บทที่ 21 21
ริคคาโดเบ้ปากเล็กน้อย ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วโน้มตัวลง สีหน้าขัดใจปนงอแงของรุ้งพราวนั่นทำให้เขาแอบยิ้มมุมปาก เหล่ตามองนิดๆ เห็นว่าเธอหลับตาพร้อมกับกำลังยื่นหน้าเข้ามาจูบแก้ม
ไม่รู้เพราะความอยากจะแกล้งให้ถึงที่สุดหรือเพราะอะไรกันแน่ถึงทำให้เจ้าของกายแกร่งหันหน้ากลับไปหาหญิงสาว
ตำแหน่งริมฝีปากบางจึงประทับเข้ากับริมฝีปากหนาอย่างพอดิบพอดี ไม่จูบแบบครั้งก่อนหน้านั้นเป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบากันเท่านั้น แต่ก็ทำให้รุ้งพราวรู้สึกถึงความแปลกประหลาดมันไม่ใช่แก้มไม่เหมือนเลยสักนิด ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็ต้องพบกับภาพที่น่าตกใจ
เพราะ...ที่เธอจูบนั่นคือปากร้ายๆ ของริคคาโด
ร่างเล็กถอยหลังครูดจนขาพันกันแทบจะล้ม ดีที่แขนแกร่งคว้าเอาไว้ได้ทัน รุ้งพราวเม้มปากเขาหากันแน่นไอ้บ้านี่ฉวยโอกาสกับเธออีกแล้ว ก่อนที่เธอจะตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไปจูบริคคาโดยังหันข้างเอียงแก้มให้อยู่แล้ว
“อย่ามามองฉันแบบนั้นนะยัยจืด เมื่อกี้ฉันแค่ไม่พร้อมกะว่าจะยกเลิก กำลังจะหันมาบอกแต่เธอก็ยื่นหน้ามาจูบปากฉันเฉยเลย มืองี้ล็อกคอไว้แน่นขยับคอก็ไม่ได้” เขาบอกพร้อมทำท่าทางขนลุก แล้วยักไหล่เหมือนมันเป็นเหตุสุดวิสัย
แต่...ล็อกคอบ้าบออะไรล่ะ แขนเธอยังอยู่ข้างลำตัวด้วยซ้ำ ทำไมเขาถึงเป็นคนที่ชอบโมเมกุเรื่องขึ้นมาจังเลยนะ มือบางถูปากตัวเองอย่างแรงครั้นอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องฝืนกลั้นน้ำตา คงเพราะอยากจะแกล้งอยากเห็นเธออ่อนแอถึงทำแบบนี้
ไม่มีวันซะหรอก เมื่อกี้จะถือเสียว่าหมาเลียปากก็แล้วกัน !
“ขอชุดด้วยค่ะ ฉันง่วงนอนแล้ว ไม่มีเวลามานั่งต่อปากต่อคำกับคุณอีก” ริคคาโดลูบคางตัวเองก่อนจะหัวเราะคิกคักมองแล้วช่างเป็นภาพที่น่าหมั่นไส้
เธอเกลียดผู้ชายคนนี้เหลือเกิน เกลียดยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
เป็นเรื่องที่ดีที่ริคคาโดยอมให้ชุดนอนเธอมาอย่างง่ายดาย มันเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ ใส่แล้วเลยเข่าเธอมานิดหน่อย
อย่างน้อยก็ใส่นอนเอาตัวรอดไปก่อนดีกว่าใส่ชุดเปียกๆ หวังว่าคืนนี้เขาคงไม่คิดจะทำอะไรอีกนะ พรุ่งนี้เช้าชบาคงเอาเสื้อมาให้เธอหวังว่าแบบนั้น
“พรุ่งนี้เธอต้องตื่นไปทำอาหารเช้านะ พ่อจะมากินด้วย”
เสียงเข้มดังขึ้นเมื่อเธอกดปิดไฟ เธอไม่หวังว่าริคคาโดจะยอมเสียสละเตียงนอนให้เธอหรอก แค่อย่ามากวนใจหรือลวนลามกันอีกก็พอ
“ค่ะ” ตอบรับสั้นๆ ไม่อยากคุยอะไรกันอีก เธอเหนื่อยล้าอยากพักผ่อนเต็มที่ สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนบางแต่กระนั้นก็ยังให้ความอบอุ่นได้เต็มที่
“นี่ยัยจืด”
“อะไรของคุณอีกคะคุณริค” คนบ้านี่จะไม่ยอมให้นอนง่ายๆ ใช่ไหม
“อย่าฉี่รดที่นอนล่ะ ถ้าปวดกระถางต้นไม้หน้าบ้านมีเยอะอยู่”
หน็อย ! ไอ้หมาริคถ้าปวดจริงๆ เธอจะฉี่บนที่นอนเขานี่แหละ คนบ้าอะไรกวนประสาทสิ้นดี !
อัครเดชลอบมองปฏิกิริยาของลูกชายรวมถึงว่าที่ลูกสะใภ้แต่เห็น จะมีแต่ไอ้ลูกชายที่ดูเหมือนอารมณ์ดี ส่วนรุ้งพราวยังคงเหมือนเดิม ไม่รู้เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าริคคาโดถึงนั่งผิวปากอยู่อย่างนี้ บ่งบอกได้ดีว่าลูกชายเขาอยู่ในโหมดไหน “หนูรุ้งนี่งานบ้านงานเรือนใช้ได้เลย สมัยนี้หายากจริงๆ ใครได้เป็นเมียคงสบายไปทั้งชาติ”
“ซวยไปทั้งชาติมากกว่ามั้งพ่อ แต่ละมื้อต้องมานั่งกินแต่แกงจืด ไม่เอาหรอก”
“กินซ้ำๆ กันบ้างจะเป็นอะไรไป พูดมากว่ะไอ้ริค รีบๆ กิน ลองชิมเสียสิอร่อยอย่าบอกใคร ผัดวุ้นเส้นนั่นก็อีก” รุ้งพราวได้แต่ยิ้มรับอย่างเดียว อย่างน้อยเธอก็ทำให้อัครเดชมีความสุขกับการทำอาหารได้ ความสุขของคนที่ทำอาหารก็คือรอยยิ้มและคำชมของคนทานนี่แหละ “ไอ้ริคคงตักไม่ถึง หนูรุ้งเลื่อนชามแกงจืดให้มันหน่อยสิลูก”
ตั้งแต่ตื่นมารุ้งพราวยังไม่ได้คุยกับริคคาโดด้วยซ้ำ โชคดีที่ชบาเอาเสื้อผ้ามาให้ครบทุกตัวแล้ว
เธอเลื่อนชามแกงจืดที่ว่าเข้าไปใกล้ๆ มือชายหนุ่มก่อนจะหันมาสนใจอาหารตรงหน้าของตัวเองแทน
“เป็นยังไงล่ะ รสชาติฝีมือหนูรุ้งเหมือนเดิม ถึงจะเป็นแกงจืดแต่พอซดน้ำก็ชื่นใจไม่หยอก ลุงชอบๆ” ประโยคหลังอัครเดชหันไปชมว่าที่ลูกสะใภ้ คนมีประสบการณ์เหลือบมองลูกชายตัวเองทีลูกสะใภ้ที
พอมองเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง
“อร่อยไหมไอ้ริค ให้กำลังใจหนูรุ้งเขาหน่อยสิ ตื่นมาทำอาหารให้แกตั้งแต่เช้า” รุ้งพราวถึงกับเบิกตากว้าง
เธอไม่ได้ตื่นมาทำให้คนบ้านั่นทานสักหน่อย !
“ก็อร่อยนะพ่อ เหมือนมันจะ ‘หวาน’ กว่าชามเมื่อคืน” คนคิดมากกับคำพูดนั่นถึงกับสำลักจนหน้าแดง
“หนูรุ้ง เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมทานไม่ระวังเลย สำลักหมดแล้ว ไอ้ริคดูน้องหน่อยสิวะ”
ริคคาโดเหยียดยิ้มเมื่อเห็นร่างบางรีบก้มหน้าหลบตาเขาโดยพลัน
“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง สงสัยหนูจะแสลงอาหารบางอย่างน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ริคคาโดแทบอยากลุกขึ้นแล้วจับแม่ตัวดีโยนลงทะเลกับความปากดีของเธอ
“ไอ้ที่แสลงน่ะ ฉันว่าไม่ใช่อาหารว่ะน่าจะเป็นแกมากกว่านะไอ้ริค ฮ่าๆ” อัครเดชหัวเราะตบเข่าอย่างขำขัน ชอบที่รุ้งพราวเข้าใจเหน็บลูกชายของเขา น้อยคนที่จะกล้าทำแค่เห็นหน้าริคคาโดก็แทบวิ่งหนีตามันดุอย่างกับเสือ
“เดี๋ยวสักวันไอ้ริคจะเสกของแสลงเข้าท้อง ถึงวันนั้นจะร้องไม่ออก ยัยจืด !”
