บทที่ 14 พาเที่ยว 3
เพราะอะไรน่ะเหรอ
ก็เพราะว่าพี่ของเธอคนหนึ่งมันสำออย
พอมันฟ้องพ่อเสร็จมันก็สลบไสลหมดสติไป พ่อจึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกะทันหัน
และเหตุการณ์วันนั้นพ่อของเธอจึงทิ้งเธอกับแม่ไว้ที่ประเทศไทย
เพราะว่าพ่อโกรธเธอมากแล้วพาลโกรธแม่ของเธอด้วย
แม่ของเธอก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญจนเธอต้องนั่งปลอบใจอยู่ทั้งวันทั้งคืนอย่างหงุดหงิดไม่ได้หลับไม่ได้นอน
กว่าแม่จะตั้งตัวได้ก็กินเวลานานเป็นเดือนๆ
ต่อมาไม่นานแม่ได้เจอคนรักคนใหม่
แม่รักผู้ชายคนนั้นมาก
ผู้ชายของแม่ก็รักแม่มาก
รักมากจนเผื่อแผ่มาถึงเธอ
ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอที่สวยโดดเด่นตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว จึงทำให้พ่อเลี้ยงของเธอมักจะมองเธอด้วยความรักแบบแปลกๆ
เธอจึงเริ่มระแวงและระแวดระวัง
แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เธอหวาดกลัวก็เกิดขึ้น
เมื่อพ่อเลี้ยงของเธอพยายามจะเข้าหาเธอ
โชคดีที่เธอระวังตัวเอาไว้อยู่แล้วเป็นอย่างดีจึงไหวตัวทันและหนีออกจากบ้านมาได้
และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
เธอก็ไม่กลับบ้านอีกเลย
เมื่อแม่รู้ความจริงแม่จึงให้เธอเช่าห้องอยู่เองข้างนอกใกล้ๆกับโรงเรียน
และต่อมาไม่นาน
เธอก็ได้ข่าวว่าแม่ของเธอกับพ่อเลี้ยงได้มีลูกด้วยกันและรักกันมากยิ่งขึ้น
เธอจึงปล่อยให้แม่อยู่กับพ่อเลี้ยงไป
ส่วนเธอก็ทำตัวสวยๆเข้าวงการ
ด้วยหน้าตาและรูปร่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และอาศัยเข้าหาคนที่มีเส้นสายมันจึงไม่ใช่เรื่องยาก
พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็อดที่จะนึกถึงเพื่อนของเธอขึ้นมาไม่ได้
เพื่อนของเธอที่ทรยศเธอนั้น
เธอได้รู้จักกันตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาลตอนเรียนอยู่ที่ประเทศจีน
ต่อมาเมื่อเธอเกิดเหตุให้ต้องมาอยู่ประเทศไทยเพื่อนของเธอคนนี้ก็มีเหตุให้ต้องย้ายมาเรียนที่ประเทศไทยด้วยเหมือนกัน
โลกช่างกลมเสียจริง
และการที่เธอได้เข้าวงการส่วนหนึ่งก็มาจากเพื่อนของเธอคนนี้
เพื่อนของเธอมีญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักกับผู้ใหญ่อีกคนที่อยู่วงในอีกทีหนึ่งจึงเป็นอะไรที่ตรงประเด็นสำหรับเธอ
การเป็นดาราก็สนุกดี ได้เงินดีมากๆ
แต่เสียอย่างเดียว
เสือสิงห์เยอะไปหน่อย
ไม่รู้ว่าจะไว้ใจใครดี
หลินหลินนั่งจมอยู่กับอดีตของเธอมาพักใหญ่
ดวงตากลมโตเป็นประกายของเธอเวลานี้ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เธอก็ปรับสีหน้าและแววตาให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะหันหน้ามาทางหยางหยางของเธอ
เธอพบว่าหยางหยางนั่งมองเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"มีอะไรหรือ" หลินหลินถามออกไปเมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องมองมาทางเธอนิ่งงันด้วยสายตาคมกริบพราวเสน่ห์
"เจ้าเป็นอะไร" เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยถามขึ้นจนหลินหลินต้องกระพริบตาปริบๆ
"เปล่านี่" หลินหลินตีหน้ามึนตอบกลับไปเบาๆก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอื้อมมือส่งให้ไปทางหยางหยางพลางเอ่ย
"กลับกันเถอะ"
ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดอีก เขาเพียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะจ้องมองมือเรียวขาวของหญิงสาวนิ่งๆ
คิ้วคมเข้มคล้ายกระบี่ของเขาขมวดเข้าหากันน้อยๆคล้ายกับว่าไม่แน่ใจในการจับมือกันระหว่างเขากับเธอ
หลินหลินเห็นอย่างนั้นจึงยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แคร์
"เป็นอะไร" เธอพูดออกไปขณะยื่นมือเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิดก่อนจะเป็นฝ่ายงัดฝ่ามือของเขาเข้ามากุมเอาไว้ และเป็นฝ่ายจับจูงฝ่ามือเรียวยาวของเขาให้เดินไปตามทาง
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงจะรีบมาคว้ามือของเธอแถมด้วยโอบเอวล่ะมั้ง
ผู้ชายคนนี้ทำเธอเป็นปลื้มจริงๆ
ปลื้มตลอด...
หลินหลินคิดอย่างกรุ้มกริ่มอยู่ในใจ
ชายหาดของท้องทะเลอันสวยงามกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง
ปรากฏร่างระหงงดงามของสตรีนางหนึ่งกำลังเดินทอดน่องด้วยท่วงท่าสวยงาม
ตามด้วยบุรุษรูปร่างสูงโปร่งงามสง่าผู้หนึ่งกำลังเดินตามหญิงสาวอยู่อย่างจำใจ....
ชายหนุ่มผู้นั้นเพียงมองตามร่างระหงงามตานั้นด้วยสายตาคมกริบนุ่มลึกฉายแววหลากหลายอารมณ์
ภาพของสตรีประหลาดนางหนึ่งผู้ซึ่งจับจูงมือของเขาให้เดินตามนางอยู่ในขณะนี้
นางทำกับเขา
คล้ายกับว่าเขาเป็นเพียงเด็กน้อยหลงทาง
ลักษณะของนางบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังหลอกล่อเขา
นางคงกำลังหวังประโยชน์จากตัวเขาไม่ต่างจากสตรีหรือบุคคลทั้งหลายที่พยายามจะเข้าหาเขาอยู่ตลอดเวลา
เพราะว่าเขานั้น คือ หลี่หงจินหยาง
เขา...
ผู้เป็นถึงโอรสสวรรค์ของแผ่นดินใหญ่แห่งอาณาจักรต้า หลี่ที่ยิ่งใหญ่คับฟ้า เขาที่เป็นถึงผู้นำของกลุ่มอิทธิพลมืดที่ใหญ่ที่สุดของยุทธภพ
เขา...ผู้ที่ทั้งโหดเหี้ยม โหดร้าย ทั้งยังเย็นชา
เขา...ผู้ที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง
แต่ยามนี้...
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ถึงเจตนาไม่บริสุทธิ์ของนาง
แต่ทว่าเขากลับทำอะไรไม่ได้
เขาจะทำอย่างไรได้
ในเมื่อเขาเองก็มีประสงค์ที่จะหวังประโยชน์จากนางเช่นเดียวกัน
เดิมทีเขาเพียงนั่งฝึกฝนวิชาของชาวยุทธอยู่ที่น้ำตกแห่งหนึ่งในป่าใหญ่ของเขตแคว้นต้าหลี่
ในวันนั้นเขาพบเจอกับวัตถุประหลาดชนิดหนึ่ง
รูปร่างหน้าตาของเจ้าวัตถุประหลาดนั้นดูอย่างไรก็ให้ความรู้สึกว่าไร้ค่าไร้ราคาค่างวดใดๆ
