บทที่ 29 บทที่28

ส่วนคนที่มะลิเป็นห่วงเวลานี้กำลังยืนแอบอยู่มุมห้องกับเจ้านายคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จริงอยู่ลูกหลานรวมถึงญาติสนิทมิตรสหายล้วนแต่นั่งรถหรูเข้ามาในงาน สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากที่ต้องการอวดความร่ำรวย ทว่าสำหรับชนายุสแล้วเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสิ้นคิดนัก อีกทั้งเขายังเป็นคนพิการย่อมไม่อยากให้ใครมองมาด้วยความเห็นใจ และดูเหมือนผู้ดูแลคนสวยจะเห็นด้วย

ดวงตาคมแอบชำเลืองมองร่างเล็กที่อยู่ด้านข้าง..จริงอยู่เจ้าหล่อนไม่ได้สูงนัก แต่รูปร่างกับอรชรอ้อนแอ้น..ยิ่งอยู่ในชุดเดรสสีฟ้ายิ่งดูน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด

ส่วนสัดบนใบหน้าจิ้มลิ้มถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา...ยิ่งพิศ ยิ่งสบายตา..ผมสีน้ำตาลตรงถูกมัดรวบเป็นหางม้า มีเพียงไม้คาดผมคริสตัลสะท้อนแสงแวววับเป็นเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียว

ประเมินด้วยตา...เขารู้ได้ทันทีว่าราคาของมันคงไม่แพง..แต่ก็น่าแปลกเมื่ออยู่บนตัวเจ้าหล่อนกลับดูมีราคาเสียอย่างงั้น

"คุณยุสดูอะไรอยู่เหรอคะ?" เสียงหวานถามขึ้น เมื่อชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายจ้องมองเหม่อมาทางเธอ..เขายังคงเงียบ..แก้วกัลยาจึงผินหน้ามองไปทางเดียวกับเขาด้วยความสงสัย หรือจะเป็นคนสำคัญของคุณชนายุส 

เพราะหลักฐานว่าเขาเชื่อเธอมาจากที่เขาแกล้งวีนเหวี่ยงไล่คนงานหลายคนในบ้านออก

อีกทั้งยังมีชายวัยใกล้เกษียณมาเยี่ยมหา

ซึ่งเธอมารู้ตอนหลังว่าเขาคือคุณลุงแท้ๆ ทั้งที่ในนิยายหรือความทรงจำในชาติภพก่อนคุณชนายุสแทบจะตัดขาดกับครอบครัวฝั่งแม่

เธอรู้ชะตาชีวิตของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป..คิดได้ดังนั้นตัวแก้วกัลยาเองก็เริ่มสบายใจ

Daddy Sugar ของเธอต้องรอด!!!

เสียงออร์เครสตรายังคงบรรเลงเพลงคลาสสิคเป็นท่วงทำนองขับกล่อม และคู่แต่งงานที่เหมาะสมที่สุดในพ.ศ.นี้ ก็ปรากฏตัวขึ้น

คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่เอวสอบอยู่ในชุดสูทสีดำสั่งตัดพิเศษ ส่วนฝั่งผู้หญิงเองก็สูงสง่า ชุดที่สวมใส่คือเดรสเกาะอกสีฟ้าส่งเสริมรูปร่างเพรียวระหงน่ามอง ยิ่งมีสร้อยคอบุษราคัมสีน้ำเงินของตระกูลขลับผิวให้โดดเด่นเป็นสง่า แทบจะเรียกสายตาชื่นชมบูชาจากผู้คนในงานได้แทบจะทันที

แก้วกัลยาเผลอส่งยิ้มสมเพชกลับใบหน้าเสแสร้งจอมปลอม ก่อนจะเบนสายตามายังชายหนุ่มบนรถเข็น ถ้าไม่ติดเรื่องพิการคุณชายของเธอเองก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร

“คุณยุส..ยังไม่ตอบแก้วเลยนะคะ ว่ามองอะไรอยู่”

“ฉันก็..มองแก้วนั่นแหละ วันนี้เธอรู้ตัวไหมว่าสวยน่ารักมากแค่ไหน”  

คำหวานที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยิน ประกอบกับแววตาเย้าแหย่..เล่นเอาแก้วกัลยาหน้าขึ้นสี

“แหม..ชมแก้วแบบนี้...คุณยุสอยากใช้ให้แก้วทำอะไรก็บอกมาเลยค่ะ”

“พี่ชมแก้วจากใจจริงนะ ในงานแก้วสวยที่สุดแล้ว” เสียงทุ้มพูดกลั้วหัวเราะ ด้วยสังเกตเห็นว่าคนหน้าหวานเผลอชำเลืองมองไปยังอดีตคนรัก กับภรรยาของเขา

สำหรับเขาแล้วแพทริเซียก็เป็นเพียงแค่คนสวย ที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยกรอบของเงินตรา และอำนาจ..เป็นความสวยที่พบเห็นได้ตามงานเลี้ยงชั้นสูงทั่วไป

ซึ่งถ้าเทียบกับแก้วกัลยา..ลูกหนี้ของเขาแล้วดูน่าสนใจกว่ามาก

แต่ด้วยทั้งชีวิตวนเวียนอยู่แต่บ้าน และโรงพยาบาลไหนเลยจะเคยจีบผู้หญิง จึงทำให้บทสนทนาเงียบลง 

ไม่นานหลังจากนั้น สาวใช้ก็เดินเข้ามาเชิญบรรดาแขกในงานให้เข้าไปยังห้องโถงด้านใน ซึ่งเวลานี้ถูกจัดเตรียมเป็นโต๊ะอาหารทรงกลมเรียงรายเต็มไปหมด 

ส่วนโต๊ะเจ้าภาพนั้นอยู่ด้านหน้ากลางห้อง แก้วกัลยาเข็นรถเจ้านายเข้าไปอย่างใจเย็น พร้อมรับกับทุกสถานการณ์

แน่ละ ท่านเจ้าสัวสมพงษ์กับบรรดาลูกๆ เองเมื่อเห็นเธอก็ใช่จะพอใจนัก ดวงตาผู้สูงวัยเข้มขึ้นเต็มไปด้วยสายตาตำหนิ

หญิงสาวทำได้เพียงส่งยิ้มสุภาพไปให้..ยังไงวันนี้ เธอก็มีเพียงทางเลือกเดียวคือเกาะขาผู้มีพระคุณไว้ให้แน่น

“ที่ของเธอไม่ใช่ตรงนี้” ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเอ่ยเตือนเสียงดุ

เมื่ออีนังคนใช้คิดจะหย่อนตัวนั่งติดกับน้องชายคนละแม่

“ทำไมจะนั่งไม่ได้ครับ วันนี้แก้วมาในฐานะคู่ควงของผม”

“ตายุส!!” กมลเนตรขู่เสียงเบา ทว่าน้องชายที่เคยเคารพเกรงใจกันมาก่อนมาวันนี้กลับดูแข็งข้ออย่างสัมผัสได้ ก่อนเสียงเข้มจะหันมาสั่งคู่ควงคนสวย

“แก้วนั่ง”

“ค่ะ คุณยุส”

บรรดาหลานๆ กับหลานสะใภ้ไฮโซบางคนเหลือบมองไปที่แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ จะเว้นก็แต่วโรดมที่ทำเหมือนอดีตคนรักไม่มีตัวตน

แม้แต่แพทริเซียเองยังหันมามองแล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้

แน่ละ ชุดที่หล่อนตั้งใจส่งไปให้คือชุดสีแดงเพลิงราคาแพง ไหนเลยจะเป็นชุดเดรสสีฟ้าอ่อนสุดแสนจะน่ารัก

จริงอยู่ชุดที่คู่แข่งทางความรักสวมใส่ติดจะเรียบร้อย และดูธรรมดาไปนิดสำหรับงานระดับนี้ ทว่าเมื่ออยู่บนร่างเล็กกับดูเข้ากับตัวเจ้าหล่อนยังนึกไม่ถึง..สายตาไฮโซสาวจึงหันมองไปยังวโรดมด้วยความสงสัย

หรือเขาจะเป็นคนหาซื้อให้กันนะ? เพราะตอนนี้หล่อนมั่นใจมากว่าเขาจำเรื่องเมื่อภพชาติที่แล้วได้

นั่นก็หมายถึงอาจจะจำเหตุการณ์ที่ยัยลูกคนใช้โดนหัวเราะเรื่องชุดที่ใส่ในงานวันเกิดด้วย!

อาจเพราะจ้องเขานานเกินไป อดีตสามีจึงหันกลับมามองด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่ดวงตาคมกลับว่างเปล่า จนพาให้ใจอดีตภรรยาสะท้อน

“แพทเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าซีดล่ะ”

“คะ? อ้อ..คือแพทแค่สงสัยนะคะ”

“….”

“ก็...ทำไมแก้วมางานนี้ได้ แถมยังมากับคุณยุสอีก” เสียงหวานถาม พร้อมกับลอบสังเกตสีหน้า ทว่าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ..เขายังคงตีหน้านิ่ง

“คุณอาคงเป็นคนชวนแก้วมาละมั้ง เห็นตอนนี้แก้วรับงานเป็นผู้ดูแลอยู่”

“แต่...” แพทริเซียพยายามหาประโยคต่อคำ เธอรู้ว่ามีอะไรผิดไป...โดยเฉพาะเหตุการณ์ในอดีตที่ลูกชายคนเล็กของท่านเจ้าสัวไม่ได้มาร่วมงานด้วย มันเป็นความผิดปกติเล็กๆ ที่ชวนให้ไม่สบายใจ

ไหนจะชุดที่เจ้าหล่อนเลือกมาใส่ชวนให้ค้างคาใจอีก

หล่อนรู้..วินทั้งรัก และหวงอดีตคนรักมากแค่ไหน..เสื้อผ้าที่เขาซื้อให้ก็ล้วนแต่สไตล์นี้ทั้งนั้น เพราะความสงสัยจึงทำให้หล่อนโพล่งออกไป

“ชุดนั้น...วินเป็นคนซื้อให้แก้วใช่ไหม” เหมือนบรรดาถุงแบรนด์เนมที่ถูกโยนไว้ในห้อง

“หืม..ทำไมคิดว่าเป็นผมละ”

“วิน!!” เสียงหวานเข้มขึ้นคาดคั้น ดวงตาคู่สวยไหวระริก ยิ่งเห็นเขาแกว่งแก้วไวน์แดงแบบไม่ยี่หระ ใบหน้าคมจึงโน้มเข้ามากระซิบข้างหูให้ได้ยินเพียงสองคน

“ไม่ใช้อารมณ์ซิคนสวย...ไม่สมเป็นคุณแพทผู้แสนดีเลยนะ”

“….”

“อีกอย่าง...แก้วมากับใคร...คนนั้นก็ควรเป็นคนดูแลหรือเปล่า? ทำไมวินต้องไปหาเรื่องให้ตัวเองยุ่งยากด้วยล่ะ” เสียงทุ้มกลั้วหัวเราะ ราวกับจะปลอบใจอดีตภรรยาตีทะเบียน

แต่ดูเหมือนคำปลอบใจจะไม่ช่วยให้คลายกังวลแม้แต่นิด

พิธีการมอบของขวัญให้ท่านเจ้าตระกูลอวดความมั่งคั่งจบไป ก็ต่อด้วยมื้ออาหารแบบ Full Course Dinner จากทีมงานร้านมิชลินที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ เคล้าไปกับเสียงเครื่องดนตรีขับกล่อม

แพทริเซียลอบยิ้มสะใจเล็กน้อย..หล่อนจำได้เมื่อชาติที่แล้ว นังรักแรกของวินนอกจากจะโดนติฉินนินทาเรื่องเสื้อผ้า แม้แต่มารยาทบนโต๊ะอาหารการใช้อุปกรณ์บนโต๊ะก็โดนหัวเราะเยาะหยันด้วยเช่นกัน

เกิดมาเป็นคนจน ริอ่านจะใช้ชีวิตแบบหงส์ก็รับกรรมกันไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป