บทที่ 11 11

ปากเรียวบางยิ้มกว้างเมื่อคิดอะไรดีๆ ออก เธอจะลองคุยเรื่องไปตรวจร่างกายกับอัครเดชดูเผื่อท่านจะเห็นด้วย หากว่าไม่มีร่องรอยเอ่อ...หมายถึงเรื่องพวกนั้นจริงๆ เธอจะได้กลับบ้านไม่ต้องทนอยู่ที่นี่ถึงหนึ่งเดือน

บรรยากาศยามเย็นยิ่งอยู่ใกล้ทะเลแค่นี้ยิ่งทำให้ใบหน้างามมีรอยยิ้มแต่งแต้ม แต่พอหวนนึกถึงใครบางคนก็แทบจะหุบยิ้มไม่ทัน มันคงดีกว่านี้หากไม่ต้องมาพบเจอชะตากรรมบ้าๆ นี่

“เอ้าแม่คุณ เดินทอดน่องเป็นนางเอกเอวี เอ้ย...นางเอกเอ็มวีอยู่        นั่นแหละยัยบื้อ รีบๆ คลานเข้าบ้านเร็วๆ ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว” ริคคาโดมองเห็นร่างบางแต่ไกลๆ รีบส่งเสียงตะโกนหารุ้งพราว ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองก่อนที่ปากเรียวบางนั่นจะขยับราวกับกำลังบ่นหรือแอบด่าเขาอยู่

“ไอ้บ้า เอวีบ้านคุณน่ะสิ !” ตายยากตายเย็น เพิ่งจะพูดถึงเมื่อครู่เสียงเข้มๆ นั่นก็ตะโกนแข่งกับสายลมที่กำลังพัดผ่านมา หิวข้าวแล้วมันเกี่ยวอะไร     กับเธอล่ะ “อยากให้ไส้ขาดจนตายไปเลย สาธุ...”

“เกาะนี้ไม่มีใครน่าปล้ำจับทำผัวเท่าฉันแล้วล่ะ ไม่ต้องไปเดินอ่อย นี่ถ้าจับเธอไปเป็นเหยื่อปลายังไม่ติดเบ็ดเลยนะรู้เปล่า”

“คนหลงตัวเอง ได้คุณมาเป็นสามีฉันขอลาบวชดีกว่า ปวดประสาท !” ความจริงเธอไม่ใช่คนที่จะมายืนต่อปากต่อคำกับใครได้เลย

“ปากดีอีกแล้ว แบบนี้มันน่า...” รุ้งพราวเบิกตากว้างขึ้นเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ “อยากจะรู้จริงๆ ว่าปากมันจะจืดเหมือนหน้าหรือเปล่า”

“นี่คุณริคอย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆ นะ”

คนตัวเล็กบอกเสียงสั่นๆ มือบางยันแผงอกแกร่งไว้สุดฤทธิ์ โซนนี้ไม่มีคนเดินเพ่นพ่านเพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของเกาะ ส่วนโซนรีสอร์ทบ้านพักจะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง บ้านคนงานก็อีกฝั่งหนึ่ง คนละด้านกับรีสอร์ท ดังนั้นไม่มีใครช่วยเธอได้แน่ๆ

“ไอ้บ้าๆ ของเธอน่ะ เราทำกันไปแล้วไม่ใช่หรือไง รู้ไหม...เวลาเธอ         ตีฝีปากกับฉันมันก็นึกอยากจะทบทวนความจำขึ้นมาเหมือนกัน อยากจะรู้ว่าตอนอยู่ข้างล่างน่ะเสียงจะสั่นเหมือนตอนนี้ไหม !”

ริคคาโคบอกเสียงพร่า ปากเอาแต่ตำหนิต่อว่าร่างบาง แต่พอเข้าใกล้แบบนี้กลิ่นหอมๆ มันชวนให้ข้างในปั่นป่วนอย่างแปลกประหลาด อยากจะล้างปากตัวเองจริงๆ ที่พูดอะไรออกไปแบบนั้น

ตายห่า...พูดอะไรออกไปวะไอ้ริค บัดสี !

“นี่เอาหน้าถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไหนว่าไม่อยากอยู่ใกล้กัน หรือว่าจริงๆ แล้วคุณแอบชอบฉันกันแน่”

ได้ผลทันทีเมื่อคนตัวโตได้ยินประโยคสุดท้าย ร่างสูงถอยหลังไปสามก้าวพร้อมกันยกนิ้วชี้หน้าร่างบางที่ยืนหอบอยู่

ไม่รู้จะหอบทำไมไม่ได้เหนื่อยอะไรด้วยซ้ำ...

“ยัยบ้า ครั้งนี้ใช้อะไรคิดฮะ สมองมีไว้ทำอะไรคิดเพ้อเจ้อ จะอ้วก !” ปฏิเสธเสียงดังลั่น

แม้แต่รุ้งพราวเองก็ยังตกใจและออกจะตงิดๆ เล็กน้อย ริคคาโดกำลังทำตัวเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิดแล้วถูกจับได้

“แล้วทำไมคุณต้องโวยวายเสียงดัง ทำเหมือนกลบเกลื่อน”

รุ้งพราวยืนกอดอกกระตุกยิ้มเล็กน้อย อย่าคิดว่าตัวเองจะแกล้งคนอื่นได้เพียงฝ่ายเดียวถึงเธอจะแรงน้อยแต่แค้นมันฝังอยู่ในใจ ขอเอาคืนบ้างก็แล้วกัน

“ยัยจืด ถามจริงๆ เถอะ เคยส่องกระจกบ้างไหมหรือว่าคนที่บ้าน        ทุบแตกหมดแล้ว ถึงได้ดูภูมิอกภูมิใจกับหน้าตาตัวเองแบบนี้ ถ้าไม่เคยส่องไปชะโงกดูเงาในทะเลนู่น”

“ฉันก็แค่ถาม คุณนั่นแหละร้อนตัวเหลือเกิน” เธอไม่รู้หรอกว่าอาการของชายหนุ่มตรงหน้ามันเรียกว่าอะไร แต่มันคงไม่ใช่อย่างที่แอบคิดหรอก ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ...โอ๊ยแค่นึกถึงเธอก็ขนลุกแล้ว

ผู้ชายอะไร ปากร้ายปากจัดยิ่งกว่ากรรไกรเสียอีก เธอสู้คนแบบนี้ไม่ไหวหรอก !

“ร้อนตัวบ้าบออะไร ถ้ายังไม่หยุดปากดีเธอจะไม่ได้นอนนะคืนนี้ รีบๆ เข้าบ้านไปทำกับข้าวได้แล้วฉันหิว อีกครึ่งชั่วโมงพ่อจะมากินข้าวด้วย !”

“อะไรนะ ยังไม่ได้ทำอาหารเหรอ สรุปแล้วฉันต้องเป็นคนทำ แล้วเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี่นะ คุณจะบ้าเหรอคุณริค ทำไมเพิ่งมาบอก”

เรื่องทำอาหารน่ะเธอทำเป็นอยู่ แต่บางอย่างมันก็ต้องใช้เวลา แล้วทำไมเขาเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ล่ะ

“เป็นทาสอย่าริอ่านมาขึ้นเสียง ไปเข้าครัวทำกับข้าว อะไรก็ได้ให้อร่อยๆ ถ้าไม่อร่อยจะสั่งให้ไอ้รักกัดตูดเธอ” ไอ้รักที่ว่าคงเป็นตัวอะไรสักอย่าง รุ้งพราวคิดแล้วก็ได้แต่มองค้อนคนตัวโต เอาแต่สั่งๆ อยู่อย่างเดียวเป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ ไม่เห็นจะทำอะไรบ้างเลย

นี่แค่วันแรกนะ ทำไมถึงได้มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นเยอะแยะจนทำให้เธอ     หัวหมุนแบบนี้

ในที่สุดอาหารก็เสร็จทันเวลา โชคดีที่ในตู้เย็นมีของสดและผักเหลือพอสมควร รุ้งพราวจึงเลือกทำอาหารง่ายๆ เช่นแกงจืด ผัดผักรวมมิตรและ        ไข่เจียวหมูสับ เธอไม่รู้ว่าคนที่นี่เขานิยมทานอาหารแบบไหนกัน เอาไว้ค่อยแก้ตัวทีหลังแล้วกันวันนี้มันฉุกละหุกไปหน่อย

อัครเดชมองอาหารตรงหน้าด้วยความชื่นชม ประการแรกรุ้งพราว        มีคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเขาคือหนึ่งใจเย็น

สามารถปราบ ไอ้ลูกชายเขาได้ด้วยความสงบไม่ตอบโต้แรงๆ มีเพียงคำพูดสั้นๆ เรียบๆ แต่เล่นเอาสะอึกได้เหมือนกัน สองทำอาหารเป็นส่วนเรื่องรสชาติต้องวัดผลกันอีกที

“เดี๋ยวพ่ออย่าเพิ่งกิน ให้ยัยจืดกินก่อน ไม่รู้แอบใส่อะไรไปหรือเปล่า”   

รุ้งพราวมองคนปากร้ายไม่พอใจสุดขีด กว่าเธอจะทำอาหารเสร็จไม่ใช่ไม่เหนื่อยนะ ริคคาโดไม่แม้แต่จะเสนอตัวมาช่วยด้วยซ้ำ เอาแต่ตะโกนร้องถามว่าเสร็จหรือยังๆ

“ไอ้นี่...คิดมากไปได้ หนูรุ้งไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่แกเคยไปกินๆ มานะ”   อัครเดชพูดแบบนี้แสดงว่าตานี่มีผู้หญิงเยอะล่ะสิ

บนโลกใบนี้ยังมีคนกล้าให้ริคคาโดกินอีกอย่างนั้นเหรอ ?

“กินสิ” รุ้งพราวตักอาหารเข้าปากเพื่อตัดความรำคาญ ถ้าจะตายก็ให้มันรู้ไปสิ

หากทำได้คนแรกที่เธอจะลอบฆ่า  คงไม่พ้นผู้ชายปากดีอย่างริคคาโดหรอก !

“ไอ้นี่มันบ้า หนูรุ้งไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ทานข้าวกันดีกว่ากลิ่นหอมยั่วน้ำลายลุงเหลือเกิน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป