บทที่ 10 10

เธอคงต้องเดินตามหาชบาอีกที เพราะหญิงสาวบอกว่าบ้านอยู่ห่างออกไปอีกนิด อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าปล่อยให้เธออยู่กับคนบ้าๆ อย่างริคคาโด

“ไปเลย รีบๆ ไสหัวไปฉันจะดูทีวี” เขาตวาดใส่เธอ

รุ้งพราวถอนหายใจยาวเหยียดตอนนี้ เธอควรไปจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่มีชุดใส่ ที่สำคัญเธออยากทำความรู้จักกับคนบนเกาะเอาไว้เผื่ออยู่ดีๆ ริคคาโดเกิดอยากจะฆ่าเธอขึ้นมาได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือ  ได้ทัน

เขาคงถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ ใครขัดสักนิดก็จะโวยวายทันที นี่เธอต้องทนอยู่อย่างนี้ไปตลอดทั้งเดือนใช่ไหม ยังโชคดีที่เธอขอทางครอบครัวมาพักผ่อนแบบไม่มีกำหนด อีกอย่างพวกท่านคงไม่สงสัยเพราะรับรู้ถึงหัวใจที่กำลังอ่อนแรง     ของเธอ

‘รุ้งเกลียดพี่หรือเปล่า’

พี่สาวแท้ๆ ที่เพิ่งเจอกันอย่างไลลาถามขึ้น ตอนนั้นทำให้เธอเกือบจะร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพราะยังเจ็บปวดที่ปล่อยคนรักเก่าอย่างศุภณัฐไปหาพี่สาวของเธอ แต่เพราะเธอดีใจที่ได้พบไลลาสักที ยังไงเลือดก็ย่อมข้นกว่าน้ำอยู่แล้ว

‘พี่ไลลาเป็นพี่สาวของรุ้งนะคะ รุ้งจะเกลียดพี่ได้อย่างไรกัน’

‘แต่พี่แย่งคุณพายจากรุ้งมา พี่ไม่รู้ว่า…’

‘พี่ไลลาไม่ได้แย่งค่ะ ความรักของรุ้งกับพี่หมอกลายเป็นอดีตไปแล้ว พวกเราระหองระแหงกันมานานแล้วค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ เพราะรุ้งรักพี่สาวคนนี้ที่สุด’

‘พี่ก็รักรุ้งจ้ะ’

มันเป็นเรื่องที่หน้าขำมาก บางครั้งฟ้าก็เล่นตลกกับชีวิตคนเรา คนรักเก่าของเธอคือศุภณัฐเขาเป็นคุณหมอรูปหล่อที่แอบคบกับเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนรักของติณสูรพี่ชายคนโตของเธอ แต่เพราะความเข้าใจผิดทำให้ทั้งคู่ต้องบาดหมางกันจนความสัมพันธ์ขาดสะบั้น ติณสูรสั่งให้เธอเลิกคบเลิกคุยห้ามติดต่อกับศุภณัฐทุกช่องทาง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอและเขาค่อยๆ ห่างกัน

จนกระทั่งศุภณัฐได้พบกับไลลา ไม่มีใครคาดคิดว่าไลลาคือพี่สาวของเธอที่หายตัวไปตั้งแต่ตอนเด็กๆ มันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เจอพี่สาวตัวเอง และตอนนี้เธอก็เลิกกับศุภณัฐไปแล้ว

ถอยออกมาเพื่อให้ใครอีกหลายๆ คนได้มีความสุข ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บปวดมันก็มีบ้าง แต่เพราะอาจจะชินชาไปแล้วเธอรู้ตัวมาตลอดว่าหัวใจของศุภณัฐไม่เหมือนเดิม เลยเลือกที่จะไม่หลอกตัวเองเพราะหลังๆ มาเธอมองเขาเป็นพี่ชายมาตลอด แต่ที่ต้องหลบมาพักใจถึงที่นี่ก็เพราะอยากจะพักผ่อนพักจากเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามาจนปวดหัว

สุดท้ายเรื่องเรื่องที่มาพบเจอกลับทำให้เธอปวดประสาทยิ่งกว่าเป็นไหนๆ

“นายหญิงไม่ต้องหรอกค่ะเหลืออีกนิดเดียวเอง ไปนั่งเฉยๆ นะคะ”

เสียงของชบาทำให้รุ้งพราวสะดุ้งตื่นจากความคิด

“รุ้งอยากช่วย อีกอย่างนี่มันก็เป็นเสื้อผ้าของรุ้งเอง” ยกแขนแล้ว       ปาดเหงื่อ ก่อนจะนำเสื้อมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด “ซักไปไปสามรอบค่อยดูดีขึ้น     มาหน่อย ตัวนี้ตัวโปรดด้วยรอยฝ่าเท้าของเจ้านายชบาเต็มๆ เลย” โกรธไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ตอนแรกกะจะตัดใจทิ้งเสื้อตัวโปรด แต่เพราะพี่ชายของเธอเป็นคนซื้อ   มาให้สุดท้ายก็ทำใจไม่ลง ยอมใช้มือขยี้อยู่อย่างนั้น

“ครั้งหน้าต้องใช้ซักเครื่องนะคะ มานั่งซักมือแบบนี้เจ็บมือแย่เลย ดูนั่นสิพองหมดแล้ว” ชบาแย่งเสื้อจากมือของรุ้งพราวไป จัดการล้างน้ำเปล่าอีกรอบให้สะอาดก่อนจะบิดเอาน้ำออกแล้วโยนใส่ตะกร้า “ชบาไปตากให้เองค่ะ นี่ถ้านายเดชรู้นายริคโดนว่าแน่ๆ”

“หวังว่าคงไม่มีครั้งหน้า เพราะรุ้งจะไม่ยอมให้เขามาทำลายข้าวของแบบนี้อีกแล้ว”

“ความจริงนายหญิงน่าจะบอกนายเดชนะคะ”

“อย่าเลยชบา ซักมือมันสะอาดกว่านะ อีกอย่างฉันไม่อยากให้พ่อลูกเขามีปัญหากัน แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะ” ชบามองว่าที่นายหญิงแล้วยิ้มออกมา ไม่เคยเห็นใครทนกับริคคาโดได้เลยสักคน แม้ว่านายน้อยจะหล่อมากแค่ไหนก็เถอะแต่อารมณ์ร้ายๆ แบบนั้นผู้หญิงหลายๆ คนขอโบกมือลา

“ไม่ต้องแล้วค่ะ เดี๋ยวชบาดูแลให้เอง นายหญิงไปทานข้าวดีกว่าเดี๋ยวนายริคจะรอนาน นี่ก็ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว”

“ฉันไปกินกับชบาได้ไหม ไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับนายของชบาเลยจ้ะ”   ต่อให้อาหารอร่อยมากแค่ไหน แต่ถ้าคนที่นั่งกินด้วยชังหน้ากันขนาดนี้ รสชาติของมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก

นั่งกินไปมองหน้าตาบ้าคนเถื่อนนั่นไป เธอก็คงกลืนไม่ลงเหมือนกัน

“อย่าขัดใจนายริคเลยค่ะ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องอีก ไม่ต้องกลัวนะคะเห็นว่านายเดชจะมาทานด้วย นายริคคงไม่กล้าแสดงฤทธิ์อะไรมาก” ชบาบอกยิ้มๆ ตอนทานข้าวน่ะไม่เป็นไร แต่คืนนี้นี่สิรุ้งพราวคงต้องอยู่กับริคาโดเพียงสองคนในบ้านหลังนั้น ดูเหมือนอัครเดชจะพยายามจับคู่เสียเหลือเกิน สงสารนายหญิงสุดหัวใจแต่เธอก็สงสารตัวเองเหมือนกันที่ไม่สามารถบอกความจริงกับรุ้งพราวได้

‘ถึงไอ้ริคกับหนูรุ้งจะไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ยังไงตำแหน่งลูกสะใภ้ฉันก็จะยกให้แม่หนูคนนี้ คอยดูเถอะ...เมียไอ้ริคต้องเป็นหนูรุ้งเท่านั้น’

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ” รุ้งพราวเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง ก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านหลังงามของลูกชายเจ้าของเกาะ ที่รีบกลับไม่ใช่เพราะอยากจะเจอหน้าหมอนั่นแต่อย่างใด

เพราะอัครเดชจะมาทานข้าวด้วยต่างหาก เธอเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าท่านบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอ อย่างน้อยก็ดีขึ้นมาหน่อยที่ไม่ต้องทนทานข้าวกับผู้ชายใจดำอำมหิตอย่างริคคาโด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป