บทที่ 13 พาเที่ยว 2

เธอพอจะเข้าใจดีถึงอาการหลังกินอาหารแปลกถิ่น 

เพราะเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กเธอนั้น เธอได้ย้ายมาจากประเทศจีนมาอยู่เมืองไทย และเมื่อเธอได้กินอาหารไทยที่ผิดแผกออกไป เธอถึงกับปวดท้องอาหารเป็นพิษต้องไปนอนโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว

เวลาผ่านไปซักพัก...หลินหลินเพียงชักชวนหยางหยางให้กินอาหารพร้อมกับแนะนำวิธีการกินแต่ละอย่างด้วยความเข้าอกเข้าใจของคนต่างถิ่นที่ต้องมาเจอกับบรรยากาศและอาหารแปลกใหม่อย่างเช่นขณะนี้

ชายหนุ่มที่แม้จะยังคงไว้ซึ่งบุคลิกเรียบนิ่งเฉยชากับทุกสรรพสิ่งแต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับหลินหลินเป็นอย่างดี 

สายตาของเขาคล้ายอ่อนโยนลงอยู่มากจากเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน 

จนหลินหลินยังอดที่จะนึกชื่นชมตัวเองไม่ได้  

นี่ถ้าให้ไปหลอกลวงนักธุรกิจพันล้านเธอก็คงจะทำได้ดีอย่างนี้เหมือนกัน หึหึ!

หญิงสาวคิดไปพลางจ้องมองชายหนุ่มลึกลับของเธอไปอย่างคิดวิเคราะห์ 

นี่ถ้าเธอพาเขาให้เข้าวงการนะ

แน่นอนว่าด้วยรูปร่างลักษณะหน้าตาทุกสิ่งอย่างที่เป็นตัวเขาคงเข้าวงการได้ไม่ยาก 

ถึงแม้ว่าเขาจะเล่นละครไม่ได้ แสดงแอ็คติ้งไม่ได้ ก็ให้เขาไปเป็นนายแบบก็ยังได้ เป็นนายแบบน่าจะรุ่ง  

แต่...เอ...

ความไม่ธรรมดาของเขาอาจจะทำให้เขาโดนจองตัวไปแสดงงานวัดรึเปล่า

อันนี้น่ากลัว

ถ้าเขาพลั้งเผลอแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรออกมาล่ะก็

อา...ไม่ได้ ไม่ได้

เธอเก็บเขาเอาไว้ข้างตัวอย่างนี้น่าจะดีกว่า

น่าจะดีกว่าการที่จะนำเขาออกสู่สาธารณชน

พลังและอิทธิฤทธิ์ของเขาเอาไว้สำหรับเธอคนเดียวก็พอ

หึหึ!

หลินหลินคิดในใจด้วยความเห็นแก่ตัวที่พุ่งสูงปรี๊ดยากแก่การควบคุม

เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่

หลินหลินและหลี่หงจินหยางยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ผ้าใบตัวเดิมจนเวลาล่วงเลย

แสงแดดและสายลมเริ่มอ่อนลง 

บรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติต่างทยอยพาลูกน้อยมาลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน 

หลินหลินและหลี่หงจินหยางยังคงนั่งอยู่ที่เดิมอย่างสบายอารมณ์

อาการตึงเครียดที่สะสมคล้ายกับว่าจะมลายหายไปด้วยบรรยากาศของชายทะเลแห่งนี้เปรียบเสมือนชีวจิตชนิดหนึ่ง  

ชายหนุ่มเพียงนั่งนิ่งๆด้วยมาดเคร่งขรึมตามแบบฉบับของเขาดังเดิม ที่เพิ่มเติมคือดวงตาคมเฉี่ยวฉายแววนุ่มนวลอ่อนโยนขึ้นมา ความกังวลและตระหนกหวาดระแวงต่างๆลดลงอย่างเห็นได้ชัด

หลินหลินเองก็ไม่ต่างกัน 

เธอเพียงนั่งทอดอารมณ์นิ่งๆมองไปเรื่อยๆแบบรอบทิศทางด้วยกิริยาเป็นธรรมชาติ 

เธอเห็นภาพของเด็กๆกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานจึงนึกสนใจขึ้นมา   

หญิงสาวเพียงปรายสายตามองออกไปอย่างเหม่อลอย พลันคิดถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาอย่างอดใจเอาไว้ไม่ได้

ครั้งนั้นเมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็ก พ่อของเธอกับแม่ใหญ่และแม่แท้ๆของเธอพร้อมกับพี่ๆฝาแฝดพ่อเดียวกันแต่ต่างแม่พากันมาจากประเทศจีนเพื่อมาเที่ยวยังประเทศไทย 

พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจชาวจีนหน้าตาหล่อเหลามาพบเจอกับแม่ที่เป็นผู้หญิงสวยโดดเด่นที่เมืองไทยเมื่อครั้งที่มาติดต่อธุรกิจ ทั้งสองจึงเกิดการปิ๊งปั๊งรักกันขึ้นมา

ต่อมา เมื่อแม่ตกลงปลงใจกับพ่อจึงตัดสินใจตามพ่อไปอยู่เมืองจีนด้วยกัน และที่นั่นแม่จึงได้รับรู้ว่าพ่อมีเมียหลวงอยู่แล้วซึ่งก็คือแม่ใหญ่ ครอบครัวของหลินหลินจึงเป็นครอบครัวใหญ่ไปโดยปริยาย 

หลินหลินมีแม่สองคนซึ่งก็คือเมียหลวงของพ่อที่เธอจะต้องเรียกว่าแม่ใหญ่และเมียรองซึ่งก็คือแม่แท้จริงของเธอ  

ต่อหน้าพ่อแล้ว แม่ใหญ่และพี่ๆฝาแฝดต่างแม่ของเธอมักจะทำดีกับแม่และตัวเธอเสมอ  

แต่พอลับหลังพ่อ ก็จะทำตัวอีกอย่างหนึ่ง

ซึ่งแม่ของเธอกับตัวเธอก็ต้องยอมรับสภาพเป็นอย่างดี 

เมียน้อยกับลูกเมียน้อยจะทำอะไรได้ นอกจากยอมรับสภาพอย่างจำนน  

ต่อมา เมื่อพ่อพาครอบครัวมาเที่ยวที่ประเทศไทยและมีโอกาสพากันมาเที่ยวทะเล 

วันนั้นเธอกับพี่ๆต่างแม่ของเธอได้ลงเล่นน้ำทะเลด้วยกัน 

สองคนนั้นแกล้งเธอ จับเธอกดน้ำทะเล จนเธอสำลักน้ำและเกิดกลัวจมน้ำตายขึ้นมา

เธอจึงคิดต่อสู้ 

ความชุลมุนของเด็กทั้งสามจึงเกิดขึ้นฉับพลัน

เธอสู้จนยิบตาจับจังหวะได้ก็ถีบหน้าท้องพี่อีกคนจนจุกแล้วล้มคะมำจมน้ำไป

และจับพี่อีกคนที่กดเธอก่อนหน้าด้วยเล็บแหลมคมของเธอแล้วกดพี่คนนั้นให้คว่ำหน้าอยู่กับน้ำทะเลจนหน้าของพี่คนนั้นจมมิดอยู่กับผืนทรายใต้ทะเลจนทรายละเอียดเข้าตาเข้าจมูกและเข้าปากของพี่คนนั้น

และภาพนั้นพ่อกับแม่ใหญ่ก็เข้ามาเห็นเข้าพอดี 

พี่ๆต่างแม่พากันฟ้องว่าถูกเธอทำร้ายต่างๆนานา 

และยังแต่งเสริมเข้าไปอีกว่า เวลาที่เธออยู่กับพี่ๆลับหลังพ่อก็จะทำอย่างนี้สม่ำเสมอ แม่ใหญ่จึงลำเลิกว่าพ่อมีเมียน้อยก็ร้ายพอตัวแล้ว แต่นี่ยังปล่อยให้ลูกของเมียน้อยมาทำร้ายลูกๆของเธออีก  

วันนั้นพ่อของเธอจึงโกรธเธอมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป