บทที่ 7 สาเหตุมาจาก

ภายในห้องเอกสารที่ยุ่งเหยิงสุวาน สุวรรณเลขาพร้อมทั้งข้ารับใช้คนดีที่กำลังช่วยกันรื้อค้นหาสาเหตุที่ราชายมราชเป็นแบบนี้ เพราะนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ หากท่านป่วยไข้ก็จะสะเทือนไปทั่วนรกในทุกส่วน ท่านยังไม่มีมเหสี ทายาทก็ยังไม่มี ไม่สามารถส่งต่อการดูแลที่แห่งนี้ให้กับสายตรงได้ อีกทั้งน้องชายของท่านก็หนีหายไปบนโลกมนุษย์ยังตามหาตัวไม่เจอได้แต่ส่งยมทูตที่สามารถเข้าออกโลกมนุษย์กับนรกได้ให้คอยตามหาก็เท่านั้น

“ทำไมหนังสือในนรกนี่มันเยอะจังเลยเจ้าคะ ท่านสุวาน ท่านสุวรรณ” ข้ารับใช้คนดีบ่นกระปอดกระแปดเก็บเรียบเรียงเอกสารที่ทั้งสองเลขาค้นหาแล้วทิ้งขว้างไว้ไม่ยอมเก็บเข้าที่

“เจ้ามีหน้าที่เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยเหมือนเดิมก็พอ หากท่านยมหายดีแล้วกลับมาไม่เรียบร้อยล่ะก็ คงส่งเจ้าไปว่ายน้ำเล่นในกระทะทองแดงแน่นอน” คะ แค่เก็บไม่เรียบร้อยเอง ถึงกับต้องส่งไปออกกำลังกายในสถานที่โหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ

“ว่าแต่ ทำไมท่านยมถึงห้ามป่วยเหรอเจ้าคะ”

“ถ้าป่วยนั่นก็หมายความว่าอาคมของท่านอ่อนกำลังลงน่ะสิ อย่าลืมว่าที่นี่เป็นนรกมีทั้งวิญญาณร้าย วิญญาณอาฆาต และวิญญาณแค้นไม่เลือกหน้าอยู่นะ บนโลกมนุษย์มีคำที่ว่าก่อนจะโทษตัวเองให้ลองโทษคนอื่นดูก่อนใช่ไหมนะ นั่นแหละพวกนั้นมันจ้องจะทำแบบนั้นเพราะเมื่อลงมาที่นรกแล้วก็ทำได้แต่ก้มหน้าชดใช้กรรมไงล่ะ มันทั้งทุกข์ทรมาน ทั้งเจ็บปวดหัวใจ และไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดไม่ใช่หรือไง”

“อีกอย่างต่อให้เป็นวิญญาณแต่สันดานตอนเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้หายไปหรอกนะ ยิ่งพวกที่ชอบท้าทายผู้แข็งแกร่งอย่างไม่เจียมตัวก็มีอยู่เยอะมากเลยล่ะ ท่านยมแม้ดูโหดร้ายแต่ท่านก็ไม่ถือสาแถมยังเมตตาต่อวิญญาณบาปเหล่านั้นด้วย เพราะไม่ว่าอย่างไรเมื่อไปเกิดแล้วก็เท่ากับรีเซตทุกอย่างไงล่ะจะเอามาเจ็บแค้นมันก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

ที่ท่านสุวานพูดมามันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ดูท่าแล้ววิญญาณพวกนี้คงจะรอให้ราชายมราชอ่อนกำลังลงจริง ๆ สินะ

“แต่จะว่ายังไงล่ะ ต่อให้อยากโค่นท่านยังไงแต่บัลลังก์ก็เลือกนายของตนเองอยู่ดี”

“หากเป็นแบบนั้นนรกคงวุ่นวายน่าดู”

“ก็ใช่สิ แล้วที่นี่สัตว์นรกเยอะจะตายไปมากกว่าผู้คุมที่คอยทรมานให้ชดใช้กรรมเสียอีก ขนาดบนโลกมนุษย์คนหนึ่งคนยังดูแลคนจำนวนมากอย่างทั่วถึงไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้อาคมของท่านยมคิดว่าผู้คุมพวกนั้นจะเอาอยู่จริง ๆ เหรอ ขนาดมีอาคมอันแรงกล้าพวกวิญญาณบาปยังกล้าท้าทายเลย”

“โห มีวิญญาณกล้าท้าทายท่านยมด้วยเหรอเจ้าคะ ตอนที่ท่านวินิจฉัยกรรมดูน่าเกรงขามมากเลยนะเจ้าคะ”

“ก็พวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงยังไงล่ะ เอาล่ะ เจ้ารีบ ๆ เรียงซะพวกข้าต้องใช้สมาธิหานะ”

“เจ้าค่ะ ๆ ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงใส่เลย” ตอนที่หายตัวมาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ตอนที่เดินออกไปรับเครื่องดื่มมาให้ทั้งสองท่าน คนดีได้เห็นสถานที่รับกรรมที่น่ากลัวมาก ตนไม่รู้เลยว่าหากจบสิ้นจากการเป็นข้ารับใช้ชั่วคราวแล้วตนจะถูกส่งไปยังที่ทรมานขุมไหน พอคิดแล้วก็เศร้าใจหวนนึกไปถึงว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นอกจากโกหกแล้วตนได้ทำบาปกรรมอะไรอีกหรือเปล่านะ

“ท่านสุวาน ท่านสุวรรณเจ้าคะ ถ้า ถ้าทำบาปโดยไม่รู้ตัว จะได้รับโทษหนักหรือเปล่าเจ้าคะ”

“ที่แห่งนี้ไม่มีหรอกนะคำว่าผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด” คนดีก้มหน้ากลืนน้ำลงคออย่างหวาดหวั่น ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอได้ถูกใครหลอกใช้ไปหรือเปล่านะ “เราดูกันที่เจตนาน่ะ ต่อให้เจ้าฆ่าคนแล้วอ้างว่าถูกบังคับแต่สุดท้ายเจ้าก็รู้ตัวไม่ใช่เหรอว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“เจ้าค่ะ”

“อย่าบอกนะว่าไปฆ่าใครตายขึ้นมาจริง ๆ น่ะ”

“มะ ไม่ใช่นะเจ้าคะ”

“ไม่ต้องกังวลหรอก ข้าดูจากไอความตายรอบตัวเจ้าแล้วคงไม่ได้ทำบาปหนักหนาอะไร เผลอ ๆ จะถูกตัดสินให้ไปใช้กรรมอยู่ที่นรกชั้นบนเสียมากกว่า” ตอนที่ตนตายใหม่ ๆ ตนเคยสัมผัสนรกชั้นบนมาแล้ว แต่ก็เพียงเวลาครู่เดียวเท่านั้น ในตอนนั้นตนเข้าใจเพียงแค่กำลังฝันเพราะนรกชั้นบนเสมือนโลกมนุษย์จริง ๆ ทำให้ตนไม่คิดว่าสถานที่ที่ถูกส่งมาคือนรกเลยทำให้วางใจ แต่จะว่าไปตนก็ถูกส่งมาวินิจฉัยกรรมเร็วเหมือนกันนะเนี่ย

“ว่าแต่จำได้ไหมว่าเป็นอะไรตาย” แม้จะมีอยู่บ้างที่วิญญาณจะรับรู้ว่าตัวเองตายยังไง แต่ก็ยังมีวิญญาณบางส่วนที่ไม่รับรู้

“จำไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เท่าที่พอจะนึกออกก็น่าจะเพราะไปหาออมที่บ้านหลังน้อยจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ” อืมมันมีอะไรหรือเปล่านะ แต่เอาไว้ก่อนค่อยว่ากันเพราะตอนนี้อาการของราชายมราชสำคัญที่สุด

• • • • •

“อึก” จะ เจ็บ เจ็บปากหมดแล้ว!

เนิ่นนานเป็นชั่วโมงแล้วที่วิญญาณสาวประกบปากจูบกับราชายมราชอยู่อย่างนั้น ด้วยเพราะตนถูกท่านยมล็อกเอวบางเอาไว้ ทว่ายิ่งจูบก็ยิ่งใกล้หมดแรงลงเรื่อย ๆ คล้ายว่าถูกดูดพลังงานไปโดยที่ตนไม่ยินยอมมอบให้ แน่นอนตนยินดีจูบท่าน ยินดีมอบจูบแสนหวานหากท่านต้องการ เพียงแต่ นี่มันเหมือนกับไม่ใช่จูบแต่ถูกดูดพลังวิญญาณไปเสียมากกว่า วิญญาณสาวเริ่มรู้สึกไม่ดีเท่าที่ควร แม้ความจริงที่ว่าตนเป็นฝ่ายตะครุบท่านยมก่อนก็ตาม

“ทะ ท่าน” พยายามดันอกท่านยมออก ทว่าตนกลับไร้เรี่ยวแรงต่างจากคราวแรกมาก ไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ นี่เกิดเหตุผิดพลาดบางประการหรือเปล่า ทำไมตนถึงกลายเป็นแบบนี้ วิญญาณสาวลดสายตามองแขนเรียวของตนที่วางอยู่บนอกท่านยม ในตอนนี้ร่างตนกำลังใกล้จะโปร่งแสงเต็มทน ไม่เหมือนตอนแรกที่ดูมีเนื้อมีหนังอีกทั้งยังดูดผอมซีดจนน่ากลัว

ไม่สิ เป็นแบบนี้ไม่ได้นะ วิญญาณสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา ร่างบางสั่นทั้งร่างรู้สึกว่าไม่น่าตะครุบจูบท่านเพราะเห็นแก่ความหล่อของท่านเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน ในตอนนี้สมองตนคิดเพียงแค่ตนกำลังจะสลายหายไปไม่ใช่หรือ

วูบ~

“เฮ้ย! / เฮ้ย!” สุวาน สุวรรณเลขาปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อพบสาเหตุแล้วว่าราชายมราชเป็นอะไร ทว่ากลับเกิดเหตุไม่คาดฝันภาพที่เห็นตรงหน้าคือวิญญาณสาวกำลังถูกดูดวิญญาณ หากมาช้ากว่านี้หรือห้ามไม่ทันมีหวังได้สลายหายไปไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่!

“กะ เกิดอะไรขึ้น” ข้ารับใช้คนดีเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ก่อนไปเพื่อนยังดูดเปล่งปลั่งมีเนื้อหนัง แต่ตอนนี้กลับซูบผอมเนื้อหุ้มกระดูก และเริ่มโปร่งแสงจนคล้ายกับว่าพร้อมจะสลายหายไปในทันที

“ปะ ไปแยกออกมาเร็ว” สองเลขายัดเอกสารสำคัญใส่มือข้ารับใช้คนดี จากนั้นก็พากันวิ่งไปยืนข้างตั่งต่างท่องอาคมให้ราชายมราชฟื้นคืนสติ ใช้พลังไปมากมายเริ่มเหนื่อยหอบแต่ท่านก็ยังไม่มีสติขึ้นเลย แย่แล้วสิ หากเป็นแบบนี้วิญญาณอารีย์อาจหายไปตลอดกาลเลยก็ได้

“อึก โอ๊ย จะ เจ็บ เจ็บจังเลย ฮึก” วิญญาณอารีย์เริ่มทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น รับรู้ถึงความเจ็บไปถึงกระดูก ปวดแสบปวดร้อนจนน้ำตาตก ไม่น่าเลย เพราะความหื่นแท้ ๆ

“ท่านสุวาน ท่านสุวรรณ สู้ ๆ นะเจ้าคะ ช่วยนังตัวดีให้ได้นะ!”

เพราะไม่รู้ว่าตนจะมีประโยชน์อะไร อีกทั้งไม่อยากเห็นเพื่อนที่รักเพียงตนเดียวหายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ทว่าทั้งสองท่านก็ดูเหนื่อยล้า คล้ายกลับว่าใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีใส่ลงไปในคาถาอาคมให้ราชายมราชฟื้นคืนสติขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะใส่ไปมากแค่ไหนก็ไร้ซึ่งความหวัง ทั้งสองท่านก็คล้ายจะดูตกอยู่ในอันตรายขึ้นเหมือนกัน

ทำไงดี น่ากลัวเกินไปแล้ว

วิญญาณอารีย์เองก็เช่นกันเพิ่งมาคิดว่าไม่ควรหื่นใส่ผู้เป็นใหญ่แบบนี้ ก็ตนไม่รู้นี่นาว่ามันจะเป็นแบบนี้ ตนแค่รู้สึกชอบคนหล่อ และท่านก็ดูใจดีกับตนเสมอมาแม้จะปากแข็งอยู่บ้างแต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ตลอดเวลาที่ได้รับใช้ท่านแม้จะไม่ได้ใกล้ชิด แต่ก็อยู่ในสายตาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำยังไงดี ตนไม่อยากสลายไปอย่างนี้เลย ตนยังอยากเห็นหน้าหล่อ ๆ และความใหญ่โตที่พองอยู่เนินร่องสาวของตนอยู่นะ

หรือไม่

หรือไม่ก็

ขอตนได้เห็นก่อนสลายไปได้ไหมว่าสิ่งนั้นของคนหล่อระดับสตาร์มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน!

ไม่ได้หรือ~

วูบ~

ตุบ!

“แค่ก ๆ” อ่า ระ รอด รอดแล้ว

“โอ๊ย ให้ตายเถอะ สร้างแต่ปัญหาจริง ๆ เลยนะมึง... กะ แกเนี่ย” ข้ารับใช้คนดีรับวิ่งเข้ามาหาเพื่อนที่นอนรวยรินอยู่ข้างตั่ง ส่วนเลขาทั้งสองก็ทรุดฮวบลงอย่างหมดแรง

“ทำไมเป็นงี้ไปได้” วิญญาณอารีย์ที่ตอนนี้โปร่งแสงจนน่ากลัวแล้ว กวาดสายตามองผู้ที่จ้องมาทางตนทั้งสาม พลางกลืนน้ำลายลงคอ ตนจะกล้าพูดได้ยังไงว่าสาเหตุมันมาจากที่ตนหื่นอยากลิ้มรสจูบของผู้เป็นใหญ่น่ะ

“คะ คือ” แต่ที่นี่โกหกไม่ได้ใช่ไหมนะ?

“ฉะ ฉันแค่อยากเห็นเขี้ยวท่านยมใกล้ ๆ แต่ว่าทะ ท่านยมหล่อมากเกินไป ฉะ ฉันก็เลย...” (//▽//)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป