บทที่ 13 Ep.13

“ไม่ ไม่ ได้โปรด...น้ำเจ็บ กรุณาปล่อยน้ำเถอะนะคะ” เธอยังพยายามผลักอกกว้าง ดวงตาหวานเปียกชุ่มตื่นกลัวแม้จะยอมรับกับตัวเองว่าเริ่มรู้สึกหวั่นไหวไปกับสัมผัสเล้าโลมที่เขาจงใจหยอกเย้า

“อย่าดิ้นสิน้ำริน มันจะทำให้เธอยิ่งเจ็บ เรามาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปแล้ว อยู่นิ่ง ๆ เชื่อใจฉันปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของฉัน” เสียงทุ้มปลุกปลอบเบา ๆ

เธอขบริมฝีปากตัวเองแน่นจนรู้รสเลือดไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะความเจ็บที่ได้รับทำให้ใบหน้านวลซีดเผือด ยิ่งเขาค่อย ๆ ขยับเธอก็ยิ่งสะดุ้งเมื่อรู้สึกเจ็บหากมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างอ่อนโยนเหมือนจะปลอบประโลมกับริมฝีปากร้อนที่แตะแต้มซุกไซ้ไปทั่วลำคอหอมที่ไวต่อความรู้สึกทำให้เธอสะท้านทุกครั้งที่ริมฝีปากอุ่นโลมไล้ ปลายลิ้นร้อนสอดลึกหยอกเย้ากับใบหูจนเธอครางฮือ ดูเหมือนเขาจะเชี่ยวชาญในการล่อหลอกให้เธอหลงลืมการต่อต้าน ฝ่ามือข้างหนึ่งของเขายกประคองใบหน้าเธอไว้ ยามสบมองดวงตาคมที่ประกาศชัดถึงเจตนารมณ์ของเขา หัวใจเธอเริ่มเต้นรั่วด้วยความรู้สึกแปลก ๆ

เมฆินทร์อมยิ้มกริ่มมุมริมฝีปากเมื่อเห็นเธอสูดลมหายใจสะอื้นอย่างแรง ประกายตาคู่นั้นแม้จะดูตระหนกแต่กลับแฝงความอยากรู้อยากเห็นไว้อย่างปิดไม่มิด เขาพยายามควบคุมความต้องการของตนเองไว้อย่างสุดความสามารถเพราะไม่อยากทำให้เธอเจ็บไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ริมฝีปากหยักบดจูบหนักหน่วงรุกเร้าให้เธอแย้มริมฝีปากเปิดรับเรียวลิ้นที่ค่อย ๆ แทรกเข้าไปตวัดโลมไล้ เหนี่ยวรั้งให้เธอสนองตอบ

ประสบการณ์ที่มากกว่าทำให้เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถปลุกเร้าให้อารมณ์ของเธอเตลิดตามเขาไปสุดหล้าฟ้าเขียวได้ไม่ยากเย็นเลย ความหวานจากกลีบปากละมุนและทรงอกอวบหยุ่นที่เบียดบดอยู่ใต้ร่างปลุกกระตุ้นให้เขาแทบคลั่ง ความซ่านเสียวกำลังไหลเวียนลงสู่กลางกายที่ถูกเธอโอบรัดไว้แน่นจนเต้นตุ้บ ๆ เขาป่ายปะลากริมฝีปากเอื่อยเรื่อยลงมาจนถึงปทุมถันขาวนวลทั้งสองข้างอดที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเก็บเกี่ยวความหอมแห่งวัยสาวสะพรั่งของเธอไว้จนชุ่มปอดก่อนจะแวะหยอกเอินยั่วเย้าทักทายยอดบัวตูมทั้งคู่ชนิดไม่ยอมให้น้อยหน้ากัน

สัมผัสของเขาทำให้เธอรู้สึกเลือนรางลบลืมความเจ็บปวดลงได้บ้าง ความซาบซ่านแปลก ๆ กำลังโจมตีให้เธอต้องค่อย ๆ ขยับกายตอบโต้อย่างคนที่ควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้ ทรวงอกเต็มตึงเบียดไถแนบชิดอกแกร่งเพื่อบรรเทาอาการทุรนทุรายอันเกิดจากริมฝีปากและฝ่ามือของเขา

ฮึ...ผู้หญิง

รอยยิ้มหยันปนไปกับความโล่งใจปรากฏบนริมฝีปากโค้งเมื่อเธอเริ่มขยับโยกย้ายตอบรับความแข็งแกร่งของเขาเนิบช้า ใบหน้าหวานแหงนเงยเปิดทางให้ริมฝีปากอุ่นซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นแห่งวัยสาวด้วยความลำพอง เขาเพิ่งค้นพบว่าจุดอ่อนสำคัญของร่างบางอยู่ที่ต้นคอระหงเมื่อจมูกโด่งแตะแต้มสัมผัสแผ่วลากไล้บางเบาไปทั่ว ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นกอบกุมนวลเนื้อข้างหนึ่งบรรจงบีบคลึงเบา ๆ และสะกิดทักทายด้วยปลายนิ้วหัวแม่มืออย่างจงใจเรียกร้องกระทั่งอกอวบอัดต้องเบียดกระแซะอกกว้างเสียดสีเย้ายวนเพลิดไปกับทุกอณูความสัมพันธ์

ความซ่านเสียวที่ไม่เคยสัมผัสบิดมวนเป็นเกลียวอยู่ในช่องทองของเธอจนเผลอเปล่งเสียงครวญเบา ๆ ออกมา ธารารินไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเขาปลดพันธนาการที่รัดรึงตัวตนออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ สมองของเธอขาวโพลนลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวดหวาดกลัวอย่างที่ควรเป็น ร่างกายบอบบางถูกธรรมชาติสอนให้รู้จักเรียกร้องและเร่งเร้าให้เขาช่วยพาเธอไปให้ถึงสุดทางแห่งความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงซึ่งเธอเองก็ไม่ทราบว่ามันคือที่ใด

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม”

เสียงเขากระซิบเบา ๆ อยู่ข้างหูก่อนจะแนบเรียวปากเข้าหา ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวชิมความหวานฉ่ำในโพรงปากของเธอ ฟันคมหยอกเย้าริมฝีปากอิ่มพร้อมโหมกายแทรกลึกจนเธอซ่านเสียว ฝ่ามือเรียวจิกแรงที่เอวสอบเหมือนจะประท้วง ร่างเล็กขยับหนีเมื่อรู้สึกเกือบจะทนไม่ได้ทำให้เขาต้องขยับฝ่ามือเข้ายึดสะโพกมนไม่ให้บิดส่ายถอยหนี เอวสอบขยับโผนกายแรงเรียกเสียงหวีดร้องจากริมฝีปากอิ่ม ดวงตาคลอหยาดน้ำมองราวตัดพ้อปนเรียกร้อง ไม่ว่าเขาจะรุนแรงแค่ไหนแต่ทำไมร่างกายของเธอถึงเหมือนเต็มใจต้อนรับเขาได้ทุกอณูสัมพันธ์

“อื้ม” เสียงหวานครวญประท้วงเมื่อเมฆินทร์ขยับกายห่างเร็วแรงจนเธอสะดุ้งเฮือก ฝ่ามือใหญ่จับสะโพกพลิกกายเธอตะแครงพร้อมขยับตัวนอนซ้อนอยู่ด้านหลังก่อนจะแทรกกายลึกผ่านเข้ามารวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน

ร่างบางผวาคล้ายจะดิ้นหนีแต่ติดวงแขนแข็งแรงที่ล็อกตัวเธอไว้ในอ้อมกอดกับมือกว้างช้อนโอบปทุมถันไว้แน่น ปลายนิ้วหยอกล้ออยู่กับปลายยอดอวบอิ่มขณะที่สะโพกสอบยังไม่หยุดขยับแทรกลึกเรียกร้อง

“ได้โปรด พอแล้ว”

“เธอไม่อยากให้ฉันหยุดจริง ๆ หรอกน้ำริน”

“อื้ม...” เสียงหวานครวญประท้วงเมื่อเขาถอยห่าง

“หึหึ...ใจเย็นสุดสวย ฉันไม่หนีหายไปจากเธอตอนนี้แน่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป