บทที่ 14 Ep.14

ฟันคมหยอกล้ออยู่กับติ่งหูนุ่มไล่เลื่อยมายังลำคอขาว ลมหายใจร้อนเป่าเบา ๆ ยั่วเย้าและแทรกร่างลึกเข้าสู่กายบางรวดเร็ว เร่งแรง เรียวขาสวยถูกจับยกช้อนไว้ในวงแขนล่ำสันขยับเปิดทางให้เขาได้สัมผัสเธออย่างลึกซึ้งถี่กระชั้น เสียงทุ้มคำรามก้อง ร่างหนาเกร็งหยัดปลดปล่อยความร้อนรุ่มที่ทำให้เธอรุ่มร้อน เรือนกายของเธอตอบรับความสุขที่ถาโถมด้วยแรงบีบรัดแน่นจนเมฆินทร์แทบคลั่งตอบรับแรงรัดรึงด้วยลมหายใจหอบสะท้าน

“อืม...” เมฆินทร์สูดปาก หลับตาแน่นไปกับความสุขสมที่โถมกระหนำเข้าใส่ สวรรค์ทรงโปรด...หัวใจของเมฆินทร์แทบหยุดเต้นไปกับความเร้าใจที่ได้รับจากร่างเล็ก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยรู้สึกสุขสมกับการร่วมรักกับใครได้ถึงขนาดนี้ เขาฝังกายจมนิ่งปลดปล่อยสายพันธ์แห่งอาศิรวิษทุกหยาดหยดเข้าสู่กายบาง

“โอว...รู้ไหมน้ำรินว่าเธอทำให้ฉันรู้สึกดีมากแค่ไหน” เขาเปล่งเสียงครวญหนักหน่วงพร้อมกับขยับกายลงนอนชิดสนิทแนบกายบาง ทำให้เขาได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจหอบกระเส่า ฝ่ามือใหญ่กางโอบสัมผัสบัวงามไม่ห่างหาย ปลายนิ้วลากเอื่อยวนไล้เคล้นคลึงราวให้รางวัลกับความนุ่มละมุนของนวลเนื้อ ริมฝีปากหนาขยับดูดแรงกับต้นคอขาว ฟันคมขบเบาบนลาดไหล่ สะโพกสอบขยับหยอกไม่ถอดถอน

“เป็นการชดใช้ที่ดีเหลือเกินน้ำริน ถ้ารู้ว่าเธอดีขนาดนี้ฉันจะไม่ปฏิเสธเธอเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าวิษณุพงศ์อย่างเธอจะเหลือความบริสุทธิ์ไว้ปรนเปรอฉันได้อย่างถึงใจขนาดนี้” เสียงเยาะหยันดังข้างหูเธอเบา ๆ

“ปล่อยฉันนะ” ร่างเล็กดิ้นหนี ดวงตาเปิดกว้างพร้อมน้ำตาหยดรินเมื่อต้องทนฟังถ้อยคำหยามหยัน

“ฮึฮึ” เขาดึงเอวบางไว้ไม่ปล่อยให้เธอหลุดจากอ้อมแขนได้ง่ายอย่างที่คิด

“พอใจคุณแล้วใช่ไหมที่สามารถทำให้ฉันต่ำต้อยด้อยค่า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เธอพยายามหยิกแขนล่ำแรง ๆ ทั้งน้ำตานองใบหน้า

“ยัง...ใครว่าฉันจะพอใจง่าย ๆ แบบนี้เล่าน้ำริน” เสียงทุ้มฟังหยามหยัน

“ปล่อยฉันนะ” คุณคือพี่เมฆของน้ำจริง ๆ เหรอ ทำไมคุณถึงใจร้ายกับน้ำขนาดนี้นะคุณเมฆินทร์

เธอพยายามดิ้นสุดแรงเกิดแต่ฝ่ามือใหญ่รวมข้อมือเล็กกระชากแรงดึงทีเดียวร่างบางก็หงายผึ่งลงกลางเตียง ร่างใหญ่พลิกขึ้นเป็นฝ่ายทาบทับเธอไว้จนไม่สามารถขยับถอยหนีไปไหน แขนขาวถูกจับยืดชิดศีรษะ ข้อมือถูกรวบไว้จนเจ็บร้าว ดวงตาคมกร้าวกระด้างสบตาหวานที่เจิ่งนองรอยน้ำตา

“แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับวิษณุพงศ์อย่างเธอ”

“อาศิรวิษอย่างคุณก็ดีแต่ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้เหมือนกัน เลวได้ไม่แพ้พวกฉันหรอก” เธอตวาดเสียงสะอื้น

“ก็เหมาะกันดีแล้วไม่ใช่หรือไง เลวกับเลวเหมือนเธอกับฉัน ดูเหมือนเราจะเข้ากันได้ดีนะ หรือเธอว่าไง”

ไม่เพียงถ้อยคำและน้ำเสียงเยาะหยัน ร่างหนายังแทรกลึกเข้าสู่ร่างบางเหมือนจะยืนยันคำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วจนเธอสะดุ้ง ดวงตาหวานปิดลงฟันขบแรงลงบนริมฝีปากล่างบวมเป่งแตกปริจนเลือดซึมกลั้นเสียงสะอื้นไห้เมื่อไม่สามารถขัดขืนหลบหนีเขาได้เลย

เมฆินทร์ถอนหายใจแรงมองคนตัวเล็กที่หลับไปทั้งน้ำตา ตาคมกวาดมองร่องรอยแดงเป็นจ้ำเพราะฝีมือตัวเอง สะดุดกับร่องรอยเปรอะเปื้อนบนผืนผ้าปูที่นอนซึ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว มือใหญ่เอื้อมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้เธอก่อนส่งปลายเท้าหยัดลงบนพื้น หยิบเสื้อผ้าตนเองที่ถูกโยนอยู่เกลื่อนพื้นห้องขึ้นสวมใส่ หางตาชำเรืองแลร่างระทวยหายใจสะอื้นทั้งที่หลับใหลอีกครั้งจากนั้นจึงก้าวมั่นคงผ่านประตูเชื่อมที่เมื่อชั่วโมงก่อนใช้เป็นทางผ่านพาเธอเข้ามา

“ป้าบัว อย่าเพิ่งไปกวนเขาล่ะ แต่ต้องดูเขาไว้อย่าให้ออกไปไหนได้ เข้าใจใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวสั่งจริงจัง

“ค่ะ” คุณแม่บ้านผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดดีและอดรู้สึกสงสารครูสาวไม่ได้

“มนนี่ล่ะ” เขาเกือบลืมไปว่าที่ต้องรีบกลับมาบ้านเพราะบุตรสาวเป็นคนโทรตาม

“ดูทีวีอยู่บนห้องแล้วค่ะ” ป้าบัวตอบ

“อืม...” ดวงตาคมเหลือบมองประตูห้องชั้นล่างอีกครั้งก่อนจะก้าวผ่านบันไดขึ้นไปด้านบน

ประตูห้องนอนใหญ่ถูกดึงเปิดกว้าง ร่างหนาผ่านเข้าไปพร้อมดันบานไม้ปิด ในขณะที่สมองอดครุ่นคิดถึงร่างหอมระรื่นผิวเนื้อเรียบเย็นของคนข้างล่างไม่ได้ เธอไร้เดียงสาและอ่อนเยาว์กว่าเขามากแต่เขากลับทำเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กแบบนี้ แม้จะปัดว่าเธอสมควรได้รับเพราะเธอคือวิษณุพงศ์ แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

หล่อนรนหาเรื่องเองเมฆินทร์ นายจะเก็บมาคิดมากทำไมในเมื่อหล่อนคือลูกสาวของศัตรู...เขาพยายามปัดความรู้สึกผิดออกจากใจและตัดเรื่องของหญิงสาวออกไปจากห้วงแห่งความสำนึกผิด

เมฆินทร์จัดการกับความเรียบร้อยของตนเองเสร็จพอดีเมื่อเสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนของบุตรสาวดังเข้ามาก่อนร่างเล็กนั้นจะผลักประตูเปิดเข้ามาตามเขาลงไปรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน อ้อมแขนกว้างโอบอุ้มร่างเล็กของบุตรสาวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนโยน ตาคมกวาดมองหาร่างบางควรนั่งอยู่อีกฝากของโต๊ะอาหารแล้วในเวลานี้แต่เมื่อมองหาไม่เห็น เสียงทุ้มกังวานจึงถามเอากับแม่บ้านร่างท้วมที่ดูแลเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป