บทที่ 5 ต้นเหตุที่บ้านแตกแยก

“ปากดี แต่เอาเข้าจริงๆ ก็แค่ผู้หญิงที่เรียกร้องความสนใจ!” น้ำเสียงเข้มตวาดใส่หญิงสาว

“เลิกพูดจาดูถูกฉันสักทีคุณจิรัฎฐ์ คุณเองก็เหมือนกัน วันๆ มีแต่รังแกผู้หญิง!” เธอยกมือขึ้นดันอกชายหนุ่มออกทั้งที่มือของเขายังคงจับที่ต้นแขนทั้งสองข้างอยู่

“เธอว่าฉัน?” ความโกรธของเขาเริ่มมากขึ้นเมื่อต้องต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาว มารยา! อยู่ต่อหน้าบิดาเขาทำเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่อยู่ลับหลังก็ไม่ต่างจากผู้หญิงปากตลาดสักเท่าไหร่!

“ก็ใช่น่ะสิคะ คิดว่าชมหรือไง”

“ดี! งั้นผมจะทำให้ตกนรกไปพร้อมกับผม”

จิรัฎฐ์ดึงตัวของหญิงสาวขึ้นมาพร้อมกับพาดขึ้นที่บ่าอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวนั้นได้แต่ร้องโวยวายโดยที่ไม่มีใครออกมาสักคน มือเรียวทุบแผ่นหลังของเขาในขณะที่ชายหนุ่มเดินตรงขึ้นไปที่บันได

“ปล่อยนะ คนบ้า!” พาขวัญร้องโวยวายจนกระทั้งชายหนุ่มใช้มืออีกข้างเปิดประตูห้องนอนของเขา

“คนบ้าๆ ชอบรังแกผู้หญิง!”

ตุ๊บ!

พาขวัญถูกโยนลงกับเตียงนุ่มๆ ราคาแพงอย่างแรง สายตาเธอขึงมองด้วยความโกรธ พลางขยับตัวถอยหนีเมื่อรู้ว่าภัยอันตรายใกล้คืบคลานเข้ามาหา

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณลุง!” เธอขู่ฟ่อพลางขยับตัวออกห่างทั้งที่เธอนั้นไม่มีทางจะหนีรอดเขาไปได้

“คุณกล้าฟ้องพ่อผมเหรอ ถ้าผมข่มขืนคุณ” พาขวัญถึงกับสะดุ้งถอยหนีจนสุดปลายเตียงอีกข้าง ครั้นจะลงจากเตียงวิ่งหนีเขายังไงก็ไม่รอดอยู่ดี

“คุณจิรัฎฐ์ อย่ามาพูดจาตลกแบบนี้นะ ฉันขำไม่ออก!”

จิรัฎฐ์มองหญิงสาวที่เหมือนลูกไก่ในกำมือ ครั้นเมื่อเขาจะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด แต่คนอย่างเขาไม่มีทางคลายให้รอดอย่างแน่นอน!

“ใครว่าผมพูดตลก...” ชายหนุ่มขยับขึ้นเตียงมาเรื่อยๆ แต่พาขวัญรีบวิ่งลงจากเตียงอีกด้านเพื่อเอาตัวรอด ดูเหมือนว่าจิรัฎฐ์จะรู้ทัน เขาก้าวลงจากเตียงอย่างไวพร้อมกับเดินเข้าไปดักหน้าพาขวัญทันที

“จะหนีไปไหน!”

น้ำเสียงเข้มตวาดดังจนหญิงสาวสะดุ้งเดินถอยหลังหนีด้วยความกลัว

“คุณอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” พาขวัญเดินถอยหลังจนชิดติดกำแพง ไม่มีทางที่จะหนีเขา

จิรัฎฐ์ยิ้มที่มุมปากอย่างมีชัย เขายกมือข้างขวาขึ้นทาบกับกำแพง สายตาคมก้มมองสำรวจหญิงสาวที่ห่างจากเขาไม่ถึงฟุต ใบหน้าเรียวสวยดูสะอาดเกลี้ยงเกลา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลมโต ยิ่งมองไปนานๆ ยิ่งรู้สึกเผลอใจไปไม่รู้ตัว

“คุณจิรัฎฐ์ถอยออกไปค่ะ”

เสียงหวานเรียกเขางึมงำอยู่ในปาก พลางยกมือขึ้นดันชายหนุ่มออกห่าง

“ทำไมคุณถึงอยากเป็นเมียพ่อผม” เป็นคำถามที่ทำให้หญิงสาวถึงกับเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาทันที ดวงตากลมมองเขาด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงคิดว่าเธอมาอยู่บ้านนี้เพราะอยากเป็นภรรยาของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย

“คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ฉันไม่ได้มาอยู่บ้านนี้เพราะอยากเป็นเมียคุณลุงสักหน่อย”

“ถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ทำไม!”

เขาถามด้วยน้ำเสียงเข้มที่ดูเหมือนจะตวาดใส่เธอด้วยซ้ำ

“ก็...คุณลุงบอกว่าให้ฉันย้ายเข้ามาอยู่...ฉันก็เลย...”

“มาอยู่สินะ” จิรัฎฐ์ตอบแทนหญิงสาวในคำพูดที่ขาดหายไป สายตาคมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความโกรธแทบจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงสาวได้

“แล้ว...เกี่ยวอะไรกับคุณล่ะ”

“เกี่ยวแน่ ถ้าคุณคิดจะมาแทนที่ของแม่ผมละก็...”

จิรัฎฐ์โน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของหญิงสาว พลางชำเลืองมองพาขวัญที่กำลังสั่นขวัญผวาด้วยความกลัว

“ผมจะทำให้คุณเป็นเมียผม!”

หอม...กลิ่นน้ำหอมบางๆ โชยติดที่ปลายจมูกของเขาแทบทำให้ชายหนุ่มลืมความโกรธจนหมดสิ้น

“คุณจิรัฎฐ์!” ดวงตากลมสั่นระริกด้วยความกลัว

“ผมพูดจริง ถ้าผมเห็นคุณอยู่ใกล้พ่อผมเมื่อไหร่ คุณได้เป็นเมียผมแน่” จิรัฎฐ์มองหญิงสาวใกล้ๆ ก่อนที่จะขยับตัวออกห่าง

“คุณ...” ไม่กล้าที่จะพูดต่อเพราะกลัวคำขู่ของชายหนุ่ม พาขวัญได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง

“ออกไปได้แล้ว ผมอยากพักผ่อน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกก่อนจะเดินออกห่างจากเธอ สายตาคมตวัดมองหญิงสาวร่างเล็กที่เดินตรงไปที่ประตูพลางนึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

จิรัฎฐ์เดินมานั่งที่ปลายเตียงก่อนจะเอนตัวนอนลงด้วยความสับสนว้าวุ่นใจ เมื่อกี้เขาทำบ้าอะไรไป! ให้ตายสิ เธอมันปีศาจชัดๆ พาขวัญ!

พาขวัญเดินออกจากห้องของจิรัฎฐ์ด้วยใบหน้าที่แดงเป็นสีลูกพีช คำพูดของเขายังคงติดอยู่ที่หูของเธอ เหมือนเป็นเสียงสะท้อนที่ยังดังก้องในใจของเธออยู่ สองเท้าก้าวยาวเดินออกห่างจากห้องของชายหนุ่มมาจนถึงปลายบันได พลางมองสายแก้วที่เดินขึ้นมา

“คุณพาขวัญจะไปไหนเหรอคะ”

สายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่

“ไปหาคุณลุงค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลุงอยู่ไหนคะ” หญิงสาวตอบกลับพลางยิ้มหวานให้ แต่อีกฝ่ายนั้นกลับมองเธอด้วยสายตาดูแคลน

“คุณผู้ชายไม่ว่างจะพบคุณหรอกค่ะ เพราะว่าทำงานอยู่”

สาวใช้ตรงหน้าตอบอย่างรู้ดี เพราะในใจแอบอิจฉาอยู่รอมๆ ว่าอายุเท่ากัน แต่ทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงโชคดีกว่าเธอเป็นไหนๆ

“ค่ะ”

พาขวัญพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างพลางส่ายหน้าให้กับท่าทางเย่อหยิ่งของสายแก้ว

พาขวัญเดินลงมาชั้นล่างพลางกวาดสายตาหาคนที่อยู่ในบ้าน มีแต่ความว่างเปล่า ช่างเงียบเหงาสำหรับเธอสักเหลือเกิน ไม่เหมือนตอนที่เธออยู่หอพักเลย ถึงแม้จะเงียบแต่ก็ดูอบอุ่นต่างจากที่นี่สิ้นเชิง

“ไอ้แมนนั่นมันของคุณผู้ชายเขา!” เสียงแหบของหญิงสาววัยกลางคนตะโกนขึ้นดังจากห้องครัว ทำให้พาขวัญก้าวเท้ายาวไปตามต้นเสียงที่ดังมา

กลิ่นอาหารหอมโชยมาแตะที่ปลายจมูกของหญิงสาว เธอไม่รีรอที่จะยืนแค่เพียงชมเชยกลิ่นเท่านั้น สองเท้าก้าวตรงไปห้องครัวที่อยู่ในสุดของตัวบ้าน

“ไอ้แมน! เอ็งจะมาช่วยข้าทำหรือจะมาหยิบกินวะ เร็วๆ หน่อย นี่ก็ได้เวลาจะตั้งโต๊ะแล้วโว้ย!” เสียงดังขึ้นต่อเนื่องจนกระทั้งพาขวัญเดินมาถึงหน้าห้องครัวขนาดใหญ่

“โธ่ ป้าก็ฉันหิวนี่”

แมนร้องขึ้นโอดโอยพร้อมเอื้อมมือหยิบแอปเปิ้ลที่ล้างเสร็จขึ้นมาทาน

“แกหิวฉันก็หิวเหมือนกัน มาช่วยๆ กันทำให้เสร็จสิ”

พาขวัญยืนมองอยู่ข้างนอกพลางเดินเข้ามาดูอยู่ริมๆ ของห้องครัว

“ป้า! ทำไมไม่เรียกสายแก้วหลานป้ามาช่วยล่ะ ผู้ชายทำงานแบบนี้เป็นที่ไหน” แมนพูดพร้อมยกมือขึ้นเกาศีรษะ

“เออ...แล้วสายแก้วไปไหนของมันวะ เอ็งไปตามมาช่วยข้าหน่อย ทำคนเดียวแล้วจะเสร็จทันไหมเนี่ย”

พิศสมัยบ่นถึงหลานสาวตัวดีที่หายเงียบไม่ยอมมาช่วยงาน

“งั้นฉันไปตามให้ละกัน ฉันว่าคงไปแอบมองคุณเพลิงอยู่ใกล้ๆ นั่นแหละ แบบนี้ไงป้า” แมนพูดพร้อมกับหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาทานอีกชิ้น ก่อนเดินเข้ามาอ้าแขนออกเตรียมที่จะกอดพิศสมัย

“ไอ้แมน! ไปไปตามสายแก้วมาหาข้า” พูดพลางจ้องเขม็งขู่ด้วยสายตา

“ไปแล้วจ้ะป้า ทำเป็นดุไปได้” แมนหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวทั้งที่มือของเขายังถือผลไม้อยู่ ท่าทางนั้นดูสบายใจไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด พาขวัญเตรียมเดินถอยหลังเพื่อหลบแต่ไม่ทัน จะเดินหนีก็ถูกทักขึ้นเสียก่อน ทำให้พิสมัยที่ทำอาหารอยู่ในห้องครัวเงยหน้าขึ้นมามอง

“อ้าว! คุณพาขวัญมาทำอะไรที่นี่ครับ มีอะไรให้แมนรับใช้ไหมครับ”

“เปล่าค่ะ” พาขวัญยิ้มให้พร้อมกับส่ายหน้า

“ไอ้แมน! ไปตามสายแก้วมาเร็วๆ” เสียงของพิศสมัยยังคงดังออกมาจนแมนต้องขานรับแล้วรีบเดินไปตามสายแก้ว

“ไปแล้วป้า”

พาขวัญยิ้มขำให้กับแมนก่อนที่จะเดินเข้ามาในห้องครัว สายตากวาดมองไปรอบๆ พร้อมเดินเข้ามาหาพิศสมัยที่กำลังล้างผักอยู่

“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นเสียงใส พิศสมัยเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่วันนี้ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง สายตามองสำรวจคนตรงหน้าก่อนจะเชิดเดินหนีออกไปอีกทาง ซึ่งทำให้พาขวัญถึงกับงงว่าตัวเองทำอะไรผิด

“เอ่อ...มีอะไรให้ฉัน...”

“ออกไปดีกว่าค่ะ เดี๋ยวคุณท่านจะดุอิฉันได้” พิศสมัยพูดด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสนใจหญิงสาวตรงหน้า ทั้งที่ในใจของพิศสมัยต่างคิดว่าพาขวัญไปต่างๆ พิศสมัยเดินมาหยิบกระทะเตรียมตั้งเตาเพื่อที่จะทำอาหารมื้อเย็น...

พาขวัญทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกเมิน หญิงสาวเดินถอยหลังออกห่างก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวไป เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนในบ้านถึงต่างไม่ชอบเธอ ทั้งที่เธอยังไม่เคยทำอะไรผิด หรือเพราะว่าทุกคนเข้าใจว่าเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณธัญพิมลต้องเสียชีวิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป