่อคมคายปกติติดเย็นชาสุภาพ เปลี่ยนเป็นเปื้อนยิ้มเมื่อพบกับคุณปู่
วโรดมเองนั้นเติบโตมากับคุณแม่ และย่า อีกทั้งสนิทกับคุณปู่เป็นพิเศษ ด้วยบิดาวันๆ หนึ่งมักวุ่นวายในการเข้าสังคม เที่ยวเตร่ จนท่านเจ้าสัวเองก็คร้านจะสนใจ
"นั่งก่อนสิตาวิน แล้วนี่หลานกินอะไรมาแล้วหรือยัง"คุณปู่ไถ่ถามด้วยน้ำเสียงรักใคร่เป็นห่วงเป็นใย
"ทานมาแล้วครับ"
"อืม..กาแฟไหม" ท่านเจ้าสัวตั้งคำถามเอง พร้อมกับหันไปพยักหน้าให้เลขาคนสนิทออกไปชงกาแฟ โดยไม่รอคำตอบหลานชาย
เมื่ออยู่กันสองคนคนอายุน้อยกว่าจึงเปิดประเด็น
"เรียกวินมันมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"
"ทำไม? ถ้าไม่มีธุระแกจะไม่มาให้ฉันเห็นหน้า?"
"แหม...คุณปู่ก็ว่าไป..ช่วงนี้คุณปู่ก็รู้งานผมเยอะแค่ไหน"คนตัวโตพูดกลั้วหัวเราะ แกมประจบเล็กน้อย ท่าทีของท่านเจ้าสัวจึงอ่อนลงไม่น้อย
"ยังเป็นบุญของปู่ที่แกยังเอางานเอาการ"
"...."
"ปู่รู้ว่าหลานเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อตระกูล" ชายสูงวัยเริ่มเรื่อง
มือเหี่ยวย่นรับชาจากพ่อบ้าน ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้ออกไปได้ ดวงตาคมเจืออ่อนโยนเมื่อหันมามองหลานชายสุดที่รัก
"ถ้าปู่จะขออีกเรื่อง..วินจะทำให้ปู่ได้ไหม"
"ผมรู้ครับว่าคุณปู่จะขออะไร" เพราะชาติที่แล้วท่านก็เรียกเขามาคุยเพื่อขอเลื่อนการหย่าออกไป เขาจึงเลือกจะปฏิเสธทันที
"แต่..ผมทำให้ไม่ได้" "...."
"ผมคิดกับแพทแค่เพื่อนครับ"
"ปู่เข้าใจ..ปู่เองก็ไม่ได้จะไม่ให้หลานหย่า..ปู่แค่ขอให้เลื่อนไปก่อน" ท่านต่อรองอย่างมีชั้นเชิง
"...."
"หลานก็รู้...ว่าตระกูลเราทำธุรกิจกับบ้านแพทอยู่"
ที่สำคัญคุณปราโมทย์ผู้เป็นลุงของหลานสะใภ้ มีตำแหน่งถึงรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอล อีกทั้งปลายปีนี้ยังมีการประมูลคลื่นตัวสำคัญ เพื่อใช้รองรับเทคโนโลยีในอนาคตอีก
วโรมดมถึงกับคลี่ยิ้ม..ดวงตาคมหรี่ลง ก่อนจะปั้นสีหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
เส้นสายย่อมสำคัญ..ที่แน่ๆ เงื่อนไขหลักเกณฑ์เข้าร่วมยังสามารถ 'เอื้อ' ให้กันได้
"เรื่องประมูล..คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว รับรองจะไม่ให้กระทบบริษัทแน่นอนครับ"
"ดี...ดีมากปู่เชื่อว่าหลานรู้ว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง" ใบหน้ามีสง่าราศีถึงกลับยิ้มพอใจ ทว่าเพียงไม่นานด้วยคนเป็นหลานผู้เชื่อฟังมาตลอดชีวิตดันเลือกจะปฏิเสธ
"แต่เรื่องหย่า ผมคงทำให้คุณปู่ไม่ได้..ผมขอเรียนคุณปู่ตามตรง...ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว และเป็นเพียงคนที่ชีวิตนี้ผมจะรัก"
"ตาวิน! หลานฟังนะ ผู้หญิงคนนั้นก็แค่ลูกคนใช้ ไม่ได้มีอะไรที่คู่ควรกับแกเลยสักอย่างเดียว"
"...."
"ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นรับเงินคุณย่าของแกไป.. เนื้อแท้ก็เป็นแค่ผู้หญิงสันดานเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว"น้ำเสียงเริ่มขึ้น..เป็นสัญญาณว่าห้ามเถียง
วโรดมจึงเลือกที่จะเงียบ ก่อนท่านจะเสริมว่า
"สิ่งที่แกรู้สึกมันไม่ใช่ความรัก มันก็แค่ความหลงชั่วครั้งชั่วคราว" คำตอบย้ำถึงความโลภผู้ที่รักแรกมี..ส่งผลให้ดวงตาคมร้าวราน
แต่แล้วไงล่ะ? ก็คนมันรักไปแล้ว..ถึงต้องแก้วจะทำตัวเหี้ยๆ กว่านี้ เขาก็พร้อมจะให้อภัย
"ปู่ถือว่าเป็นคำสั่ง ไม่ใช่ขอร้อง..การหย่าทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าการประมูลคลื่นจะผ่านไป"
"ขอโทษนะครับ เรื่องนี้ผมคงทำให้คุณปู่ไม่ได้"
"ไอ้วิน!!"
"ช่วยไม่ได้นะครับ สายเลือดผมคงแรงมาก..ก็คงเหมือนคุณปู่มั้งครับ ที่รักลูกคนใช้..แถมยกย่องเชิดชูขึ้นมาเป็นนายหญิงของบ้าน" น้ำเสียงหยามหยันของหลานชาย เล่นเอาประมุขของตระกูลความดันขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปริ้วรอยแดงเรื่อด้วยความโกรธ
"แกรู้ตัวไหนว่าผู้อะไรออกมา..คนที่แกด่า ก็คือย่าแท้ๆ ของแกนะไอ้วิน"
"ก็ใช่ไงครับ ขณะที่คุณปู่ยังเลือกจะยกย่องคนที่ตัวเองรักขึ้นเป็นเมียเชิดหน้าชูตา ส่วนเมียตีทะเบียนคุณปู่กับเลือกที่จะทิ้งไว้หลังเรือน...ความรักความชอบของผมคงมาจากคุณปู่มั้งครับ เพียงแต่..."
"...."
"ผมจะไม่มีวันยอมให้คนที่ผมรักต้องมีสถานะเป็นเมียน้อยเด็ดขาด!!" เสียงเข้ม บวกกับแววตาวาวโรจน์ราวกับประกาศกับคนทั้งโลก
ตัวเขาจะไม่ยอมใจอ่อน หรือประนีประนอมเลื่อนการหย่าออกไป จนเรื่องบานปลายแก้ไขอันใดไม่ได้
การสูญเสียเจ้าหล่อนแบบไม่ได้ร่ำลา เพียงแค่ชาติเดียวก็เพียงพอแล้ว
เขายังคงโกรธ..เกลียด ทว่าก็ยังคงรัก..และรู้ว่าที่แก้วทำตัวเลวร้ายก็เพราะรักเขามากเช่นกัน
หลังจากหลานชายสุดที่รักจากไป บรรยากาศในห้องทำงานจึงเปลี่ยนกลับมาเงียบสงบ..ชวนให้คนที่ผ่านโลกมามาก จ่อจมกับความรู้สึกผิด
นาถคือเป็นผู้หญิงที่เขารัก ส่วนคุณสาเป็นผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานด้วย
ในการเลี้ยงดูมาจากยุคสมัยชายแท้..มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดเลยแม้แต่นิด...ก็เขารวย เขามีเงินมหาศาลจะเลี้ยงผู้หญิงกี่คนก็ได้ อีกทั้งคุณสาเองแต่งงานก็มาหลายปียังไม่มีบุตรธิดาให้สืบตระกูล
เมื่อขาดทายาท..ทางผู้ใหญ่ทั้งฝั่งเขาและตัวสาริกาเองก็ยอมรับเงื่อนไข ให้นาถอนงค์มาเป็นภรรยาอีกคน..อีกทั้งยังเป็นภรรยาที่ถูกเชิดชูออกงานด้วยกัน
ส่วนตัวสาริกากว่าจะมีบุตรชายจริงๆ ก็ตอนที่เขากับเจ้าหล่อนอายุมากพอสมควรแล้ว
แถมเจ้าตัวยังร่างกายอ่อนแอทิ้งลูกชายคนสุดท้องจอมขี้โรคให้คนเป็นพ่ออย่างเขาต้องเป็นห่วง
เมื่อคิดถึงชนายุส..เขาเองก็ไม่ได้เจอลูกชายเกือบปีแล้วเช่นกัน
