บทที่ 7 คำข่มขู่
“ออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าคุณยังไม่อยากจะต้องตกนรกทั้งเป็น !” มือแกร่งบีบเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง พลางส่งสายตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ฉัน ...ยังไม่ได้หาที่อยู่ ...”
“แปลว่าคุณยังไม่ยอมที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้สินะ”
เขาพูดเสียงต่ำเยือกเย็นจนดูน่ากลัว
“เปล่า ฉันหมายถึงว่า ขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหม ?”
พาขวัญพูดพึมพำเบา ๆ แต่จิรัฎฐ์กลับได้ยินชัดทุกคำ
“ขอเวลา ?” พาขวัญพยักหน้าพร้อมกับสบนัยน์ตาคมอย่างอ้อนวอน
“ทำไมผมต้องให้ ?”
“คือฉันยังไม่ได้เตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าเช่า แล้วก็ยังไม่ได้หาที่อยู่ใหม่...”
“ผมจะให้เงินคุณและออกไปจากชีวิตครอบครัวของผมซะ รวมทั้งไปหางานทำใหม่ด้วย” จิรัฎฐ์ค่อย ๆ คลายมือออกจาต้นแขนของหญิงสาว ทว่าพาขวัญกลับมองเขาด้วยความโกรธและขุ่นเคือง
“ฉัน...ฉันไม่ต้องการเงินจากคุณ” หญิงสาวตอบกลับอย่างรวดเร็ว แบบนี้ก็ไม่ต่างจากเอาเงินฟาดใส่หัวเธอเลย คนใจร้าย...
“คงต้องเป็นเงินจากพ่อผมสินะ ผมถามจริงเถอะ คุณอยากเป็นเมียพ่อผมมากนักหรือไง หรือว่า รสนิยม...”
เผียะ !
ใบหน้าคมเข้มของจิรัฎฐ์หันไปอีกข้างตามแรงตบ ที่หญิงสาวฟาดฝ่ามือลงที่ใบหน้าเขา เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาที่โกรธ
“เลิกพูดจาดูถูกฉันสักที ! คุณเองมีแต่คิดเรื่องสกปรก ต่ำช้า !”
“ฮึ ! ใครกันแน่ที่คิด !”
จิรัฎฐ์เดินเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของหญิงสาวติดชิดกับกับแพง ใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นของเขาจรดลงที่หน้าผากของเธอ พาขวัญรีบขยับใบหน้าออกห่างจนแก้มเนียนใสของเธอชิดติดกับกำแพง
“คุณจิรัฎฐ์ ออกไปค่ะ ...” พาขวัญขยับตัวยกมือผลักออกห่างพร้อมเงยหน้าขึ้นสบสายตาของชายหนุ่ม
“ทำไม ? กลัวเหรอไง ผมคิดว่าผู้หญิงอย่างคุณไม่น่ากลัวแต่น่าจะชอบมากกว่า จริงไหม ?” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามพลางแสยะยิ้มที่มุมปากสายตาก้มลงจ้องเนินอกอวบอิ่มที่ล้นออกมาจากผ้าขนหนู พาขวัญรีบยกมือขึ้นปกปิดเนินอกของเธออย่างทันที
“คุณอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ”
เธอพูดเสียงสั่นพลางขยับตัวออกห่างจากเขา ทั้งที่รู้อยู่ว่าขยับมากหลบแค่ไหนก็อยู่ที่เดิม ในเมื่อเขาต้อนเธอจนมุมขนาดนี้
“คุณคิดว่าผมจะทำอะไร” ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างต้นหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น พาขวัญได้แต่ก้มหน้าหลีกไม่สบนัยน์ตาคม ใบหน้าของเธอผ่าวร้อนขึ้นด้วยความอายที่ต้องถูกชายหนุ่มจ้องใกล้มากขนาดนี้
“ร่างกายของคุณสกปรกเกินกว่าที่ผมจะแตะต้อง”
เหมือนน้ำเย็นสาดเข้าที่ใบหน้าของเธอเต็ม ๆ ความรู้สึกเจ็บและชาไปทั่วใบหน้า หญิงสาวปรายตามองชายหนุ่มที่พูดจาดูถูกเธอไม่เว้นแต่ละคำ
จิรัฎฐ์แสยะยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนจะผละตัวออกจากหญิงสาวพร้อมหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พาขวัญมองแผ่นหลังเขาที่เดินห่างออกไปด้วยความเจ็บปวด เขาเกลียดเธอทั้งที่เธอยังไม่ทำความผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ... เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าสักหน่อย ทำไมต้องพูดจารุนแรงกับเธอแบบนี้
พาขวัญทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง หยดน้ำตาใส ๆ ไหลรินอาบที่แก้มเนียนสวยของเธอ เสียงร้องสะอื้นดังขึ้นออกมาเป็นระยะ เป็นครั้งแรกที่เธอถูกดูถูกจนรู้สึกไม่มีค่า เป็นครั้งแรกที่เขาทำให้เธอเกลียดได้มากขนาดนี้ มือเรียวสวยยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวก ๆ พร้อมกับค่อยๆ พยุงร่างกายที่อ่อนล้าขึ้นเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบชุดนอนสวมใส่แล้วเดินไปที่เตียงทั้งที่ยังมีคราบน้ำตา
ต่อให้เตียงนั้นนอนนิ่มสักแค่ไหน เธอก็ไม่อุ่นใจมากไปกว่าที่แคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่ใช่ที่แบบนี้ ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ...
จิรัฎฐ์เดินเข้ามาภายในห้องด้วยความรู้สึกมากมายที่แทรกซึมเข้ามาในใจของเขา ทั้งโกรธทั้งเกลียดและหวั่นไหว ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ปลายเตียงพลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ดูเหนื่อยแต่คงไม่ใช่เรื่องงาน ทำไมต้องอยากเป็นเมียน้อยของบิดาเขานักหนา เขาไม่เข้าใจเลย
“โธ่เว้ย ! เป็นอะไรไปวะไอ้เพลิง !” ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ เขาโน้มตัวลงมาก่อนจะใช้ฝ่ามือรองรับใบหน้าคมเข้มของเขาไว้ เสียงถอนหายใจอย่างหนักออกมาติดต่อกันหลายครั้ง
ไม่ว่าเขาจะทำยังไง วิธีไหน เขาไม่มีวันให้เธออยู่ใกล้บิดาของเขาเป็นอันขาด ให้เงินแล้วก็ยังไม่ไป คิดจะกอบกุมเงินทั้งหมดอย่าหวังไปเลย เพราะเขาไม่มีวันที่จะให้อย่างแน่นอน
เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาพบพาขวัญตอนที่เธอมาบริษัทเขาติดต่อหาบิดาของเขาทันที ตอนนั้นเองซึ่งเป็นที่แปลกใจสำหรับเขา เพราะว่าบิดาเขาไม่เคยยุ่งกับเด็กสาวคนไหนเลยแม้แต่น้อย แต่นี่ถึงกับให้มาพบมาหาที่ทำงาน และช่วงหลังๆ มีสั่งให้คนขับรถไปรับส่งหญิงสาวเพื่อซื้อของ ถ้าไม่ใช่เมียน้อยแล้วจะเรียกว่าอะไร...
เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เสแสร้งไปวัน ๆ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูเข้าไปด้วย
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แทบจะไม่มีคำว่าความสุขอยู่ในหัวของพาขวัญเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่เช้ามาเธอก็เจอกับจิรัฎฐ์ที่เอาแต่มองหน้าเธอด้วยสายตาดุทั้งยังพยายามหาทางกันเธอให้ออกห่างจากหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ตลอดเวลา ความเป็นส่วนตัวของเธอเริ่มหมดไปทุกที
ชายหนุ่มสั่งให้เธออยู่แต่ในห้องทำงานของเขาทั้งวัน อีกทั้งยังเอ่ยปากขอหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยเขาสลับกับเลขาคนปัจจุบันของเขา จนตอนนี้เธอได้แต่นั่งเฉยๆ มองหน้าเขาด้วยความหงุดหงิดใจ ไม่เข้าใจเหตุผลของเขาเลยสักนิด
“คุณจิรัฎฐ์คะ คุณทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือไงคะ” พาขวัญทนความอึดอัดไม่ไหวจำต้องเอ่ยปากถามเขา
“ผมทำเกินไปยังไง ?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พลางละสายตาจากหนังสือที่อ่านขึ้นมามองเธอ
“ก็คุณเปลี่ยนฉันมาทำงานกับคุณ...”
“ดีซะอีก ผมจะได้กันคุณให้อยู่ห่างจากพ่อผม”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับวางหนังสือลงบนโต๊ะ
“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ” หญิงสาวพึมพำว่าชายหนุ่มเบาๆ ทั้งที่ในใจยังนึกเสียใจกับคำพูดที่เขาพูดจาดูถูกเธอเมื่อวานอยู่
“ในเมื่อคุณเลือกที่จะอยู่ที่นี่ ผมจำเป็นต้องทำ”
พาขวัญเบ้หน้ามองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ พลางถอนหายใจออกมาเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟา แต่ทว่าชายหนุ่มกลับทักเธอขึ้นเสียก่อน
“คุณจะไปไหน ?”
หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่
“เดินเล่นค่ะ ฉันนั่งจนเหน็บกินไปหมดแล้ว” จิรัฎฐ์มองหญิงสาวเดินออกจากห้องไป ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินไปเก็บหนังสือที่ตู้ พลางชำเลืองมองนาฬิกาข้างผนัง บ่ายสามโมงกว่า ๆ แล้ว ไม่น่าหญิงสาวถึงเริ่มเบื่อเพราะเขาเองก็เบื่อที่อยู่ในห้องนี้ทั้งวันเช่นกัน
