บทที่ 1 บทไม่มีชื่อ
ลัมโบร์กินีเปิดประทุนสีเงินแล่นช้าเคียงคู่รถเมล์อย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะโยกหลบเพื่อเปิดทางให้อีโคคาร์สีม่วงคริสตัลไลแลคที่พุ่งแทรกกลางเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาเกรงว่ารถเล็กนั่นจะเฉี่ยวกระจกข้างของตัวเอง
“โธ่เว้ย...ขับรถภาษาอะไรวะเนี่ย”
เจ้าของรถสุดหรูสบถอย่างหัวเสีย ก่อนเอื้อมเปลี่ยนเกียร์ เร่งเครื่องขึ้นมาประชิดรถคันต้นเหตุ สายตาเขาเฉียบคม เต็มไปด้วยความไม่พอใจ รอยยิ้มเจื่อนของคนขับรถเล็กไม่ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้นแม้แต่น้อย
“เด็กบ้า ซื้อใบขับขี่มารึไงวะ?”
เขากระแทกคำอย่างหงุดหงิด ก่อนเร่งเครื่องทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่น จนกระทั่งมาจอดหน้าตึกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง คอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เมฆินทร์ อาศิรวิษ นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ปี ผู้บริหารใหญ่แห่งคอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป เริ่มต้นธุรกิจจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ตอนบน ก่อนขยายไปสู่บ้านสไตล์โมเดิร์นทั่วประเทศกว่า 20 โครงการ โดยเน้นความหลากหลายและออกแบบให้ตรงใจลูกบ้าน
เขาคือผู้บริหารวิสัยทัศน์ไกล ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ควบคู่กับบริการทันสมัย การออกแบบภายใต้แบรนด์คอบบร้าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมหลายแขนงเข้าด้วยกันจนเกิดเป็น “Cobra Style” จุดขายที่ชัดเจนและแตกต่าง สร้างมูลค่าให้แต่ละโครงการโดดเด่นไม่เหมือนใคร วันนี้ คอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้ ภายใต้การนำของเมฆินทร์ ถือเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองมากที่สุด
เสียงประตูฝั่งคนขับของลัมโบร์กินีเปิดออก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม แม้ใบหน้าคมเข้มจะดูเคร่งขรึม แต่ก็น่ามองจนยากจะละสายตา เขาเดินฉับๆ ไปยังลิฟต์ส่วนตัว โดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองเหล่าพนักงานที่ลุกขึ้นยืนทักทายด้วยความเคารพ
“เมฆขา...”
น้ำเสียงหวานร้องเรียกดังจากข้างหลังทำให้เขาชะงักก้าวเดินเพื่อหันไปมองเจ้าของเสียงพร้อมกับถอนใจยาว สีหน้ายุ่งยากใจ เบื่อหน่ายเมื่อเห็นเจ้าของร่างระหงถนัดตา และก่อนจะได้ทักทายกันหญิงสาวก็ยื่นแขนมาคล้องแขนเขาราวกับจะประกาศถึงความสนิทสนม
“ดีใจจังที่ได้เจอเมฆ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานและส่งยิ้มเปิดเผย
“คุณมีธุระอะไรกับผมอย่างนั้นรึ”เขาพยายามเก็บความรู้สึกหงุดหงิดพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
“แหมเมฆละก็ ทำไมจะต้องมีธุระอะไรด้วยล่ะ พิมพ์แค่อยากมาหาเมฆเฉยๆ ไม่ได้เหรอคะ” เธอชม้ายปรายตาอย่างมีจริตมองเขา
“คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในเวลาทำงาน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจ
“คุณพูดอย่างกับพิมพ์เป็นคนอื่น” พิมพ์พจีเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดแต่ไม่ยอมคลายมือที่เกี่ยวต้นแขนเขาไว้
“สำหรับผม คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานที่นี่ก็คือคนนอกทั้งนั้นแหละครับ”
เมฆินทร์ปลดมือคู่เล็กที่แต่งเล็บสีแดงเข้ม สีเดียวกับริมฝีปากของพิมพ์พจีออกจากต้นแขนเป็นจังหวะที่ประตูลิฟต์เปิดพอดีเขาจึงถือโอกาสผละจากเธอทันที และเมื่อถึงห้องทำงาน เอกสารหลายฉบับวางกองอยู่บนโต๊ะรอให้เขาอ่านและพิจารณา เมฆินทร์หยิบแฟ้มสีดำที่วางอยู่ด้านบนสุดเปิดออก กวาดสายตามองเอกสารแสดงความจำนงสมัครงานไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงเอกสารที่มีรูปขนาดหนึ่งนิ้วของหญิงสาวที่เขาจำได้ว่าเพิ่งพบกันเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ที่สำคัญเธอคือต้นเหตุทำให้เขาหงุดหงิดแต่เช้าและยิ่งเกิดโทสะเมื่อรู้ว่าเธอคือ
“ธาราริน วิษณุพงศ์”
ดวงตาดุดันเปล่งประกายตากร้าวพร้อมกับน้ำเสียงขุ่นเอ่ยลอดไรฟัน คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเหนือดั้งจมูกโด่งขึ้นสันเมื่อเขากวาดสายตามองไปตามตัวอักษรบรรยายคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาของหญิงสาวที่เขียนไว้ในใบสมัครงาน ริมฝีปากขยับโค้งในลักษณะแสยะยิ้มน่าสะพรึง หากมีเขี้ยวโง้งยาวโผล่ออกมาให้เห็นแล้วละก็ ผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจสุดหล่อในภาพยนตร์ต่างประเทศเลยทีเดียว
ใบสมัคงานติดรูปถ่ายมุมขวามือถูกยกขึ้นในระดับสายตาเพื่อพิจารณาอย่างละเอียด ดวงหน้างดงามของสาวในรูปไม่สะดุดสายตาเท่านามสกุลของเธอ ความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ก้นบึ้งหัวใจไหลย้อนกลับมาในห้วงความคำนึงอย่างรวดเร็วราวสายน้ำไหลบ่าจากเทือกเขา เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกือบลืมไปแล้วถ้าหญิงสาวจะไม่กลับมากวนตะกอนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวขึ้นอีกครั้ง
‘พี่เมฆขา น้ำรินคิดถึงพี่เมฆม้ากมาก พี่เมฆคิดถึงน้ำรินไหมคะ’
น้ำเสียงประจบออดอ้อนของเด็กหญิงธารารินในอดีตยังก้องอยู่ในความทรงจำของเขาไม่รู้ลืม วงหน้าเรียวรีรูปไข่ของสาวน้อยวัยสิบขวบที่ชอบส่ายสายตามองหาเขาทุกครั้งที่เขาไปหาปิ่นลดาพี่สาวของเธอในวันที่ธารารินมาค้างบ้านวิษณุพงศ์ เพราะโดยปกติเด็กหญิงจะอาศัยอยู่กับตายายและจะมาค้างที่บ้านบิดากับพี่สาวในบางครั้งของวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น
ภาพนั้นยังอยู่ในความทรงจำเขา เสียงใสช่างออดอ้อนขอให้เขาพาเที่ยวยังก้องอยู่ในความรู้สึก แขนคู่เล็กเกาะก่ายต้นแขนเขาแน่น ปลายจมูกเรียวรั้นชอบยื่นเข้ามาหอมแก้มสากพร้อมรอยยิ้มประดับบนริมฝีปากอิ่มแย้มเยือนยามเด็กหญิงน้ำรินยินดี ความจริงครอบครัวอาศิรวิษของเขากับวิษณุพงศ์ของเธอคงมีสัมพันธภาพไม่เปลี่ยนแปลงหากไม่มีเรื่องราวบาดหมางใด ๆ เกิดขึ้นในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะ...
ความแค้นฝังแน่นพุ่งพรวดขึ้นจู่โจมหัวใจของเขาอีกครั้งแค่เพียงคิดถึง เมฆินทร์กัดฟัน คิ้วขมวดมุ่นอย่างสะกดอารมณ์ “คุณปานรวี เชิญพบผมที่ห้องด่วน”
