บทที่ 20 20
“กรี๊ดดด ไอ้บ้า โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้าตาย ปล่อยได้แล้ว” ตัดสินใจหันมองชายหนุ่มที่หน้ารกรุงรัง ไอ้บ้านี่มีอารมณ์กับเธอ !
แต่เธอไม่มีอารมณ์พิลึกแบบนั้นสักนิด คนบ้ากาม ปากบอกอีกอย่างและการกระทำตรงข้ามเสียอย่างนั้น
“ถ้าคุณไม่เลิกกอดฉัน ฉันจะคิดว่าคุณ...ชอบฉัน และกำลังหาเรื่องลวนลาม ตอดเล็กตอดน้อยกับผู้หญิงที่ตะโกนปาวๆ ว่าเกลียดนักเกลียดหนา” กลั้นใจพูดออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหวังเธอคงต้องนั่งเป็นหุ่นนิ่งๆ ให้อวัยวะที่หมอนั่นแสนจะภูมิใจลวนลามต่อไปเรื่อยๆ
“ประสาท กล้าพูดว่าฉันคิดแบบนั้น แบบนี้มันน่า...” ริคคาโดหลุบตาต่ำลงซึ่งรุ้งพราวเองก็มองตาม “หาอะไรยัดปาก”
เพียะ !
กว่าจะรู้ตัวเธอก็เหวี่ยงมือไปสุดแรงเกิด ใบหน้าคมคายหันไปอีกทางแก้มสากนั้นมีรอยแดงๆ ปรากฏขึ้นจนน่าตกใจ ไม่ใช่แค่ริคคาโดที่อึ้งไปแต่รวมถึงตัวหญิงสาวเองเช่นกันที่ตกตะลึงกับความรุนแรงของตัวเอง
ถึงกระนั้นคนที่ได้สติก่อนก็คือรุ้งพราว ร่างบางรีบตะเกียกตะกายขึ้นจากอ่างอาบน้ำแล้ววิ่งออกไปทันที ทิ้งให้ริคคาโดมองตามทั้งที่อ้าปากค้าง ก่อนจะขบกรามแน่นลูบแก้มตัวเองข้างที่โดนตบ
“กล้ามากนะยัยจืด แค้นนี้ฉันจะเอาคืนเป็นสิบเท่า !”
ไม่รู้ว่าขาของเธอหมดเรี่ยวหมดแรงเป็นครั้งที่เท่าไหร่ เนื้อตัวก็เปียกไปหมดแบบนี้จะเอาชุดที่ไหนใส่ล่ะ ดันบ้าใส่เสื้อทับไปสองตัวด้วยสิ รุ้งพราวนั่งพิงกำแพงอย่างหมดหนทางถึงจะหนีออกไปข้างนอกเขาก็คงตามมาได้อยู่ดี
ในเมื่อเธอทำผิดลงไม้ลงมือกับเขาก่อน ไม่แปลกที่ริคคาโดจะโกรธและคงหมายหัวเธอเอาไว้
ยังอยู่ในห้องตรงมุมไม่ได้หนีไปไหน เธอจะลองพูดและปรับความเข้าใจกับเขาดูสักตั้ง จะคุยด้วยเหตุผลไม่ให้อารมณ์อยู่เหนือ แต่ก่อนอื่นเธอต้องคิดคำขอโทษที่จะให้เขาไม่...
“นึกว่าจะหนีไปไกลๆ เสียอีก” รุ้งพราวลุกขึ้นยืนจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่ง พยายามไม่มองลงไปต่ำกว่าใบหน้า ทั้งเนื้อทั้งตัวของร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวที่พันเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ เธอคงตาบอดหากบังเอิญผ้าหลุดหรือหมอนี่แกล้งกระตุกผ้า
“แล้วทำไมฉันต้องหนีล่ะ คุณ...ปากไม่ดีก่อนนี่” ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหาอย่างคุกคาม
บ้าเอ๊ย ! ทำไมมันดูน่ากลัวแบบนี้ล่ะเหมือนริคคาโดเป็นอสูรร้ายกำลังจ้องจะฉีกเธอกินเป็นชิ้นๆ เลย
“รู้ไหมว่าแก้มของฉันมีมูลค่ามากเท่าไหร่”
เขาเอียงแก้มข้างที่โดนเธอเหวี่ยงมือใส่ให้ดู มองแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้เมื่อมันขึ้นเป็นรอยนิ้วอย่างเห็นได้ชัด
“ฉะ...ฉันขอโทษ มือมันไปเอง คะ...คุณก็อย่าพูดจาไม่ดีแบบนั้นสิ”
ตาคมเข้มตวัดมองเธอจนขนลุกชัน
“เธอจะชดใช้ยังไง ไม่รู้เหรอว่าสาวๆ ต้องแข่งกันมากแค่ไหน กว่าจะได้แก้มหอมๆ นี่ไปครอง”
ริคคาโดท้าวเอวมองหญิงสาว ก่อนที่จะกระตุกยิ้มมาดร้ายเมื่อคิดบางอย่างได้
อะไรที่ยัยนี่เกลียด อะไรที่ทำให้แม่ผู้หญิงตรงหน้าร้องไห้ เขาจะทำจะแกล้งให้ถึงที่สุด จะได้จำใส่หัวกะโหลกเอาไว้ว่าใครเป็นใคร
“เดี๋ยวฉันทายาให้ค่ะ ไม่ก็เอ่อ...หาน้ำแข็งมาประคบให้” มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้ว่าของรุ้งพราวจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เมื่อริคคาโดทำเหมือนเธอเป็นคนผิดฝ่ายเดียว ทั้งที่ต้นเรื่องก็มาจากเขาทั้งนั้น ถ้าไม่เล่นพิเรนทร์ดึงเธอลงไปในอ่างเรื่องน่ารังเกียจน่าขนลุกนั่นคงไม่เกิดขึ้น
“จูบฉัน !”
เสียงเข้มเปรยขึ้นมา แต่นั่นทำให้คนฟังถึงกับต้องแคะหูตัวเองแล้วมองหน้าเขาอีกรอบ “ตบตรงไหน จูบตรงนั้น เดี๋ยวนี้ !” คนสั่งกรีดยิ้ม เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่รุ้งพราวทำไม่ได้
แต่เพราะทำไม่ได้นั่นแหละถึงได้สั่ง ดูอย่างตอนนี้สิยัยเตี้ยหมาตื่นนี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ โคตรตลกเลย...
“คุณจะบ้าเหรอ ให้ฉันจะ...จูบแก้มคุณเนี่ยนะ” รุ้งพราวหวีดร้องถามเสียงสูง บ้าหรือเปล่าให้เธอไปจูบกับขอบอ่างยังจะดีเสียกว่าอีก
“ต่อไปนี้ หากเธอตบฉันตรงไหน ก็ต้องจูบตรงนั้น ตบซ้ำคิดคูณสอง” เขาไม่ได้อยากให้แม่นี่สัมผัสผิวนุ่มนวลของเขาหรอกนะ แต่มันคือบทลงโทษต่างหาก เพราะรุ้งพราวเกลียดเขาถึงเลือกที่จะสั่งให้เธอทำมัน
“ทำไมล่ะ หรือว่าอยากจะจูบตรงอื่น ถ้าอย่างนั้นเลือกเอาเลย แก้มหน้าผาก หู ปาก...หรือว่า”
“ไอ้บ้า คนวิปริต”
“เงียบ ! ไม่อย่างนั้นฉันควักมันออกมาอุดปากเธอแน่” ริคคาโดพยายามกลั้นขำเมื่อเห็นน้ำใสๆ ปริ่มขอบตาของรุ้งพราว แหย่นิดแหย่หน่อยทำเป็นร้อง สนุกเป็นบ้าเลยว่ะ
“ทำไมคุณเป็นคนแบบนี้ อันที่จริงฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำนะ” น้อยอกน้อยใจในโชคชะตา อกหักไม่พอยังต้องมาพบเจอกับเรื่องร้ายๆ แต่นั่นไม่เท่ากับต้องมาจมปลักอยู่กับคนป่าเถื่อนอย่างริคคาโด !
“รีบๆ จูบ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องไปนอน ยืนแบบนี้ทั้งคืนนี่แหละ อะไรที่ทรมานเธอได้ฉันชอบ”
เขาพูดไม่ทุกข์ไม่ร้อนจนรุ้งพราวต้องกำหมัดแน่น ที่ลงทุนทำแบบนี้เพราะอยากแกล้งเธออย่างนั้นเหรอ
พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออก สวดมนต์แผ่เมตตาในใจแม้จะไม่จบบทก็ตาม แต่มันก็ช่วยให้จิตใจเธอสงบขึ้นเยอะ
“ได้ ! ฉันจะจูบจะได้จบๆ ไป แล้วก็รบกวนขอยืมชุดที่คุณไม่ใส่แล้วสักชุด แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ผ้าขี้ริ้ว” ต้องพูดดักไว้ก่อนไม่ได้หรอก เกิดผู้ชายคนนี้เล่นแง่กับเธอขึ้นมาอีก
“ได้ ไม่มีปัญหาเสื้อผ้าฉันเยอะ แต่เอาไปใส่แล้วไม่ต้องเอามาคืนนะ ห้ามเอาไปทำผ้าขี้ริ้วด้วย สงสารพื้นกระเบื้อง” ท่าทางกวนโอ๊ยนั่นทำเอาเธออยากจะกระโดดกัดคอเขาจริงๆ
